“แมนนิง” เฮโคลต์สเตรียมต่อสัญญาหลังซูเปอร์โบว์ล

February 4, 2010

“แมนนิง” ยืดเส้นยืดสายก่อนลงซ้อมกับโคลต์ส

 
 

 เพย์ตัน แมนนิง เตรียมกลายเป็นควอเตอร์แบ็กค่าเหนื่อยสูงที่สุดในลีกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ได้เลย เมื่อ “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส เตรียมจับขยายสัญญาหลังเสร็จศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาประเทศไทย 
 
 ด้วยดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) 4 สมัย พาทีมเป็นแชมป์ประเทศมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2007 อีกทั้งยังเป็น 1 ในสี่ควอเตอร์แบ็กในประวัติศาสตร์ลีกที่ขว้างได้ระยะมากกว่า 5 หมื่นหลา ปาไป 336 ทัชดาวน์ เป็นรองแค่ เบร็ตต์ ฟาร์ฟ (497 ทัชดาวน์) และ แดน มาริโน อดีตตำนาน ไมอามี ดอลฟินส์ (420 ทัชดาวน์) ทำให้ จิม เออร์เซย์ เจ้าของทีม อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ใจร้อนอยากต่อสัญญากับ เพย์ตัน แมนนิง หลังจากควอเตอร์แบ็กวัย 34 ปี มีคิวหมดสัญญากับทีมในปี 2010 
 
 โดย เออร์เซย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ “เหลือสัญญาอีก 1 ปี แม้เราสามารถแปะป้ายเฟรนไชส์แท็ค แต่เราอยากจัดการอะไรบางอย่างให้เรียบร้อย เมื่อฤดูกาลจบลงเราจะพูดคุยกัน (เรื่องสัญญา) และก็หวังว่าบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นก่อนฤดูกาลหน้าเปิดฉาก” 
 
 สำหรับ แมนนิง ที่สตาร์ทตัวจริง 209 เกมติดต่อกันรวมเพลย์ออฟ เคยเซ็นสัญญาค่าจ้าง 98 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,330 ล้านบาท) ไว้เมื่อปี 2004 ซึ่งสัญญาฉบับใหม่น่าจะทำให้ควอเตอร์แบ็กอัจฉริยะรับค่าเหนื่อยแพงสุดในลีกคนชนคน โดยปัจจุบัน อีลาย แมนนิง ที่เซ็นสัญญา 6 ปี รับค่าจ้าง 97 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,300 ล้านบาท) กับ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส ได้ค่าเหนื่อยแพงสุดหากเทียบเฉลี่ยแบบปีต่อปี 
 

“ประสบการณ์” สำคัญไฉนใน SB / ลุงแซม

February 4, 2010

 คอลัมน์ Final Quarter โดย ลุงแซม 
 
 นับถอยหลังกันแล้วสำหรับศึกซูเปอร์โบว์ล (Super Bowl) ครั้งที่ 44 ระหว่าง อินเดียนาโปลิส โคลต์ส กับ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ซึ่งจะมีขึ้นในเช้าวันจันทร์ (ประมาณ 06.30 น.) บ้านเรา คอคนชนคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงสำหรับเกมชิงแชมป์อเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ที่คาดว่าจะทำแต้มกันสนุกดุเดือด เมื่อวัดจากสถิติตัวเลขของทีมบุกอันยอดเยี่ยม และทีมรับที่ไม่ถึงกับแข็งแกร่งมากนัก 
 
 อย่างที่พอทราบกัน “เกือกม้า” โคลต์ส ภายใต้การนำของ เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็กอัจฉริยะดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่า 4 สมัย ขว้างปีนี้ไปเบาะๆ 4,500 หลา 33 ทัชดาวน์ เป็นอันดับ 2 ของลีก ในเพลย์ออฟขว้างเข้าเป้า 67.5 เปอร์เซ็นต์ ได้ระยะ 623 หลา 5 ทัชดาวน์ เสียเพียงอินเทอร์เซปต์เดียวให้ทีมรับอันดับ 1 ของลีกอย่าง นิวยอร์ก เจ็ตส์ ในเกมชิงแชมป์สายเอเอฟซี (AFC) ขณะที่ “นักบุญ” เซ็นต์ส นำมาโดย ดรูว์ บรีส์ ที่พาเกมบุกทำไปเบ็ดเสร็จ 510 แต้มในฤดูกาลปกติ ส่วนโพสต์ซีซันพาต้นสังกัดทำรวม 76 แต้มใส่ อริโซนา คาร์ดินัลส์ และ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ที่สำคัญขว้างไป 6 ทัชดาวน์ ไม่เสียแม้แต่อินเทอร์เซปต์เดียว 
 
 ดูสถิติแล้วสูสีคู่คี่ เพราะทั้ง แมนนิง กับ บรีส์ มีอาวุธครบมือ ส่วนทีมรับ ดูเหมือนโคลต์ส จะอุบไต๋กรณี ดไวท์ ฟรีนีย์ ดีเฟนด์ซีฟ เอนด์ ดีกรีออลโพร บาดเจ็บข้อเท้าอาจถึงขั้นเอ็นฉีก หาก ฟรีนีย์ ลงสนามไม่ได้จริงๆ บรรดาทีมรับ “เกือกม้า” ต้องช่วย โรเบิร์ต แม็ทธิส ในการไล่อัด บรีส์ มากขึ้น ขณะที่ เซ็นต์ส เกมรับดูเปราะบาง แต่ก็มีทีเด็ดที่ วิลล์ สมิธ ราชาแซ็คอันดับ 2 ของฝั่งเอ็นเอฟซี (NFC) ขณะที่กองกลางและกองหลังไม่ขี้เหร่ โจนาธาน วิลมา ยังขายได้ในระบบของ เกร็ก วิลเลียมส์ (โค้ชเกมรับ) ขณะที่ ดาร์เรน ชาร์เปอร์ คงไว้ซึ่งความเก๋า อินเทอร์เซปต์ไปแล้ว 9 หน อีกทั้ง “นักบุญ” ทำให้คู่ต่อสู้เสียถึง 39 เทิร์นโอเวอร์ 
 
 แต่ปัจจัย (สำคัญ) ที่ผู้เขียนอย่างนำเสนอในตอนนี้และอาจส่งผลต่อการตัดสินแชมป์คือเรื่องของ “ประสบการณ์” อย่างที่รู้กันว่า เซ็นต์ส เพิ่งเข้าชิงแชมป์ประเทศเป็นสมัยแรก ผู้เล่นเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้เพิ่งเปิดซิงในซูเปอร์โบว์ล เห็นจะมีเพียง เจเรมี ช็อคคีย์ ปีกในที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแชมป์กับ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส แต่เกมพลิกล็อกล้ม นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ เมื่อปี 2008 ช็อคคีย์ เจ็บไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด ดังนั้น ฌอน เพย์ตัน คงต้องกระตุ้นทีมให้คึกคักกันหน่อย หากหวังคว้าแชมป์ให้เฟรนไชส์ตั้งแต่โอกาสแรก โดยตัว เพย์ตัน เองเมื่อซีซัน 2000/01 เคยเป็นโค้ชทีมบุกให้ไจแอนท์ส แต่ก็ผิดหวังพ่าย บัลติมอร์ เรฟเวนส์ 
 
 ผิดกับ โคลต์ส เคยเป็นแชมป์มาแล้วเมื่อปี 2007 และก็มีผู้เล่นหลายคนในชุดนั้นยังอยู่ในชุดปัจจุบันอาทิ แมนนิง, เรจจี เวย์น, ดัลลัส คลาร์ก, โจเซป แอดดาย, แกรี แบร็กเก็ตต์, แอนโธนีย์ บีเธีย หรือว่า แม็ทธิส และ ฟรีนีย์ ทั้งยังมีตัวเตะจอมเก๋าอย่าง แมตต์ สโตเวอร์ เคยนำ เรฟเวนส์ เป็นแชมป์มาแล้ว ที่สำคัญ จิม คัลด์เวลล์ เป็นลูกหม้อ โทนี ดันจี สุดยอดโค้ชมานาน จนตัวเองได้เลื่อนเป็นเฮดโค้ช จึงไม่น่าแปลกใจที่ คัลด์เวลล์ จะพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าพยายามทำอะไรกันให้เหมือนเดิมก็พอ ลงสนามจริงแน่นอนว่าความตื่นสนามน่าจะตกอยู่กับ เซ็นต์ส ขณะที่ความกดดันคงถลาโถมใส่พลพรรค “เกือกม้า” แต่ปัจจัยเรื่องประสบการณ์สามารถช่วยได้เมื่ออยู่ในภาวะคับขัน 
 
 และเมื่อย้อนกลับไปดูพวกหน้าใหม่ๆ ที่เข้าซูเปอร์โบว์ลปีแรก ผลงานต่างบ้อท่าทั้ง ซานดิอาโก ชาร์จเจอร์ส (ปี 1995), แอตแลนตา ฟอลคอนส์ (1999), เทนเนสซี ไตตันส์ (2000), แคโรไลนา แพนเธอร์ส (2004), ซีแอตเทิล ซีฮอว์คส (2006) และล่าสุด คาร์ดินัลส์ เมื่อปีก่อน ซึ่ง 10 ปีหลังมีเพียงแค่ เรฟเวนส์ (2001) และ แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส (2003) เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จสูงสุด จากแนวโน้มแล้วดูเหมือนโจทก์จะยากทีเดียวหาก เซ็นต์ส คิดขึ้นไปชู “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” ที่ไมอามี ในต้นสัปดาห์หน้า 
 

งานชุกในออล-สตาร์ “โรส” ถอนตัวเกมพี่ปีสองดวลรุคกี้

February 3, 2010

“โรส” โดดเด่นกับบูลส์

 เดอร์ริค โรส การ์ดแม่ทัพ ชิคาโก บูลส์ งานชุกทีเดียวในศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) ออล-สตาร์ ทำให้ต้องขอถอนตัวจากเกม “พี่ปีสอง” ดวล “น้องปีหนึ่ง” คืนวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาท้องถิ่น 
 
  งวดเข้ามาทุกขณะสำหรับเกม “รวมดารา” เอ็นบีเอ ประจำฤดูกาล 2009/10 ที่จะมีขึ้นในคาวบอยส์ สเตเดียม สนามเหย้าความจุ 1 แสนคนของ ดัลลัส คาวบอยส์ ทีมดังในศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ระหว่างวันที่ 12-14 ก.พ. โดยตอนแรก เดอร์ริค โรส มีคิวนำทัพ “พี่ปีสอง” ดวลกับ “น้องปีหนึ่ง” ในเกมรุคกี้ ชาลเลนจ์ ทว่าการที่การ์ด “กระทิงเปลี่ยว” บูลส์ ถูกเลือกให้ติดทีมสำรองฝั่งตะวันออก เป็นครั้งแรกในอาชีพ เพื่อแข่งเกมใหญ่กับ ฝั่งตะวันตก ในคืนวันอาทิตย์ อีกทั้งคืนวันเสาร์ยังต้องมาป้องกันแชมป์ “สกิลล์ ชาลเลนจ์” 
 
  นั่นหมายความว่าถ้า โรส ลงแข่งครบทุกรายการ เขาต้องเล่นถึง 3 วันติดต่อกัน นั่นเป็นเหตุผลให้การ์ดจ่ายวัย 21 ปี ขอถอนตัว ซึ่ง NBA ก็ออกประกาศแล้วว่าจะให้ แอนโธนีย์ มอร์โรว์ การ์ดของ โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส ลงผสานงานกับนักบาสฯ ที่เข้ามาเล่นในลีกเป็นปีที่สอง ที่น่าจับตามองอย่าง ไมเคิล บีสลีย์ (ไมอามี ฮีท), มาร์ค กาซอล (เมมฟิส กริซลีย์ส), ดาริโล กัลลินารี (นิวยอร์ก นิกส์) หรือว่า บรูก โลเปซ (นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์) ลงสั่งสอนน้องปีหนึ่ง ซึ่งนำมาโดย แบรนดอน เจนกินส์ รุคกี้จาก มิลวอล์คกี บัคส์ หรือว่าจะเป็น จอห์น ฟลินน์ การ์ดของ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส 
 
  สำหรับผลงานของ โรส ซีซันนี้ถือว่าโดดเด่นทีเดียว ทำเฉลี่ย 19.7 แต้ม 3.7 รีบาวด์ 5.9 แอสซิสต์ ต่อเกม ขณะที่ มอร์โรว์ เฉลี่ย 11.5 แต้ม 3.6 รีบาวด์ 1.3 แอสซิสต์ 
 

“โคล์บ” ขอขึ้นมือ 1 เพิ่มกระแสอีเกิลส์เทรด “แม็คแนบบ์”

January 31, 2010

   

 

 

เควิน โคล์บ ประกาศพร้อมขึ้นมือ 1 นำทัพ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ลุยศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ฤดูกาล 2010/11 ยิ่งเป็นการเพิ่มกระแสข่าวที่ “อินทรีมรกต” เตรียมเทรด โดโนแวน แม็คแนบบ์ ออกจากถิ่นลินคอล์นไฟแนนเชียล ฟิลด์ 
 
  แม้ แอนดี หรีด หัวหน้าโค้ช ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ยืนยันเสียงแข็งหลังจบซีซัน 2009/10 ว่าปีหน้า โดโนแวน แม็คแนบบ์ จะกลับมานำทีมต่อไป แต่ก็มีกระแสข่าวลือออกมาตลอดว่าทีมเตรียมเทรดควอเตอร์แบ็กวัย 33 ปี ออกไป พร้อมใช้อ๊อปชันต่อสัญญากับ ไมเคิล วิค อดีตซูเปอร์สตาร์ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ เพื่อให้รับบทบาทสำรองต่อจาก เควิน โคล์บ ซึ่ง “อินทรีมรกต” ดราฟท์เข้าลีกในรอบที่ 2 เมื่อปี 2007 โดยหวังเป็นตัวอนาคตของเฟรนไชส์ต่อไป 
 
  ล่าสุด โคล์บ ออกมาประกาศกร้าวหวังนำทัพ อีเกิลส์ ในปี 2010 “ผมต้องการเป็นตัวจริงในเอ็นเอฟแอล นั่นเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของผม ณ ตอนนี้ ผมอยากได้โอกาส แต่ผมยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมมั่นใจในการตัดสินใจของ แอนดี หรีด ผมไว้วางใจในการตัดสินใจของเขาเกี่ยวกับอนาคตของผม หวังว่าทีมจะให้ผมได้ลงสนาม” 
 
  อย่างไรก็ตาม ควอเตอร์แบ็กวัย 25 ปี เลี่ยงที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับกระแสเทรด แม็คแนบบ์ “ผมได้ยินรายงานข่าวดังกล่าวมาจากเพื่อนๆ และครอบครัว แต่ผมพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมัน ผมแค่ใช้เวลาในการทำงานของตัวเอง และทำใจให้เย็นไว้ก็เท่านั้น” 
 
  สำหรับ โคล์บ เป็นควอเตอร์แบ็กคนแรกในประวัติศาสตร์ NFL ที่ขว้างได้เกิน 300 หลาในสองเกมแรกที่เล่นเป็นตัวจริง โดยหนุ่มวัย 25 ปี เปิดตัวในลีกสตาร์ทแทน แม็คแนบบ์ ที่เจ็บซี่โครงช่วงต้นฤดูกาล และก็ขว้างไป 391 หลา 2 ทัชดาวน์ แต่เสียไปถึง 3 อินเทอร์เซปต์ ในเกมที่ อีเกิลส์ พ่ายให้แก่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส 22-48 จากนั้นก็ขว้างอีก 327 หลา 2 ทัชดาวน์ ในชัยชนะที่ “อินทรีมรกต” มีเหนือ แคนซัส ซิตี ชีฟส์ 34-14 จากนั้นก็แทบไม่ได้ลงสนามอีกเลย โดย รีด ให้ แม็คแนบบ์ เป็นตัวหลัก สลับกับการส่ง วิค ลงมาเล่นในบางเพลย์ 
 
  ในส่วนของ แม็คแนบบ์ มีข่าวบางกระแสมองว่าอาจได้ไปนำทัพ มินเนโซตา ไวกิงส์ หาก เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ซูเปอร์สตาร์วัย 40 ปี ตัดสินใจเดินตามรอย เคิร์ต วอร์เนอร์ ที่ประกาศเลิกเล่นให้ อริโซนา คาร์ดินัลส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ แบรด ชิลเดรสส์ หัวหน้าโค้ชไวกิงส์ ไม่ได้เร่งรีบการตัดสินใจของ ฟาร์ฟ อีกทั้งเจ้าตัวยังไม่มีทีท่าเผยอนาคตแต่อย่างใด ทว่า สกอตต์ พี่ชายของ ฟาร์ฟ ให้สัมภาษณ์กับ “มินนิอาโปลิส ทริบูน” สื่อท้องถิ่นทำนองว่า น้องชายของเขาพร้อมกลับมาล่าแหวนแชมป์ซูเปอร์โบว์ลวงที่ 2 ในฤดูกาลหน้า 

 

“แมนนิง” รับ “นักบุญ” สมควรมาถึงซูเปอร์โบว์ล

January 31, 2010

   

 

 

เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็กซูเปอร์สตาร์ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ออกมาให้เครดิตคู่แข่งอย่าง “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ว่าคู่ควรแล้วสำหรับการได้เข้ามาชิงชัยในซูเปอร์โบว์ล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม 
 
 ก่อนหน้านี้ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส เป็น 1 ใน 5 ทีมของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) รวมกับ ดีทรอยต์ ไลออนส์, แจ็คสันวิลล์ จากัวส์, คลีฟแลนด์ บราวน์ส และ ฮุสตัน เท็กแซนส์ ที่ไม่เคยเข้าร่วมในเกมชิงแชมป์ประเทศ ทว่าชัยชนะช่วงต่อเวลาที่มีเหนือ มินเนโซตา ไวกิงส์ 31-28 ในเกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เหล่า “นักบุญ” ได้ตั๋วไปชิงซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 ที่ไมอามี คืนวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาท้องถิ่น 
 
 ซึ่ง เพย์ตัน แมนนิง จอมทัพ “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ออกมาพูดถึง เซ็นต์ส คู่ปรับในซูเปอร์โบว์ลหนนี้ “มันน่าตื่นเต้นที่ทีมของเรา (โคลต์ส) มีโอกาสกลับมาสู่ซูเปอร์โบว์ลอีกครั้ง และก็แน่นอนว่าผมมีความสุขที่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ได้มาอยู่ที่นี่ด้วย ครอบครัวของผมอาศัยอยู่ที่นั่น คูเปอร์ พี่ชายของผมอยู่ในนิวออร์ลีนส์ ส่วน อีลาย และผมก็เคยมีส่วนร่วมกับการช่วยเหลือเมืองบ้านเกิดของเรา ครั้งเจอภัยพิบัติ (เฮอร์ริเคน) แคทรินา ดังนั้น นิวออร์ลีนส์ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตผม เช่นเดียวกับ อีลาย (ควอเตอร์แบ็ก นิวยอร์ก ไจแอนท์ส) รวมทั้งพ่อของผม (อาร์ชี) เคยเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเซ็นต์ส มาถึง 39 ปี เราจึงรู้สึกผูกผันกับเมืองแห่งนี้มากๆ” 
 
 ”สำหรับ เซ็นต์ส มีปีที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาคู่ควรกับการเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล ผมทราบดีว่าชาวเมืองตื่นเต้นมากน้อยแค่ไหน ผู้เล่นนิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมให้แก่เมืองแห่งนี้ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมระหว่างผู้เล่นกับแฟนๆ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถพาแฟนๆ ไปยังซูเปอร์โบว์ลได้” แมนนิง ให้เครดิตต่อ 
 
 อย่างไรก็ตาม แมนนิง ดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ลีก 4 สมัย ไม่ได้พูดถึงการจะลงสนามชนกันมากนัก “คุณรู้ว่าเมื่อทีมไปถึงซูเปอร์โบว์ล มีเวลาเตรียมทีมกัน 2 สัปดาห์ หลายสิ่งหลายอย่างของพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ คุณอาจเจอการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้” 
 
 ด้าน ดรูว์ บรีส์ ควอเตอร์แบ็กสตาร์ “นักบุญ” กล่าวบ้างหลังพาต้นสังกัดฟันผ่าเข้ามาลุ้นชู “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “ชัยชนะคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเรา ผมรอวันนั้น (เข้าซูเปอร์โบว์ล) มายาวนาน แต่งานของเรายังไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม เราพร้อมสนุกไปกับมัน ตอนนี้เราไปถึงไมอามีจนได้” 

 

“โอโชซินโก” ประกาศตัวขอโชว์ฝีเท้าในโพรโบว์ล

January 29, 2010

“โอโชซินโก” พร้อมทำหน้าที่ตัวเตะ

 แชด โอโชซินโก ปีกนอกตัวแสบ “เสือลายพาดกลอน” ซินซินเนติ เบงกอลส์ ประกาศพร้อมลงทำหน้าที่ “ตัวเตะ” ในเกมโพรโบว์ล ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ที่จะมีขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมนี้ ตามวัน-เวลาท้องถิ่นในไมอามี 
 
  เคยเป็นข่าวฮือฮาสนใจไปเตะฟุตบอลในยุโรป ล่าสุด แชด โอซินโซโก เชื่อมั่นในฝีเท้าตัวเอง ถึงขนาดประกาศตัวพร้อมลงทำหน้าที่ตัวเตะให้ทีมสายเอเอฟซี (AFC) ในการพบกับ ทีมสายเอ็นเอฟซี (NFC) ที่สนามซัน ไลฟ์ สเตเดียม ในเมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา เช้าจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ตามวัน-เวลาประเทศไทย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ NFL โยกเกมรวมดารามาแข่งกันก่อนซูเปอร์โบว์ลหนึ่งสัปดาห์ 
 
  โดย โอชินโซโก ออกมาให้สัมภาษณ์ “เมื่อวานผมซ้อมพันท์ วันนี้ซ้อมเตะคิกออฟ และพรุ่งนี้ก็จะซ้อมเตะฟิลด์โกล อย่างไรก็ตาม ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ทำหน้าที่หรือไม่ เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป” 
 
  สำหรับ โอโชซินโก ติดโพรโบว์ลเป็นสมัยที่ 6 เคยโชว์เตะเอ็กซ์ตรา พอยท์ เข้ามาแล้วในเกมพรีซีซันที่ เบงกอลส์ บุกเฉือน นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ 7-6 โดยเกมนั้น เชน แกรห์ม บาดเจ็บต้นขาระหว่างฝึกซ้อม “เอสเตบัน โอโชซินโก” จึงได้โอกาสจาก มาร์วิน ลูอิส เตะตามหนึ่งคะแนน หลังจาก คริส เฮนรี (ปีกซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) รับทัชดาวน์ 24 หลาจาก เจ.ที. โอซุลลิแวน 
 
  อย่างไรก็ตาม โอโชซินโก คงต้องไปถามทาง เร็กซ์ ไรอัน หัวหน้าโค้ช นิวยอร์ก เจ็ตส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในโพร์โบว์ลให้ฝั่ง AFC ดู เนื่องจากในทีมปีนี้ แชน เลคเลอร์ (โอคแลนด์ เรดเดอร์ส) ทำหน้าที่พันท์ ขณะที่ เนต เคดดิง (ซานดิอาโก ชาร์จเจอร์ส) เป็นตัวเตะฟิลด์โกลและเอ็กซ์ตรา พอยท์ 
 

“คัลเดอร์วูด” นำร้องเพลงชาติมะกันในซูเปอร์โบว์ล

January 29, 2010

“คัลเดอร์วูด” นำร้องเพลงชาติ

 แคร์รี คัลเดอร์วูด นักร้องสาวคันทรีชาวอเมริกัน ได้รับเกียรติสูงสุดให้ร้องเพลงชาติสหรัฐอเมริกา ในศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 ที่จะมีขึ้นที่ซัน ไลฟ์ สเตเดียม มลรัฐฟลอริดา คืนวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาท้องถิ่น 
 
  เกมชิงแชมป์ประเทศของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เตรียมระเบิดความมันกันในเช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาประเทศไทย โดยครั้งนี้ “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ตัวแทนจากฝั่งเอเอฟซี (AFC) มีคิวปะทะฝีมือ “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส แชมป์จากฝั่งเอ็นเอฟซี (NFC) 
 
  ล่าสุด มีการแบโผผู้ที่จะนำชาวอเมริกันร้องเพลงชาวในศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 ออกมาแล้วซึ่งก็ได้แก่ แครี คัลเดอร์วูด นักร้องสาวสไตล์คันทรี วัย 26 ปี ที่จะขับขานเพลงชาติก่อนเกมร่วมกับ บียองเซ, บิลลี โจเอล และ วิทนีย์ ฮุสตัน ขณะที่ ลาติฟาห์ ก็จะขึ้นมาร้องเพลง “อเมริกัน เดอะ บิวตี” ต่อไป ส่วนช่วงพักครึ่ง “ฮาล์ฟ ไทม์ โชว์” จะเป็นหน้าที่ของ “The Who” กลุ่มศิลปินร็อคของอังกฤษ ที่โด่งดังมาตั้งแต่ยุคกลางทศวรรษที่ 60 จนถึงปัจจุบัน ขณะที่แม่ข่ายในการถ่ายสดเกมชิงแชมป์ประเทศในครั้งนี้ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ “ซีบีเอส” (CBS) 
 

แกร่ง!! “เซเรนา-วีนัส” โค่นมือ 1 ซิวหญิงคู่ออสซี

January 29, 2010

เซเรนา – วีนัส

 เซเรนา และ วีนัส วิลเลียมส์ สองศรีพี่น้องยอดนักเทนนิสชาว อเมริกัน โชว์ฟอร์มสุดแกร่งด้วยการประสานงานเอาชนะ ลีเซล ฮูเบอร์ จาก สหรัฐฯ และ คารา แบล็ก จากซิมบับเว หวดหญิงคู่มือ 1 ของโลก 2-0 เซต คว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ ออสเตรเลียน โอเพน 2010 
 
 ศึกแกรนด์สแลมแห่งเอเชีย-แปซิฟิก “ออสเตรเลียน โอเพน 2010″ ชิงเงินรางวัลรวม 24.1 ล้านเหรียญออสเตรเลีย(ราว 723 ล้านบาท) แข่งขัน ณ เมลเบิร์น ปาร์ก นครเมลเบิร์น ประเทศ ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 18-31 มกราคม ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. มีการแข่งขันหญิงเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ ใน รอด เลเวอร์ อารีนา 
 
 โดยเป็นการพบกันระหว่าง เซเรนา และ วีนัส วิลเลียมส์ คู่พี่น้องมือ 2 ของรายการซึ่งเป็น “แชมป์เก่า” พบกับ ลีเซล ฮูเบอร์ จาก สหรัฐฯ และ คาร แบล็ก จากซิมบับเว คู่มือ 1 โลก ผลปรากฏว่าคู่พี่น้องจาก ไมอามี ยังเล่นได้ยอดเยี่ยมและเอาชนะไปได้ขาดลอย 2-0 เซต 6-4, 6-3 คว้าแชมป์พร้อมรับเงินรางวัล 134,460 เหรียญออสเตรเลีย หรือราว 4 ล้านบาท ไปแบ่งกัน ส่วนคู่ของ แบล็ก และ ฮูเบอร์ ได้รับ 67,230 เหรียญออสเตรเลีย หรือราว 2 ล้านบาท เป็นการปลอบใจ 
 
 ทั้งนี้ เซเรนา มือ 1 โลก มีโปรแกรมลงสนามหญิงเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศพบกับ จัสติน เอแนง อดีตมือ 1 โลกชาว เบลเยียม ในวันเสาร์ที่ 30 ม.ค. นี้ 
 

เอเยนต์เผย “วอร์เนอร์” เฉลยอนาคตเสาร์นี้

January 28, 2010

 เคิร์ต วอร์เนอร์ อีกหนึ่งควอเตอร์แบ็กกระดูกเหล็กของวงการอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เตรียมเฉลยอนาคตว่าจะกลับมานำทัพ “นกหัวแดง” อริโซนา คาร์ดินัลส์ ในฤดูกาลหน้าหรือไม่ ในวันศุกร์นี้ตามวัน-เวลาท้องถิ่น 
 

“วอร์เนอร์” เล่นเกมสุดท้ายในลีกไปแล้ว ?

 
 

 หลังจากพา อริโซนา คาร์ดินัลส์ บุกพ่าย นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ราบคาบ 14-45 ในเกมดิวิชันนัล เพลย์ออฟ ของสายเอ็นเอฟซี (NFC) มีข่าวเล็ดลอดออกมาทำนองว่า เคิร์ต วอร์เนอร์ ควอเตอร์แบ็กวัย 38 ปี มีความคิดรีไทร์หลังจบฤดูกาล 2009/10 แม้เหลือสัญญากับ “นกหัวแดง” 1 ปี มีคิวรับค่าเหนื่อยถึง 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 390 ล้านบาท) ก็ตาม 
 
  ล่าสุด มาร์ค บาร์เทลสไตน์ เอเยนต์ส่วนตัวของ วอร์เนอร์ ออกมาให้ข่าวกับสื่อมะกันแล้วว่า ลูกค้าของเขาจะเผยอนาคตตัวเองในวันเสาร์นี้ตามวัน-เวลาประเทศไทย ส่วน วอร์เนอร์ ยันในเบื้องต้นว่าการใคร่ครวญว่าจะเลิกหรือไม่เลิกจาก NFL หาใช่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง 
 
  วอร์เนอร์ เผยว่า “ผมไม่ต้องการคัมแบ็กเพียงแค่มารับเช็ค แม้ผมเซ็นสัญญาเอาไว้ แต่ถ้าตัวเองไม่สามารถทำอะไรตามที่ต้องการ หรือไม่สามารถทำทุกสิ่งเหมือนในอดีตได้อีกแล้ว ผมก็จะปล่อยมันไป” 
 
  สำหรับ วอร์เนอร์ เริ่มต้นอาชีพในแอรีนา ลีก ฟุตบอล และเอ็นเอฟแอล ยุโรป ก่อนเข้ามาเล่นใน NFL กับ เซ็นต์หลุยส์ แรมส์ เมื่อปี 1998 พา “แกะเขาเหล็ก” ขวิด เทนเนสซี ไตตันส์ 23-16 เมื่อปี 2000 ผงาดแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 34 จากนั้นโดนปัญหาอาการเจ็บ และกระทบกระเทือนทางสมองจนต้องย้ายไปเล่นให้ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส แบบฟรีเอเจนท์ ก่อนมาสร้างชื่ออีกครั้งในการพา คาร์ดินัลส์ เข้าซูเปอร์โบว์ล เมื่อปีก่อน แต่ก็พ่ายให้แก่ “คนเหล็ก” พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส ไปอย่างน่าเสียดาย 
 

“โคลต์ส-เซ็นต์ส” ซูเปอร์โบว์ลที่คู่ควร / ลุงแซม

January 28, 2010

 คอลัมน์ Final Quarter โดย ลุงแซม 
 
 
 เรียบร้อยโรงเรียนมะกันสำหรับเกมชิงแชมป์สายของศึกคนชนคนเอ็นเอฟแอล (NFL) ซึ่งคู่ชิงซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เป็นการพบกันระหว่าง “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส กับ “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส และก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่ซีซัน 1993/94 ที่ทีมสถิติอันดับ 1 ของแต่ละฝั่งมาชิงกันเอง (ครั้งนั้น บัฟฟาโล บิลล์ส ชน ดัลลัส คาวบอยส์) 
 
 โดย โคลต์ส เล่นสมราคาทีมเต็งเปิดบ้านอัด นิวยอร์ก เจ็ตส์ 30-17 ในเกมดังกล่าวต้องซูฮกหัวจิตหัวใจลูกทีมของ เร็กซ์ ไรอัน ที่สู้ถึงที่สุด ทั้งยังชมเชย มาร์ค ซานเชซ สามารถลบคำปรามาสความเป็นรุคกี้ ขว้างสวยๆ ไป 2 ทัชดาวน์ และขอให้เครดิต “ทีมรับ” อันดับ 1 ลีกที่พยายามยื้อสุดชีวิต เล่นเอา เพย์ตัน แมนนิง ตั้งตัวแทบไม่ติดในช่วงแรก แต่พออ่านเกมรับได้ทะลุปรุโปร่ง อัจฉริยะแห่งความเป็นควอเตอร์แบ็กซูเปอร์สตาร์ก็ระเบิดออกมา แมนนิง นำ “เกือกม้า” โขยกซิวแชมป์สายเอเอฟซี (AFC) คว้าตั๋วไปลุยต่อที่ไมอามี ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า 
 
 สำหรับ โคลต์ส ฝ่าความกดดันไปถึงเกมชิงแชมป์ประเทศอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อสามปีก่อน ถลุงเอาชนะ ชิคาโก แบร์ส มาได้ 29-17 โมเมนตัมที่ดีของ “เกือกม้า” คือ แมนนิง ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ปีกนอกแม้ เรจจี เวย์น โดนปิดผนึกโดย ดาร์รีล รีวิส ยอดตัวคุมปีกเจ็ตส์ แต่ ปิแอร์ การ์ซอง กับ ออสติน โคลลี เป็นทางเลือกให้จอมทัพของพวกเขาได้เยี่ยม เกมวิ่ง โจเซป แอดดาย หาช่องทะลวงได้ดีขึ้น ขออย่าพลาดฟัมเบิลง่ายๆ ส่วนทีมรับ หัวหน้าโค้ช จิม คัลด์เวลล์ คงต้องทำการบ้านกับ แลร์รี โคเยอร์ (โค้ชทีมรับ) ให้หนัก นอกจากคุมพื้นที่ให้ดีแล้ว ยังต้องมี “บิ๊กเพลย์” บ้าง ขืนไม่มีสักแซ็ค เร่งกดดัน ดรูว์ บรีส์ ไม่มากพอ ตัวเต็งก็ตกเก้าอี้ได้เหมือนกัน 
 
 ทางฝั่งของเอ็นเอฟซี (NFC) เซ็นต์ส โชคดีไม่น้อยที่ผ่านด่าน มินเนโซตา ไวกิงส์ มาได้ 31-28 ในช่วงต่อเวลา จากฟิลด์โกล 40 หลาของ การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ นั่นเป็นเพราะ ไวกิงส์ เสียเทิร์นโอเวอร์มากเกินไปในเกมบุก อีกทั้ง “นักบุญ” ยังได้คำตัดสินของกรรมการช่วยอยู่บ้างช่วงรุกคืบในการต่อเวลาพิเศษ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องชมเชยลูกทีมของ ฌอน เพย์ตัน คือ แนวป้องกันที่สามารถผลักดันไม่ให้ “จตุรเทพ” เรื่องเกมรับของไวกิงส์ ทั้ง เควิน วิลเลียมส์, แพท วิลเลียมส์, จาเรด อัลเลน และ เรย์ เอ็ดเวิร์ดส เข้าถึงตัว บรีส์ มีเพียงครั้งเดียวที่ เอ็ดเวิร์ดส แซ็คควอเตอร์แบ็กลงไปกองกับพื้น บรีส์ จึงมีเวลาเหลือเฟือในการเลือกอาวุธที่มีครบมืออยู่แล้ว อีกทั้งต้องให้เครดิต “ทีมรับ” แม้ค่อนข้างโนเนม แต่อาศัยลูกหนักอัดจน เบร็ตต์ ฟาร์ฟ อ่วมไปทั้งตัวและหัวใจ ถ้าทำเช่นนี้ได้กับ แมนนิง ชาวเมืองนิวออร์ลีนส์ ก็พอฝันถึงแชมป์ซูเปอร์โบว์ลสมัยแรกของเฟรนไชส์ได้เช่นกัน 
 
 โดยซูเปอร์โบว์ลหนนี้ ด้วยประสบการณ์ของ โคลต์ส จึงถูกยกให้เป็นต่อ เซ็นต์ส 4 แต้มครึ่ง คะแนนรวมน่าจะเยอะ บ่อนมองไว้ 55 แต้มครึ่ง ส่วนประเด็นที่น่าจับตามองคือ เรื่องชัยชนะเพื่อซับน้ำตาชาวเฮติของโคลต์ส ที่มี การ์ซอง เป็นตัวชูโรง คงต้องวัดกับขุนพล นักบุญ ที่ต้องการเลือนฝันร้ายให้ชาวเมืองเช่นกันครั้ง แคทรินา ถล่มหลุยส์เซียนา เมื่อ 5 ปีก่อน หรือว่าเรื่องของ “ไมอามี” ซึ่งเมืองนำโชคของ โคลต์ส อย่างแท้จริง เข้าชิงแชมป์ประเทศ 3 สมัยก่อนหน้านี้ ซิวชัยมาได้ซะสอง ทางฝั่งของ เซ็นต์ส จะเจริญรอยตาม เจ็ตส์ (ปี 1968), บัลติมอร์ เรฟเวนส์ (ปี 2000) และ แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส (ปี 2002) ที่เข้าชิงสมัยแรกแล้วมีเฮเลยได้หรือไม่ ต้องติดตามดูกันเช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 
 

“เซเรนา” ชี้ “ฟาร์ฟ” บันดาลใจกัดฟันลุ้นซิวออสซี

January 26, 2010

   

 

 

เซเรนา วิลเลียมส์ ยอดนักเทนนิสสาวมือ 1 ของโลก เผยมี เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ควอเตอร์แบ็คจอมเก๋าแห่งทีม มินเนโซตา ไวกิงส์ ในศึก อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เป็นแรงบันดาลใจในการกัดฟันลุยผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายเพื่อลุ้นแชมป์ ออสเตรเลียน โอเพน 2010 ทั้งที่ “แชมป์เก่า” อย่างเธอมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ต้นขาขวา 
 
 ศึกแกรนด์สแลมแห่งเอเชีย-แปซิฟิก “ออสเตรเลียน โอเพน 2010″ ชิงเงินรางวัลรวม 24.1 ล้านเหรียญออสเตรเลีย(ราว 723 ล้านบาท) ณ เมลเบิร์น ปาร์ก นครเมลเบิร์น ประเทศ ออสเตรเลีย ผ่านครึ่งทางมาแล้ว โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา เซเรนา เอาชนะ ซามานธา สโตเซอร์ ขวัญใจเจ้าถิ่น 2-0 เซต ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายลุ้นป้องกันแชมป์ 
 
 ซึ่งในวันเดียวกัน(25ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย)เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ควอเตอร์แบ็คกระดูกเหล็ก พาทีม มินเนโซตา ไวกิงส์ พ่ายในต่อเวลาแก่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ในเกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) 28-31 ทำให้เกิดคำถามว่า จอมทัพวัย 40 ปี จะเดินหน้าต่อในฤดูกาลหน้าหรือไม่ หลังจากเปลี่ยนใจกลับมาลงสนามถึง 2 ครั้งแล้วกับ นิวยอร์ก เจ็ตส์ ในปีที่แล้ว และ ไวกิงส์ ในปีนี้ อย่างไรก็ดี เซเรนา วิลเลียมส์ ประทับใจผลงานของเพื่อนร่วมชาติ พร้อมใช้เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นเทนนิส 
 
 โดย เซเรนา ที่เพิ่งควงพี่สาว วีนัส ซื้อหุ้นส่วนหนึ่งเข้าเป็นเจ้าของร่วมทีม ไมอามี ดอลฟินส์ ในศึกเอ็นเอฟแอล เมื่อปีที่ผ่านมา กล่าวผ่าน “รอยเตอร์ส” ว่า “ฟาร์ฟ คือแชมเปียนตัวจริง วันนี้เขาพ่ายแพ้อย่างแชมป์ และหวังว่าจะกลับมาอีกครั้งในปีหน้า ส่วนฉันรู้สึกว่าตนเองกำลังเดินในเส้นทางเดียวกับเขา ในการฝ่าฟันอุปสรรคและฝืนอาการบาดเจ็บที่ขาขวาของตนเองเข้าไปลุ้นแชมป์ ออสเตรเลียน โอเพน อีกครั้ง” 
 
 สำหรับ ศึก ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 จะมีขึ้นที่ ไมอามี มลรัฐฟลอริดา ระหว่าง “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส และ “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ในคืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่ง เซเรนา ซึ่งย้ายบ้านมาตั้งถิ่นฐานที่ ไมอามี ประกาศจะเชียร์ทีม โคลต์ส เพราะเคยพบกับ เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็คอัจฉริยะของทีมมาก่อน 
 
 อย่างไรก็ดี เซเรนา ยังต้องตั้งสมาธิกับเกมเทนนิส โดยในวันพุธที่ 27 มกราคมนี้ มีโปรแกรมลงสนาม ออสเตรเลียน โอเพน รอบ 8 คนสุดท้าย วิกตอเรีย อซาเรนกา มือ 7 ของรายการจาก เบลารุส ที่เคยสร้างปัญหาหนักในรอบเดียวกันนี้เมื่อปี 2009 มาแล้ว ทว่าหวดสาวดาวรุ่งบาดเจ็บขอยอมแพ้ไปเสียก่อน จึงทำให้ เซเรนา ผ่านเข้ารอบและคว้าแชมป์ได้ในที่สุด 

 

“โคลต์ส” เหลื่อม “นักบุญ” 4.5 แต้มชิงซูเปอร์โบว์ล

January 26, 2010

   

 

 

“เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ถูกยกให้เป็นต่อ “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส 4.5 แต้ม ในเกมชิงแชมป์ “ซูเปอร์โบว์ล” ครั้งที่ 44 ซึ่งจะมีขึ้นที่ไมอามี มลรัฐฟลอริดา ในคืนวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ตามวัน-เวลาท้องถิ่น 
 
  ได้ตัวแทนของแต่ละสายมาชิงชัย “ซูเปอร์โบว์ล” ครั้งที่ 44 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส เปิดบ้านโขยก นิวยอร์ก เจ็ตส์ 30-17 คว้าแชมป์ฝั่งเอเอฟซี (AFC) ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) มาครอง โดย “เกือกม้า” จะพบกับ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ที่เปิดรังต่อเวลาเบียดชนะ มินเนโซตา ไวกิงส์ 31-28 ในเกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
  ล่าสุด บรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายในลาสเวกัส เปิดราคาต่อรองชิงแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ฌอน แวน แพทเทน ของบริษัทลาสเวกัส สปอร์ตส คอนซัลแทนส์ ยกให้ โคลต์ส เป็นต่อ เซ็นต์ส อยู่ 4.5 แต้ม ส่วนแต้มรวมอยู่ที่ 55 คะแนนครึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า “ประสบการณ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล” 
 
  โดย เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็กซูเปอร์สตาร์เคยพา โคลต์ส ถลุงเอาชนะ “พญาหมี” ชิคาโก แบร์ส 29-17 ที่ไมอามี เมื่อปี 2007 พร้อมกับรับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ในเกมดังกล่าวไปครอง ขณะที่ เซ็นต์ส นี่ถือเป็นการเข้าชิงแชมป์ประเทศครั้งแรกของเฟรนไชส์ ซึ่งก่อนเปิดซีซัน “เกือกม้า” มีอัตราได้ชู “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” อยู่ที่ 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ขณะที่ “นักบุญ” เรตแชมป์อยู่ที่ 18-1 
 
  ด้าน เจย์ คอร์นเกย์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการของบริษัทลาสเวกัส ฮิลตัน แสดงทรรศนะเช่นกัน “ผมคิดว่า เซ็นต์ส โชคดีที่มาถึงซูเปอร์โบว์ล พวกเขาได้ 5 เทิร์นโอเวอร์ในบ้านตัวเองและก็ชนะช่วงต่อเวลา แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาเล่น (อเมริกัน) ฟุตบอลได้ดีนัก” 
 
  สำหรับสถิติของทั้งสองทีม โคลต์ส มีทีมบุกทำระยะเฉลี่ย 363.1 ต่อเกม (อันดับ 9) วิ่งเฉลี่ย 80.9 หลา (อันดับ 32 บ๊วยของลีก) ขว้าง 282.2 หลา (อันดับ 2) ได้แต้มเฉลี่ย 26.0 คะแนน (อันดับ 7) ขณะที่ เซ็นต์ส บุกเฉลี่ย 403.8 หลา (อันดับ 1) วิ่งเฉลี่ย 131.6 หลา (อันดับ 6) ขว้างเฉลี่ย 272.2 หลา (อันดับ 4) ทำแต้มเฉลี่ย 31.9 คะแนน (อันดับ 1) 
 
  ส่วนทีมรับ โคลต์ส เสียระยะเฉลี่ย 339.2 หลา (อันดับ 18) โดนวิ่งใส่ 126.5 หลา (อันดับ 25) โดนขว้าง 212.7 หลา (อันดับ 14) เสียแต้มเฉลี่ย 19.2 คะแนนต่อเกม (อันดับ 8) ขณะที่ เซ็นต์ส เสียระยะ 357.8 หลา (อันดับ 25) เจอวิ่งใส่ 122.2 หลา (อันดับ 21) ขว้างใส่ 235.6 หลา (อันดับ 26) และเสีย 21.3 คะแนนต่อเกม (อันดับ 20) 

 

“โอบามา” เปิดทำเนียบขาวให้เลเกอร์สเยี่ยมเยียน

January 26, 2010

 บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดทำเนียบขาวให้การต้อนรับ แอลเอ เลเกอร์ส แชมป์ลีกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) เข้าเยี่ยมเยียนตามธรรมเนียน เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ตามวัน-เวลาท้องถิ่นในวอชิงตัน ดี.ซี. 
 

“โคบี” มอบเสื้อหมายเลข 1 ให้ “โอบามา”

 
 

 เมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้พลพรรค “คนเหล็ก” พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส แชมป์ซูเปอร์โบว์ล ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ประจำปี 2008/09 มาเยี่ยมเยียนทำเนียบขาว มาคราวนี้ถึงคิว แอลเอ เลเกอร์ส ยอดทีมแห่ง NBA ได้รับเกียรติจากท่านประธานาธิบดี บารัค โอบามา บ้าง 
 
  โดย โคบี ไบรอันท์ ชูตติ้งการ์ดซูเปอร์สตาร์ เป็นตัวแทนทีมมอบเสื้อเลเกอร์ส “หมายเลข 1″ ให้แก่ โอบามา ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ออกมาชื่นชมความสำเร็จของเฟรนไชส์ระดับโลก “ไม่มีใครเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมแห่งวงการบาสเกตบอลไปมากกว่า แอลเอ เลเกอร์ส ผมต้องขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยสร้างทีมนี้ ไล่เรียงจากผู้บริหาร, สตาฟฟ์โค้ชที่ช่วยฝึกซ้อม, คนขายตั๋ว รวมไปถึงแฟนๆ ทุกคนที่มีเลือดเป็นสีม่วงทอง (สีประจำทีมเลเกอร์ส) คุณทุกคนภาคภูมิใจกันได้เลย” 
 
  นอกจากนี้ โอบามา ดูตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้พบ ฟิล แจ๊คสัน สุดยอดหัวหน้าโค้ชที่เคยพา “กระทิงเปลี่ยว” ชิคาโก บูลส์ ขวิดแชมป์ถึง 6 สมัย ในยุคเฟื่องฟูของ ไมเคิล จอร์แดน โดย โอบามา เป็นชาวเมืองชิคาโก “ผมเป็นแฟนของโค้ชแจ๊คสัน นับตั้งแต่ที่เขามาใช้แผนไทแองเกิลกับชิคาโก ผมขอแสดงความยินดีกับโค้ชสำหรับแชมป์ NBA 10 สมัย (อีก 4 สมัยได้มากับเลเกอร์ส) ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์” 
 
  สุดท้าย ประธานาธิบดีผิวสี ยังให้การชมเชย เพา กาซอล สตาร์ทีมชาติสเปนของเลเกอร์ส ที่บริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือ เฮติ ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นจำนวน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.8 แสนบาท) หลังทำได้ 20 คะแนนใส่ นิวยอร์ก นิกส์ เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน (กาซอล บริจาคให้ 1 พันเหรียญฯ ต่อการทำหนึ่งแต้มในเกมนั้น) “นี่เป็นทีมแชมป์ที่เราต่างรู้กันดีว่ามีมากกว่าโทรฟีและแหวน นี่เป็นชัยชนะที่นอกเหนือจากในสนาม เป็นการให้โอกาสแก่ผู้ที่ขาดโชคด้วย” 
 

“ฟาร์ฟ” ปัดถกอนาคตหลังวืดชิงซูเปอร์โบว์ล

January 25, 2010

ฟาร์ฟ ขอเวลาตัดสินใจ

 เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ควอเตอร์แบ็ควัยดึกแห่งทีม มินเนโซตา ไวกิงส์ ยังไม่ยืนยันอนาคตการการเล่นในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล (NFL) ของตัวเอง หลังอกหักวืดพาทีมเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล จากการพ่ายในต่อเวลาแก่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ในเกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 
 
 หลังจากที่ มินเนโซตา ไวกิงส์ ต้องพลาดท่าพ่ายต่อ “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ในช่วงการต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 28-31 เกิดคำถามขึ้นมามายว่า เบร็ตต์ ฟาร์ฟจอมทัพวัย 40 ปี จะประกาศเลิกเล่นอีกครั้งหรือไม่ หรือจะเดินหน้าต่อในฤดูกาลหน้า 
 
 ล่าสุด ฟาร์ฟ ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ ซูเปอร์โดม ถิ่นของ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ว่า “ผมรู้ว่าผู้คนต่างกำลังจับจ้องกับสถานการณ์ของผมว่าจะเป็นเช่นไรหลังค่ำคืนนี้ แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ผมจะให้คำตอบ ผมยังไม่อยากตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น” 
 
 ”ผมปรารถนาที่จะชนะซูเปอร์โบว์ล ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของผู้เล่นทุกคน แต่ก็รู้ดีว่านี่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยผมก็มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวันนี้ ที่สามารถต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย โดยเฉพาะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทุ่มให้กับทีม” ควอเตอร์แบ็คจอมเก๋าที่ขว้างไป 310 หลา ในเกมดังกล่าวเอ่ยในท้ายที่สุด 
 

“ฟาร์ฟ” ฝันสลายไวกิงส์พ่ายต่อเวลาส่งเซ็นต์สชิงซูเปอร์โบว์ล

January 25, 2010

       

 

 

 

 

เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ฝันสลายไม่สามารถนำ มินเนโซตา ไวกิงส์ เข้าไปลุ้นแชมป์ประเทศได้ หลังบุกไปต่อเวลาพ่ายให้แก่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส 28-31 พร้อมกับส่งเหล่า “นักบุญ” เข้าไปชิงแชมป์ซูเปอร์โบว์ล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม 
 
  ที่นิวออร์ลีนส์ : เบร็ตต์ ฟาร์ฟ มีการบ้านให้คิดหนักช่วงหน้าร้อนนี้ว่าจะคัมแบ็กกลับมานำ มินเนโซตา ไวกิงส์ ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าหรือไม่ หลังเส้นทางในซีซันนี้มาหยุดที่ซูเปอร์โดม บ้านของ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ด้วยฝีเท้าของ การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ สังหารฟิลด์โกล 40 หลา ผ่านเสาประตูเข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 
 
  ในเกมเดิมพันสูงชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เซ็นต์ส แลกหมัดกับ ไวกิงส์ ได้อย่างถึงพริกถึงขิงตามคาด สลับกันนำสลับกันตามตลอด แต่สุดท้ายเมื่อจบ 4 ควอเตอร์ เสมอกัน 28-28 ต้องตัดสินช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่ง “นักบุญ” เสี่ยงเหรียญชนะได้บุก และก็ไม่เปิดโอกาสให้ ฟาร์ฟ กลับลงสนามอีกเลย 
 
  โดย ปิแอร์ โธมัส รันนิงแบ็กที่เกมนี้วิ่งไป 56 หลา 1 ทัชดาวน์ รับบอลอีกหนึ่งสกอร์ เป็นคนวิ่งย้อนได้ดีมาถึงประมาณเส้น 40 หลา ดรูว์ บรีส์ ค่อยๆ พาทีมบุกเจ้าบ้านรุกคืบ ฌอน เพย์ตัน หัวหน้าโค้ช “นักบุญ” ตัดสินใจเสี่ยงเล่นดาวน์ที่ 4 สำเร็จ แถมได้โทษรบกวนปีกอีกต่างหาก เมื่ออยู่ในระยะหวังผลได้ เซ็นต์ส ส่งเอา การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ ที่ต้นฤดูกาลโดนแบนจากการใช้สารกระตุ้น ลงมาซัดฟิลด์โกลระยะ 40 หลา เข้าประตูไป ช่วยให้ต้นสังกัดผ่านเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เจอกับ “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส คืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ในไมอามี มลรัฐฟลอริดา ต่อไป และก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993 ที่ทีมสถิติอันดับ 1 ของแต่ละฝั่งไปเจอกัน 
 
  เกมนี้เจ้าถิ่นได้ บรีส์ ขว้างเข้าเป้า 17 จาก 31 ครั้ง ได้ระยะ 197 หลา 3 ทัชดาวน์ กระจายให้ โธมัส, เดเวอรี เฮนเดอร์สัน และ เรจจี บุช ขณะที่ทีมเยือนได้ ฟาร์ฟ ขว้งเข้าเป้า 28 จาก 46 ครั้ง ได้ระยะ 310 หลา 1 ทัชดาวน์ เสีย 2 อินเทอร์เซปต์ แถมหลุดอีกหนึ่งฟัมเบิล เบอร์นาร์ด เบอร์เรียน รับบอล 9 ครั้ง ได้ระยะ 102 หลา 1 ทัชดาวน์ แต่ก็เสียหนึ่งฟัมเบิล เอเดรียน พีเทอร์สัน วิ่งไปถึง 25 ครั้ง ทะลวงระยะไป 122 หลา 3 ทัชดาวน์ ทว่าทำบอลหลุดมือถึง 2 ครั้ง โดยคืนนี้แม้ “เกมรับ” ไวกิงส์ ช่วยกันยันสุดฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม “ทีมบุก” พลาดมากเกินไป ฟาร์ฟ มาเสียอินเทอร์เซปต์สำคัญก่อนจบเวลาปกติ ทำให้ต้องมีการต่อเวลาและก็พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจ 
 
 ภายหลัง ฮาร์ทลีย์ ให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้น “แค่ช่วยให้ทีมได้ไปไมอามี นั่นแหละงานของผม” 
 
 ด้าน ดาร์เรน ชาร์เปอร์ อดีตเซฟตี กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ออกมาปลอบใจเพื่อนเก่า “เบร็ตต์ (ฟาร์ฟ) ทำงานในฐานะควอเตอร์แบ็กได้ดีแล้ว ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เราได้เตรียมพร้อมกับการรับมือ เพย์ตัน (แมนนิง) ต่อไป” 

 

ทีมรับเจ็ตส์จ้องอัด “แมนนิง” เกมชิงแชมป์เอเอฟซี

January 23, 2010

   

 

 

บรรดาผู้เล่นทีมรับ นิวยอร์ก เจ็ตส์ จ้องอัด เพย์ตัน แมนนิง ให้ลงไปกองกับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ควอเตอร์แบ็กอัจฉริยะคอนโทรลเกมบุก อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ได้สะดวกโยธิน ในการพบกันของเกมชิงแชมป์สายเอเอฟซี (AFC) ที่จะมีขึ้นในคืนวันอาทิตย์นี้ 
   
  นิวยอร์ก เจ็ตส์ ทีมอันดับ 5 ของสายเอเอฟซี มีคิวยกพลมาเยือน ลูคัส ออยล์ สเตเดียม ถิ่นของ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส ทีมซึ่งมีสถิติดีที่สุดในลีก (14-2 เกม) อเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) โดยมีเดิมพันเป็นตั๋วเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 ที่ฟลอริดา ในเช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ตามวัน-เวลาประเทศไทย 
 
  โดย เจ็ตส์ ซึ่งมีทีมรับอันดับ 1 ของลีกเตรียมเผชิญหน้า เพย์ตัน แมนนิง ซึ่งทุกคนทราบดีว่าจอมทัพ “เกือกม้า” อันตรายเพียงใด เคอร์รี โรดส์ เซฟตีพูดถึงผู้เล่นทรงคุณค่าลีก (MVP) 4 สมัย “เขาไม่ต้องการโดนอัดหรอก ดังนั้นถ้ามีใครหลุดเข้าไปเอาเขาลงได้และได้แซ็ค ถ้าต้องเจอความกดดัน เพย์ตัน คงต้องคุยกับแนวของเขา” 
 
  ด้าน ซิออน พูฮา ดีเฟนด์ซีฟ แท็คเกิล เจ็ตส์ ทราบดีถึงพิษสง แมนนิง “ผมคงเทียบเขาเหมือนกับผู้ควบคุมวงดนตรีออเคสตรา เขารู้ว่าจะสั่งทรัปเป็ต, ไวโอลิน และฉาบ ให้เล่นกันอย่างไร ก็เหมือนกับการคุมทีมบุกที่ต้องเจอกับทีมรับให้ดีที่สุด” 
 
  ส่วน แคลวิน เพียซ ไลน์แบ็กเกอร์ เผยบ้าง คุณไม่สามารถเอา เพย์ตัน ไปนั่ง ถ้าเขาเดินเกมขว้างได้ เราต้องการเอาเขาลงให้ได้ จัดการโดยไม่ให้เขาเห็น คุณก็รู้ไม่มีใครเจ๋งไปกว่า เพย์ตัน แมนนิง” 
 
  สุดท้าย มาร์คิส ดักลาส ดีเฟนด์ซีฟ ไลน์แมน ให้สัมภาษณ์ “ผมต้องรู้งานของตัวเองมากกว่าที่ เพย์ตัน รู้งานของเขาให้ได้ พูดง่ายๆ ก็คือว่า ผมต้องดูพ็อกเกต จ้องไปที่ใบหน้าของเขา เพราะเขาชอบที่อยู่ในพ็อกเกตเพื่อขว้างบอล ถ้าคุณไม่สามารถกดดันเขาได้ คุณย่อมต้องเจอกับคืนที่ยาวนานเป็นแน่” 
 
  สำหรับ เจ็ตส์ เมื่อสัปดาห์ที่ 15 ของฤดูกาลปกติเคยบุกไปเอาชนะ โคลต์ส 29-15 แต่นั่นเป็นเพราะ จิม คัลด์เวลล์ หัวหน้าโค้ช “เกือกม้า” เลือกถอดผู้เล่นตัวหลักเป็นกระบิ รวมถึงการดึง แมนนิง ออกจากเกมตั้งแต่ต้นควอเตอร์ที่ 3 โดยเกมนั้น แมนนิง ขว้างเข้าเป้า 14 จาก 21 ครั้ง ได้ระยะ 192 หลา 

 

ฟัง “ลุงแซม” ชำแหละคู่ชิงแชมป์สาย NFL

January 22, 2010

เบร็ตต์ ฟาร์ฟ จอมทัพไวกิงส์

 งวดเข้ามาทุกขณะสำหรับศึกคนชนคน อเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล (NFL) เมื่อในสุดสัปดาห์นี้ เดินทางมาถึงรอบชิงแชมป์สายทั้งฝั่งโดยในฝั่งเอเอฟซี นิวยอร์ก เจ็ตส์ (อันดับ 5) จะต้องไปเยือน อินเดียนาโปลิส โคลต์ส (อันดับ 1) ขณะที่ฝั่งเอ็นเอฟซี มินเนโซตา ไวกิงส์ (อันดับ 2) จะไปเยือน นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส (อันดับ 1) 
 
 ซึ่งก่อนที่ความมันของทั้ง 2 เกมจะระเบิดขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 24 ม.ค.นี้ตามเวลาบ้านเรา “ลุงแซม” คอลัมนิสต์ดังประจำกีฬาอเมริกัน ให้เกียรติกับ MGR SPORT มาชำแหละคู่ชิงแชมป์สายศึก NFL ฤดูกาลนี้ ติดตามได้จาก MGR Sport Channel 
  
  
  
 

‘โคลต์ส’ รุกฆาตเจ็ตส์ ‘ไวกิงส์’ อัดนักบุญ

January 22, 2010

       

 

 

 

 

ASTVผู้จัดการายวัน – ศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ประจำฤดูกาล 2009/10 เดินทางมาถึงการแข่งขันรอบชิงแชมป์สายกันในสุดสัปดาห์นี้ โดย “เกือกม้า” อินเดียนาโปลิส โคลต์ส เต็งหนึ่งรอเปิดบ้านเชือดรองบ่อนอย่าง นิวยอร์ก เจ็ตส์ ขณะที่ มินเนโซตา ไวกิงส์ มีเกมหนักรออยู่นั่นคือการไปเยือน”นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส และบรรทัดต่อจากนี้คือ บทวิเคราะห์วิจารณ์โอกาสความเป็นไปได้ของเกม โดย “ลุงแซม” คอลัมนิสต์แห่งหนังสือพิมพ์เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน 
 
 เกมชิงแชมป์สายเอเอฟซี (AFC) 
 
 นิวยอร์ก เจ็ตส์ (อันดับ 5) เยือน อินเดียนาโปลิส โคลต์ส (อันดับ 1) 
 เกือบไม่มีทีม “ซินเดอเรลลา” เข้ามาให้ลุ้นให้เชียร์กันในเกมชิงแชมป์สาย ทว่า นิวยอร์ก เจ็ตส์ ก็อาศัยทีมรับและเกมวิ่งอันดับ 1 ของลีกผ่านด่านมาได้ทั้ง ซินซินเนติ เบงกอลส์ และ ซานดิอาโก ชาร์จเจอร์ส อย่างไรก็ตาม การมาเยือนลูคัส ออยล์ สเตเดียม ของ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส คงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้สัปดาห์ที่ 15 ของฤดูกาลปกติ เจ็ตส์ เคยบุกมาเอาชนะโคลต์ส 29-15 แต่นั่นเป็นเพราะ จิม คัลด์เวลล์ หัวหน้าโค้ช “เกือกม้า” ให้ความสำคัญกับสภาพร่างกายของผู้เล่นมากกว่าการทำ “เพอร์เฟกต์ ซีซัน” ส่งผลให้ทีมอาศัยความสดเปิดบ้านโขยก บัลติมอร์ เรฟเวนส์ ไปเบาะๆ 20-3 ในเกมดิวิชันนัล เพลย์ออฟ สัปดาห์ก่อน 
 
 ปัจจัยสำคัญของทั้งสองทีม : เร็กซ์ ไรอัน เฮดโค้ชเจ็ตส์ ไม่น่ามีพลิกโผให้ มาร์ค ซานเชซ ออกมาขว้างบอลแข่งกับ เพย์ตัน แมนนิง เป็นแน่ ทีมเยือนจำเป็นต้องส่ง ชอน กรีน ที่กำลังวิ่งได้สวย 4 เกมหลังทะลวง 420 หลา 2 ทัชดาวน์ ลงสลับกันเปิดเกมบุกภาคพื้นดินร่วมกับ โธมัส โจนส์ นอกจากระยะที่รุกคืบและการจำกัดเวลาในการลงสนามของ แมนนิง แล้ว ยังเป็นการยกความกดดันออกจาก ซานเชซ ควอเตอร์แบ็กรุคกีได้อีกด้วย ในส่วนของโคลต์ส ค่อนข้างชัดว่าจะใช้เกมรุกทางอากาศเพื่อเปิดเกมการวิ่ง โดยมี เรจจี เวย์น คอยรับบอลยาว ดัลลัส คลาร์ก ปีกในตัวเก่งรับทำระยะ 10-20 หลา เพื่อเปลี่ยนเฟิร์สดาวน์ แล้วใช้ โจเซป แอดดาย วิ่งเจาะเป็นครั้งคราว ส่วนทีมรับอันดับ 24 ของ “เกือกม้า” เพิ่งกลบคำครหาด้วยการอนุญาตให้ เรฟเวนส์ วิ่งใส่เพียงแค่ 87 หลาเท่านั้น 
 
 โอกาสในการเป็นผู้ชนะ : ถ้า เจ็ตส์ สามารถยื้อความต่างของคะแนนไว้ได้ที่สกอร์เดียว (3-7 แต้ม) ไปเรื่อยๆ โอกาสของพวกเขายังมีอยู่ แต่ถ้าปล่อยให้ แมนนิง ติดเครื่องพาทีมบุกอันร้อนแรงขว้างกระจาย โคลต์ส มีสิทธิปิดเกมได้เร็ว หาก ซานเชซ ต้องออกมาระดมขว้างบอลถี่กว่าปกติ ส่วนเรื่อง “แพ็กเกจบลิตซ์” ที่ทีมเยือนจ้องใช้อาจส่งผลต่อ แมนนิง บ้างในช่วงแรก แต่ด้วยประสบการณ์และมีดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่าลีก (MVP) 4 สมัย แมนนิง จะเอาตัวรอดนำโคลต์ส ชนะ 24-10 กรุยทางเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล 
 
 เกมชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) 
 
 
 มินเนโซตา ไวกิงส์ (อันดับ 2) เยือน นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส (อันดับ 1) 
 เป็นครั้งแรกที่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ขยับใกล้ซูเปอร์โบว์ล มากที่สุดแล้ว แต่ต้องถามไปยัง มินเนโซตา ไวกิงส์ เพราะพวกเขาก็รอคอยการกลับสู่เกมชิงแชมป์ประเทศมานานตั้งแต่ปี 1977 โดยเกมชิงแชมป์สาย NFC จะเป็นการวัดกันของทีมบุกอันดับ 1 และ 2 ของลีกในเรื่องการทำแต้ม ซึ่ง “นักบุญ” มีอาวุธที่หลากหลายให้ ดรูว์ บรีส์ เลือกใช้ทำคะแนน ไม่ว่าจะเป็นเกมวิ่งที่นำโดย เรจจี บุช กับ ปิแอร์ โธมัส หรือกระจายบอลขว้างให้ มาร์คิส โคลสตัน, โรเบิร์ต มีเชม และ เจเรมี ช็อคคีย์ ขณะที่ ไวกิงส์ เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ควอเตอร์แบ็กกระดูกเหล็กคงสดชื่นไม่น้อยกับการมาเยือน “ซูเปอร์โดม” สนามที่เขาเคยพา กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ครองซูเปอร์โบว์ล เมื่อปี 1997 
 
 ปัจจัยสำคัญของทั้งสองทีม : ในขณะที่เจ้าถิ่นมีอาวุธที่หลากหลาย ผู้มาเยือนก็พกทีเด็ดมาเต็มสูบเช่นกัน ซิดนีย์ ไรซ์ กลายเป็น “แรนดี มอสส์” คนใหม่ในสายตาแฟนๆ ไวกิงส์ สามารถรับทัชดาวน์จาก ฟาร์ฟ ได้ถึงสามหนในเกมถล่ม คาวบอยส์ 34-3 สัปดาห์ก่อน ขณะที่ เอเดรียน พีเทอร์สัน แม้ผลงานการวิ่งตกไปบ้าง แต่ก็ยังถือเป็นกุญแจสำคัญที่หัวหน้าโค้ช แบรด ชิลล์เดรสส์ จะใช้ในการเปิดโหมดการขว้างให้แก่จอมทัพของเขา ในส่วนของ ฌอน เพย์ตัน เฮดโค้ช “นักบุญ” ต้องสั่งให้ บรีส์ อ่านเกมการบลิตซ์ให้ดี หากไม่อยากลงไปกองกับพื้นเหมือนถึง 6 ครั้งเหมือนกับ โทนี โรโม (ควอเตอร์แบ็กคาวบอยส์) 
 
 โอกาสในการเป็นผู้ชนะ : สัปดาห์ก่อน เซ็นต์ส ทุบเอาชนะ อริโซนา คาร์ดินัลส์ มาได้ 45-14 แต่ทีมรับคาร์ดส ไม่สามารถเทียบได้กับไวกิงส์ ที่มี “ราชาแซ็ค” อย่าง จาเรด อัลเลน และเรย์ เอ็ดเวิร์ดส ซึ่งพร้อมโจมตี บรีส์ จากทางด้านซ้าย-ขวา ขณะที่ ฟาร์ฟ แม้ต้องเผชิญกับเสียงอื้ออึงในสนามโดม แต่จอมทัพวัย 40 กะรัตจะฉายฟอร์มนำทีมเฉือน 27-24 พา ไวกิงส์ ก้าวไปชิงซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 กับโคลต์ส ที่ฟลอริดา ในเช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ตามวัน-เวลาประเทศไทย 

 

นางแบบโต้ยอมแต่งถ้า “บุช” พาเซ็นต์สซิวซูเปอร์โบว์ล

January 21, 2010

“คาร์ดาเชียน” ปัดตบรางวัลให้ “บุช”

 คิม คาร์ดาเชียน นางแบบสาวพราวเสน่ห์ ออกมาโต้กระแสข่าวที่ว่าจะยอมหมั้นหมายกับ เรจจี บุช หากแฟนหนุ่มนำพลพรรค “นักบุญ” นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ผงาดคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 มาครอง 
 
  ร้างลากันไปพักหนึ่ง ทว่า เรจจี บุช รันนิงแบ็กสตาร์ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส แห่งศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) กลับมาหวานซึ้งกับ คิม คาร์ดาเชียน นางแบบสาววัย 29 ปี ดังเดิม โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามวัน-เวลาท้องถิ่น “นิวยอร์ก โพสต์” สื่อดังแดนมะกัน รวมถึงอีกหลายเว็บไซต์ ตีข่าวทำนองว่า คาร์ดาเชียน พร้อมตบรางวัลให้แฟนหนุ่มด้วยการรับหมั้น หาก บุช พาต้นสังกัดขึ้นไปชู “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี” ได้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ 
 
  อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธตามวัน-เวลาท้องถิ่น คาร์ดาเชียน ออกมาปัดกระแสข่าวลือว่า “นี่ไม่เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด ฉันไม่เคยพนันอะไรแบบนั้นไว้ มีสถานีวิทยุคลื่นหนึ่งถามฉันว่าฉันฝันอะไรในปี 2010 ฉันสองจิตสองใจและก็คิดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาถามถึงแหวน ฉันตอบว่าใช่ ฉันอยากให้แหวนซูเปอร์โบว์ลแก่ เรจจี (บุช) จากนั้นพวกเขาก็ถามว่าถ้าเขา (บุช) ได้แหวนแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ฉันจะหมั้นหมายกับเขาหรือไม่ ฉันก็บอกว่าโอเค แต่นั่นคงเป็นการพูดเล่นอะไรทำนองนั้นมากกว่า ฉันจึงอยากจะเคลียร์อะไรให้ชัดเจนตรงนี้” 
 
  สำหรับ บุช มีคิวนำ เซ็นต์ส ทีมอันดับ 1 สายเอ็นเอฟซี (NFC) เปิดซูเปอร์โดม รับการมาเยือน มินเนโซตา ไวกิงส์ (อันดับ 2) ในเกมชิงแชมป์สาย เช้าวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2553 ตามวัน-เวลาประเทศไทย โดยผู้ชนะของคู่นี้จะไปฟลอริดา เพื่อชิงแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เช้าวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พบผู้ชนะระหว่าง อินเดียนาโปลิส โคลต์ส (อันดับ 1 ) หรือ นิวยอร์ก เจ็ตส์ (อันดับ 5) ของทางฝั่งเอเอฟซี (AFC) ต่อไป 
 

“มอร์นิง-เหว็ด” จับมือสตาร์ NBA บริจาคช่วยเหยื่อเฮติ

January 19, 2010

“เหว็ด” รวมใจเพื่อนบริจาคช่วยเฮติ

 อลอนโซ มอร์นิง และ ดีเวย์น เหว็ด 2 บุคลากรสำคัญของ ไมอามี ฮีท จับมือนักยัดห่วงในเอ็นบีเอ (NBA) ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เฮติ 
 
  เมื่อกลางสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ความรุนแรง 7.0 ริกเตอร์ เป็นผลให้เฮติได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งหลายฝ่ายก็ทยอยส่งความเชื่อเหลือไปยังประเทศทางแถบแคริเบียน ล่าสุด บรรดานักกีฬาในเวทีอเมริกันเกมส์อย่างน้อย 27 คน อาทิตเช่น เลอบรอน เจมส์, กิลเบิร์ต อารีนาส หรือแม้แต่ ไมเคิล วิค ควอเตอร์แบ็ก ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ แห่งลีกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ร่วมกันบริจาคเงินรวมกัน 8 แสนเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 27 ล้านบาท) เข้าสู่โครงการ “Athletes Relief Fund for Haiti” 
 
  โดย ดีเวย์น เหว็ด การ์ดแม่ทัพ ไมอามี ฮีท ยอมนำค่าเหนื่อย 1 เกม จำนวน 175,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 5.9 ล้านบาท) เข้าสู่กองทุนช่วยเหลือดังกล่าว ขณะที่ อลอนโซ มอร์นิง ตำนานของฮีท รวมถึง เลอบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส, เควิน ดูแรนท์ ดาวรุ่ง โอกลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ และ คริส พอล การ์ดสตาร์ นิวออร์ลีนส์ ฮอร์เนตส์ ต่างควักกระเป๋ากันคนละ 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.4 ล้านบาท) ช่วยผู้ประสบภัยในเฮติแล้ว 
 
  สำหรับ มอร์นิง ที่ได้รับเกียรติสูงสุดรีไทร์เบอร์เสื้อกับฮีท ใช้เวลา 36 ชั่วโมงปักหลักอยู่ที่เฮติ เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามโรงพยาบาล ปัจจุบันกรุงปอร์โตแปรงซ์ ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวแทบไม่เหลือเค้าโครงเมืองหลวงแห่งเฮติ และคาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 2 แสนราย ขณะที่ผู้รอดชีวิตก็ยังต้องการสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำ, อาหาร หรือว่า ยารักษาโรค 
 

Next Page »