กูรูแนะพักเงินเลี่ยงเหตุ26ก.พ. ชูมันนี่มาร์เกตปลอดภัยไว้ก่อน

February 23, 2010

 

 

โบรกเกอร์กองทุนรวม เเนะนำนักลงทุน พักเงินในกองทุนรวมตลาดเงิน พร้อมประเมินสถานการณ์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ก่อนลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง 
 
 นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล Fund Super Mart Analyst บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์การลงทุนในช่วงที่ศาลจะมีการพิจรณาคดียคดทรัพย์ พตท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นี้ อาจจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ตลาดหุ้นไทยอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หลังจากวันที่ 26 กพ. ไปเเล้วนั้นคงต้องรอดูสถานการณ์ต่อว่าจะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่ 
 
 ซึ่งเราเองอยากแนะนำให้นักลงทุนพักเงินในกอทุนรวมตลาดเงิน หรือ มันนี่มาร์เก็ตไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วจึงค่อยทยอยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น 
 
 สำหรับอัตราเงินเฟ้อในช่วงนี้ค่อยๆปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้นั้นอาจจะไม่ใช่การลงทุนที่สารมารถชนะอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งหากมีทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในตราสารหนี้ก็อาจจะเสียโอกาสจากส่วนต่างกำไรที่ได้รับหรือ แคปปิตอล เกน เนื่องจากราคาตราสารหนี้ลดลง 
 
 อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เช่นกองทุนรวมตลาดเงิน น่าจะช่วยให้ผลตอบเเทนที่ดีกว่า ในช่วงที่พักรอเพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น 
 
 นอกจากนี้สินค้าคอมมอนีตี ก็เป็นสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่ให้ผลตอบเเทนที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ เเต่ทั้งนี้คงต้องดูจังหวะในการเข้าลงทุน เนื่องจากราคาทองคำ ยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุน ขณะที่ราคาน้ำมัน นั้นราคาค่อนข้างสูงในช่วงนี้ 
 
 นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงแม้ว่าปัญหาหนี้ในยูโรโซนจะได้รับความช่วยเหลือ 
 
 แต่รายละเอียดยังไม่ชัดเจนทำให้ยังคงมีความกังวลกันอยู่ดังจะเห็นได้จากค่าเงินยูโรยังคงผันผวน US Dollar Index ยังคงอยู่ในระดับสูง 
 
 นอกจากนี้จีนยังคงออกมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่อและการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระยะสั้นคาดว่าจะยังคงเห็นความผันผวนในตลาดหุ้นเอเชียแม้ว่าเราจะยังคงมองมาตรการต่างๆ เป็นมาตรการที่ดีทำให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 
 
 ทั้งนี้ เรายังคงต้องเฝ้าจับตามองจังหวะการลงทุนอย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเรายังคงแนะนำให้พักเงินไว้ในกองทุนตลาดเงินตามเดิมกองทุนตลาดเงินที่แนะนำคือ กองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงินของ บลจ.ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนมีเป็นตราสารหนี้ภาครัฐ และเงินฝากกว่า 98% ผลการดำเนินงานมีความสม่ำเสมอแต่ขนาดของกองทุนยังเป็นข้อจำกัด 
 
 สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้นั้นระยะยาวเรายังเชื่อว่ากลุ่ม Emerging market สภาพเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แต่ระยะสั้นยังคงมีความผันผวนจากการออกมาตรการและแนวโน้มการเปลี่ยนนโยบายการเงินการลงทุนช่วงนี้จึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด และเลือกจังหวะการลงทุนอย่างเหมาะสม 

 

รวบ 2หัวขโมยเที่ยวฉกนกปรอดมาขายซวยเจ้าของจำได้ถูกซิว‏!

February 23, 2010

   

 

 

จับ 2 หัวขโมยหัวหมอ เที่ยวตระเวนขโมยนกปรอดหัวจุกของชาวบ้านที่เลี้ยง แล้วนำมาวางขาย ดันซวยลูกสาวเจ้าของนกเจอถักเรียกนก จนนกแสดงอาการดีใจ จึงรีบโทรแจ้ง ตร.ให้เข้าจับกุม ก่อนเข้าค้นบ้านพักพบนกปรอดอีกกว่า 10 ตัว เจ้าทุกข์รู้ข่าวเข้ามาชี้ตัวเป็นแถว สารภาพขโมยนกมาขายในราคา 500 บาท เงินที่ได้อ้างให้ภรรยาซื้อนมเลี้ยงลูก 
 
 วันนี้(22 ก.พ.) เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.ท.ฉัตรเพชร ศิลา ร้อยเวร สภ.เมืองนนทบุรี สาขาย่อยรัตนาธิเบศร์ รับแจ้งจากนายจรุงศักดิ์ รณศิริ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่บ้านประชานิเวศน์ ต.ท่าทราย ให้ไปจับกุมตัวคนร้ายที่ขโมยนกปรอดหัวจุก ของตนเองไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนโดยวันนี้ตนเองกับภรรยาและลูกสาวไปพบคนร้ายกำลังนั่งขายนกอยู่ในซอยทานสัมฤทธิ์ 21 จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุมตัวด้วย 
 
 เวลาต่อมาทาง พ.ต.ท.สุทัศน์ พรหมอักษร สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบได้ไปควบคุมตัวนายปัญญา สอนสุวรรณ อายุ 31 ปี นายสาม เชื้อสาย อายุ 29 ปี ขณะทั้งสองคนกำลังนั่งขายนกปรอดอย่างเพลิดเพลิน จึงควบคุมตัวทั้งสองคนพร้อมนกปรอทจำนวน 5 ตัว มามอบให้กับร้อยเวรเจ้าของคดีสอบปากคำ โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ทราบข่าวเดินทางมาชี้ตัว หลังสอบสวนขยายผลเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจค้นยังห้องเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยทานสัมฤทธิ์ที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนพักอาศัยอยู่พบนกปรอทหัวจุกจำนวนกว่า 10 ตัว ที่ผู้ต้องหาทั้งสองขโมยมาเก็บไว้ในห้องพัก 
 
 นายจรุงศักดิ์ กล่าวว่าเมื่อช่วงเย็นตนเองพร้อมด้วย ด.ญ.ชุติกาญจน์ รณศิริ อายุ 10 ปี บุตรสาว ได้ออกมาทำธุระแถวซอยทานสัมฤทธิ์ก็พบผู้ต้องหาทั้งสองคนกำลังนั่งขายนกปรอดหัวจุกอยู่เมื่อตนเองและบุตรสาวเข้าไปใกล้ก็พบว่านกในกรงแสดงความดีใจกระโดดตีปีกไปทั่วเมื่อบุตรสาวเรียก พอลล่าๆๆ เจ้านกตัวดังกล่าวจึงส่งเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจประกอบกับบุตรสาวจำนกของตนเองได้ นอกจากนี้ยังมีนายภักดิ์ นกแก้ว อายุ 29 ปี ถูกขโมยนกไป 2 ตัว นายอำนาจ เพชรเกื้อ อายุ 29 ปี ถูกขโมยนกไป 3 ตัว นายประธาน นาคะ อายุ 50 ปี ถูกขโมยนกไป 5 ตัว 
 
 ขณะที่นายปัญญากับนายสามสองผู้ต้องหารับสารภาพว่าขโมยนกทั้งหมดมาจากผู้เสียหายจริงโดยจะนำมาตั้งขายให้กับผู้สนใจเลี้ยงนกชนิดดังกล่าวในราคาเพียงตัวละ 500 บาท ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปให้ภรรยาเพื่อซื้อนมให้ลูกที่ยังเล็ก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ในข้อหาลักทรัพย์เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

 

ไทยคมสนยิงดาวเทียมออสซี่

February 22, 2010

 ไอพีสตาร์สนลงทุนยิงดาวเทียมร่วมกับรัฐบาลออสเตรเลีย หลังได้โครงการใหญ่บรอดแบนด์ 12 Mbps จำนวน 2 แสนครัวเรือน ไม่สนรัฐไทยยึกยักไทยคม 6 ยันไม่บ้ายิงดวงใหม่โดยไม่มีลูกค้าในมือ แย้มไทยคม 5 กับไอพีสตาร์ยังมีช่องสัญญาณและความถี่พอให้บริการ พร้อมคาดรายได้ปีนี้พุ่ง 30-80% จากการเติบโตของไอพีสตาร์ 
 
 
 นายธนฑิต เจริญจันทร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยคม กล่าวถึงผลประกอบการปี 2552 ว่าบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการทั้งสิ้น 7,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175 ล้านบาทจากปีก่อน โดยรายได้จากการบริการใช้งานแบนด์วิดท์ (จำนวนความถี่)บนดาวเทียมไอพีสตาร์ ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ เติบโต 29.7%, 11.4% และ 6.4% ตามลำดับ โดยหากคิดรายได้จากการให้บริการดาวเทียมไทยคม 1A, 2, 5 และบริการที่เกี่ยวเนื่อง มีจำนวน 2,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท หรือ 1.6% จาก 2,302 ล้านบาท ในปี 2551 โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม 
 
 ส่วนไอพีสตาร์ มีรายได้จากการขายอุปกรณ์ปลายทาง(User Terminal) 986 ล้านบาท ลดลง 28% แต่มีรายได้จากการขายแบนด์วิดท์ 1,182 ล้านบาทเติบโตขึ้น 29.7% ซึ่งเป้าหมายในปีนี้ของไอพีสตาร์จะให้ความสำคัญในการขายแบนด์วิดท์มากขึ้นโดยจะมีโปรโมชันและกิจกรรมกระตุ้นตลาด โดยไอพีสตาร์จะเริ่มทำรายได้มากขึ้นหลังจากเปิดให้บริการในประเทศอินเดีย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการโอนย้ายลูกค้าจากดาวเทียมดวงอื่นมาใช้ไอพีสตาร์ และคาดว่าจะเริ่มให้บริการภายในสิ้นเดือนก.พ.หรือต้นเดือนมี.ค.นี้ 
 
 นอกจากนี้ยังมีลูกค้าเป็นโอเปอเรเตอร์โทรคมนาคมรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้บริการไอพีสตาร์ในเดือนเม.ย.นี้ 
 
 ’การเติบโตของไอพีสตาร์จะทำให้รายได้รวมของไทยคมเติบโตระหว่าง 30-80% ในปีนี้’ 
 
 ไอพีสตาร์มีฐานลูกค้าสำคัญในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ทำรายได้ให้มากกว่า 63% ซึ่งในออสเตรเลียไทยคมกำลังจะเข้าร่วมประมูลโครงการบรอดแบนด์ 12 Mbps ของรัฐบาล เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 12 Mbps กับ 2 แสนครัวเรือนที่สายเคเบิลครอบคลุมไม่ถึง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยไอพีสตาร์มีโอกาสสูงที่จะชนะการประมูลซึ่งเป็นเฟสแรกของโครงการใหญ่คือ National Broadband Network (NBN) ที่รัฐบาลมีแผนจะยิงดาวเทียมสื่อสาร 2 ดวง โดยไอพีสตาร์จะเสนอตัวเข้าร่วมโครงการนี้ในลักษณะเป็นเทิร์นคีย์เซอร์วิส เนื่องจากมีประสบการณ์ทั้งดาวเทียมสื่อสารทั่วไปและดาวเทียมเพื่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 
 
 ’เรายังอยู่ระหว่างคุยกับทีโอที เพื่อเสนอให้ TOT 3G ใช้ไอพีสตาร์เป็นระบบสื่อสัญญาณในการเชื่อมโยงโครงข่ายด้วย’ 
 
 สำหรับผลประกอบการของธุรกิจในกลุ่ม บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจบริการโทรศัพท์ในกัมพูชาและลาว 2,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 220 ล้านบาท จากปีก่อน โดยสิ้นปี 2551 มียอดผู้ใช้บริการในระบบรวมทั้งสิ้น 2,217,094 ราย หรือเพิ่มขึ้น17.6% สำหรับธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อมีรายได้ 535 ล้านบาท โดยมียอดจำหน่าย DTV (จานเหลือง) แล้วทั้งสิ้นประมาณ 592,886 ชุด เพิ่มขึ้น 246,274 ชุดและคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านจาน 
 
 ส่วนบริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ (LTC) ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2552 จำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) ประกาศจ่าย จำนวน 0.41 บาท/หุ้น โดยเป็นเงินปันผลระหว่างกาลและจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วจำนวน 0.14 บาท/หุ้น 
 
 จากงบการเงินรวม บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) จำนวน 2,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จาก 2,429 ล้านบาท ในปี 2551 เนื่องจากการเติบโตของรายได้และความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 465 ล้านบาท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 471 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 713 ล้านบาท 
 
 ทั้งนี้ในปี 2552 บริษัทฯ ได้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากต่างประเทศทำให้มีค่าตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายในการจัดหาเงินกู้ยืม 385 ล้านบาท ในต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นรายการทางบัญชีไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดแต่อย่างใด 
 
 บริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกู้ยืมสุทธิต่อส่วนทุน 0.56 เท่า ลดลงจาก 0.58 เท่า สิ้นปี 2551 มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 2,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323 ล้านบาท หรือ18.4% จากปีก่อน และมีเงินสดคงเหลือวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เป็นเงินทั้งสิ้น 798 ล้านบาท 
 
 นายธนฑิตกล่าวถึงดาวเทียมไทยคม 6 ว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านการเงินและเทคโนโลยี เหลือแต่ปัจจัยเกี่ยวกับการกำกับดูแลของภาครัฐเท่านั้น ที่ยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ 
 
 ’เราคงเสียสติถ้ายิงดาวเทียมมูลค่าลงทุน 100 กว่าล้านเหรียญโดยยังไม่มีลูกค้าอยู่ในมือ ซึ่งปัจจุบันดาวเทียมไทยคม 5 ก็ยังมีคาปาซิตี้เหลือ หรือไอพีสตาร์ก็ยังมีแบนด์วิดท์พอขายให้ลูกค้า ซึ่งการยิงดาวเทียมดวงใหม่ต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี ทำให้คาดว่าปีนี้คงไม่ได้เห็นดาวเทียมดวงใหม่แน่’ 
 

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ คุณค่าแห่งยุคสมัย

February 22, 2010

ห้องลือระบิลพระราชพิธี ใช้ข้าวจริงในการประดับตกแต่ง

 ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวถนนราชดำเนินกลาง ถัดจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์(ฝั่งเดียวกัน) อาจจะสังเกตเห็นและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตึกเก่าที่ปรับปรุงใหม่ด้วยสีเหลืองนวลตาและป้ายข้อความขนาดใหญ่ที่มีใจความว่า เตรียมพบกับปรากฏการณ์ใหม่ ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณ บนถนนประวัติศาสตร์สายนี้ ซึ่ง ณ เวลานี้ อาคารดังกล่าวได้รับการเปลี่ยนรูปโฉมใหม่จนจวบจะแล้วเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเผยโฉมใหม่ออกมาอีกครั้งในฐานะของ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ อาคารการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่มุ่งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย 
 
 อาคารดังกล่าวนั้นเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ได้บูรณะตกแต่งภายในตัวอาคารเก่าที่หมดสัญญาเช่าแล้วให้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ซึ่งอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงถนนราชดำเนินเพื่อทำให้เป็นดัง ฌองเอลิเซ่เมืองไทย  
 

โฉมใหม่ของอาคารเก่า

 ประตูสู่รัตนโกสินทร์ 
 
 จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นความเป็นมาของอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์แห่งนี้ว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีนโยบายที่จะปรับปรุงอาคารบริเวณถนนราชดำเนินกลางที่หมดสัญญาเช่าให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม 
 
 โดยเริ่มที่อาคาร 1 ใกล้กับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และวัดราชนัดดาฯ เป็นอาคารแรก และด้วยเหตุที่อาคารหลังดังกล่าว เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเข้าสู่เขตพระราชธานีเมื่อครั้งในอดีต หรืออีกนัยหนึ่งคือ ประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้น จึงกำหนดให้อาคารแห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมเกียรติยศแห่งแผ่นดินสยามตลอดยุครัตนโกสินทร์ อันเป็นข้อมูลที่ทรงคุณค่าของชาติมิให้สูญหายไปตามกาลเวลา อีกทั้งยังมีประโยชน์กับประชาชนทั่วไปที่จะได้ชื่นชมกับมรดกของแผ่นดิน และได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับยุครัตนโกสินทร์อย่างถ่องแท้และถูกต้อง และให้ชื่ออาคารนี้ว่า อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ 
 

ความวิจิตรด้วยสื่อผสมเสมือนจริง4มิติใน ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์

 การบูรณะปรับปรุงอาคารดังกล่าว เริ่มลงมือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมภายนอกไว้ตามรูปแบบเดิม และกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 โดยกำหนดพิธีเปิดอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์อย่างเป็นทางการ ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมนี้ 
 
 หลังจากนั้นก็จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชม เพื่อร่วมภาคภูมิใจไปกับ ศิลปวิทยาการ มรดกของแผ่นดินที่สืบทอดมายาวนาน และอารยธรรมของประเทศในยุคที่เรียกว่า รัตนโกสินทร์นี้ ตั้งแต่วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553เป็นต้นไป 
 

นางในเย็บปักถักร้อย

 ความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์แห่งอื่น คือ ภายในอาคารแห่งนี้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับรัตนโกสินทร์ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งสื่อจัดแสดง หุ่นจำลอง สื่อผสมเสมือนจริง 4 มิติ สื่อมัลติทัช มัลติมีเดียแอนิเมชั่นในลักษณะอินเตอร์แอ็กทีฟ เซล์ฟ เลิร์นนิ่ง (Interactive Self-learning) 
 
 โดยแบ่งการจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น 9 ห้องจัดแสดง (โดยระยะแรก จะเปิดให้ชมเพียง 7 ห้อง และจะเปิดให้ชมครบทั้ง 9 ห้อง ในปี พ.ศ. 2554) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับกำเนิดกรุงรัตนโกสินทร์ ความวิจิตรอลังการของพระบรมมหาราชวัง ความเป็นมาของมหรสพหลากหลายประเภท เกร็ดความรู้พระราชพิธีสำคัญๆ รูปแบบสถาปัตยกรรม เอกลักษณ์ชุมชน และรวบรวมสถานที่น่าสนใจบนเกาะรัตนโกสินทร์จิรายุกล่าว 
 

แอบดูนางในซ้อมรำ

 อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์แห่งนี้มีความสูง 4 ชั้น นอกจากจะมีพื้นที่กิจกรรมดังกล่าวแล้วบริเวณชั้น 1-3 ด้านบนสุดจะเป็นจุดชมทิวทัศน์มุมสูงมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลที่มีชื่อว่า รัตนโกสินทร์ สกาย วิว ซึ่งจะได้เห็นถนนราชดำเนินและอาคารสถาปัตยกรรมโดยรอบ อาทิ ภูเขาทอง โลหะปราสาท ในมุมมองอันสวยงามที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน สามารถถ่ายรูปโดยมีฉากหลังเป็นโลหะปราสาทในมุมที่สวยที่สุดในกรุงเทพมหานคร และนอกจากนี้ยังมี ห้องสมุดที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับรัตนโกสินทร์ให้ศึกษาค้นคว้า 
 
 ทางด้าน ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สะท้อนเจตนารมณ์และความตั้งใจในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองแห่งบันเทิงศึกษา หรือ Edutainment ให้มีความชัดเจน และน่าสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย รวมทั้งการได้เรียนรู้ถึงแหล่งที่มา ความสำคัญของประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเราคนไทยรู้จักตัวตนของตนเองมากขึ้น ยังช่วยให้พวกเราได้รับรู้ว่า เราควรจะดำเนินวิถีชีวิตเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต เพื่อธำรงและรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ศิลปะอันงดงามของชาติให้สืบไปอย่างยั่งยืนอีกด้วย 
 

พัฒนาการด้านมหรสพแต่ละยุคสมัย

 ส่วนทาง อุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด และผู้อำนวยการอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านการออกแบบ บูรณะ และบริหารอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ กล่าวว่า อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นอาคารนิทรรศการที่มีการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวตลอดเวลาผ่านกิจกรรมและการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวทุกอย่างของรัตนโกสินทร์ ไม่ว่าจะเป็น ความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหาราชวัง ซึ่งถือเป็นเกียรติยศแห่งแผ่นดินสยาม พระราชพิธีสำคัญต่างๆ สถาปัตยกรรม วัง วัด บ้านในแต่ละยุค สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์ มหรสพอันทรงคุณค่ามากมาย สิ่งเหล่านี้จะจัดแสดงในลักษณะสื่อผสมเสมือนจริง 
 

ดื่มด่ำไปกับชุมชนเก่าแก่คู่กรุงรัตนโกสินทร์ใน ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน

 7ห้อง เลอค่า 
 
 สำหรับห้องต่างในอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์แห่งนี้ ขณะนี้เปิดให้เข้าชมทั้งหมด 7 ห้องด้วยกัน โดยแบ่งเป็นห้องต่างๆที่มีชื่อคล้องจองกัน ดังนี้ 
 
 รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ ห้องที่จัดแสดงย้อนสู่เมื่อครั้งแรกเริ่มสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ นำเสนอด้วยสื่อผสมสี่มิติชัดเจนทั้งภาพ เสียง กลิ่น และการสัมผัส แบบสื่อผสม 4มิติ ห้องนี้จำกัดจำนวนคนให้การเข้าชมไว้ที่ไม่เกิน25คนต่อหนึ่งรอบ 
 
 เกียรติยศแผ่นดินสยาม ตื่นตาไปกับแบบจำลองพระบรมมหาราชวังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ครั้งแรกที่จะได้ชมพระแก้วมรกตในเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดูในคราวเดียว ลัดเลาะประตูย่ำค่ำเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งถือเป็นโอกาสเดียวที่ผู้ชายมีสิทธิ์เข้าชมเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างใกล้ชิดที่นี่ 
 
 เรืองนามมหรสพศิลป์ ย้อนยุคไปชมบรรยากาศมหรสพสมโภช เสมือนได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเมื่อ 200 กว่าปีก่อนในมุมมอง 360 องศา เรียนรู้ภาษาท่าทางโขน และทดลองเชิดหุ่นกระบอก 
 
 ลือระบิลพระราชพิธี ร่วมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยพสกนิกรโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อชุบชูขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรไทยผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของพระราชพิธีเสด็จราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในรูปแบบ 3 มิติ ฯลฯ 
 

มุมจัดแสดงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

 สง่าศรีสถาปัตยกรรม ชื่นชมรูปแบบสถาปัตยกรรมของไทย ทั้ง วัง วัด บ้าน และร่วมสนุกกับการขี่ม้าชมเมือง พายเรือชมสวน ขับรถชมบ้านเรือนกรุงเก่า ในแบบนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ 
 
 ดื่มด่ำย่านชุมชน ห้องที่จัดแสดงเอกลักษณ์ของชุมชนบนเกาะรัตนโกสินทร์และ เยี่ยมยลถิ่นกรุง ห้องที่รวบรวมสถานที่น่าสนใจบนเกาะรัตนโกสินทร์โดยจะพูดถึงเอกลักษณ์ของชุมชนรอบเกาะรัตนโกสินทร์นำเสนอให้นักท่องเที่ยวทราบว่าชุมชนที่อยู่โดยรอบมีเอกลักษณ์ความโดดเด่นทางด้านอาชีพหรือความสามารถทางด้านศิลปะ กว่า12ชุมชน อาทิ ชุมชนบ้านบาตร บ้านดอกไม้ ผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์แอคทีฟ อันทันสมัย 
 

รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ที่ ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง

 เยี่ยมยลถิ่นกรุง แนะนำให้ถ่ายรูปก่อนเข้าชมที่มีบริการหน้าห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง แล้วจะพบประสบการณ์ใหม่ที่คุณจะได้เข้าไปเป็นตัวละครหลัก ในภาพยนตร์แอนนิเมชั่น โลดแล่นท่องเที่ยวไปทั่วกรุง 
 
 7งานนิทรรศการหมุนเวียน 
 
 นอกเหนือจากนิทรรศการภายในอาคารแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจทั้งภายในอาคารบริเวณโถงกิจกรรมอเนกประสงค์ และบริเวณโดยรอบอาคาร ที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ วัดราชนัดดารามวรวิหาร โดยจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลายอันสะท้อนคุณค่าความงามของศิลปะ วัฒนธรรม และความรื่นรมย์แห่งรัตนโกสินทร์สมัย 
 
 อันประกอบไปด้วยงานวัฒนธรรม 7 งาน เช่น งานสมโภชโลหะปราสาท ราชนัดดา ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นงานแรกในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ส่วนงานต่อๆมาที่จะจัดภายในปีนี้เช่นกันได้แก่ งานเทศกาลหนังกลางแปลง, ตามรอยพระบาท 64 ปี ครองราชย์ ด้วยความรัก ด้วยภักดี ด้วยจิตใจ, งานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหา พระคู่พระบารมี, งาน 100 ปี ปิยมหาราชา เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี แห่งการสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, เทศกาลดนตรีแห่งรัชกาลที่ 9, งานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว5ธันวามหาราช มหาจักรี นฤบดินทร์ 
 

ถ่ายรูปหน้าห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง

 ซึ่งภายในโถงกิจกรรมอเนกประสงค์ ก็มีการจัดนิทรรศการหมุนเวียน ที่มีเรื่องราวสอดคล้องกับงานวัฒนธรรมทั้ง 7 งาน โดยการนำเสนอด้วยเทคนิคมัลติมีเดียและรูปแบบของการจัดนิทรรศการ Installation Art Exhibition โดยการจัดงานจะเกิดขึ้น ภายใต้ความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์ ความงามแห่งรัตนโกสินทร์จะเป็นกิจกรรม วัฒนธรรมที่สมบูรณ์ที่สุด ทั้งเรื่องราวของการแสดงที่อิงมาจากประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ การแสดง แสง เสียง และ มรหสพ ที่อลังการ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รู้ถึงความมหัศจรรย์ของวัฒนธรรมไทย ให้เยาวชนไทยและชาวไทยได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทย. 
 
 *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  * 
 อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ที่ ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ โดยในวันอังคารถึงวันศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-20.00น. ส่วนวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-20.00น. 
 
 อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ ทั้งคนไทยและต่างชาติ คนละ 200บาท เด็กคนละ50 บาท (ฉลองเปิดให้บริการช่วงแรก ทั้งคนไทยและต่างชาติ คนละ 100บาท เด็กคนละ30บาท ประมาณ6-7เดือนแรกของการเปิดให้บริการ) ส่วนนักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบหรือแสดงบัตรนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์และสามเณรเข้าชมฟรี! ติดต่อสอบถามโทร.0-2621-0044 
  
 

“มู” น้อยใจแข้งเชลซีจ้องโค่น

February 22, 2010

“มูรินโญ” แอบน้อยใจลูกน้องเก่า

 
 

 โชเซ มูรินโญ กุนซือ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ออกอาการน้อยใจลูกน้องเก่า “สิงห์บลูส์” เชลซี ที่จ้องโค่นเอาชนะตนให้ได้ในศึกลูกหนัง ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ 
   
  อินเตอร์ มิลาน ทีมดังจากอิตาลี มีคิวเปิดสังเวียน ซาน ซิโร รับการมาเยือนของ เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ของศึกฟุตบอลยุโรปถ้วยใบใหญ่ คืนวันพุธนี้ ซึ่งก่อนเกมจะเริ่มขึ้นดูเหมือนบรรดาแข้ง “สิงห์บลูส์” มีแรงจูงใจพิเศษในการล้มนายเก่าลงให้ได้ 
 
  เล่นเอา โชเซ มูรินโญ ให้สัมภาษณ์ผ่าน “เดอะซัน” สื่อเมืองผู้ดีทำนองน้อยใจ “ถ้านักเตะเชลซีมีความสุขที่จะล้มผมลงมากกว่าผู้จัดการทีมคนอื่น ผมก็รู้สึกเสียใจยิ่ง ผมไม่เข้าใจและไม่คิดว่านี่จะเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นพิเศษแต่อย่างใด ในทางกลับกันถ้าผมมีความสุขมากกับการโค่นเชลซี มากกว่าสโมสรอื่น พวกเขาคงรู้สึกไม่พอใจในเหตุผลของผมเช่นกัน หากพวกเขาจะล้มผม ความรู้สึกน่าจะเหมือนกับที่พวกเขาล้มอาร์เซนอล หรือ ปอร์โต น่าจะดีกว่า” 
 
  “ก็เช่นกัน ถ้าผมล้มพวกเขา (เชลซี) ได้ ความรู้สึกคงไม่แตกต่างกับโค่น รีล มาดริด หรือว่า บาเยิร์น มิวนิค สำหรับตัวผมแล้วมุ่งไปที่แมตช์ที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตาม ผมคงไม่มีความรู้สึกแตกต่างไปจากแมตช์อื่นๆ ในแชมเปียนส์ ลีก อะดรีนาลีนคงไม่ได้หลั่งเป็นพิเศษ หรือเกิดความกดดันอะไรมากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความเป็นมืออาชีพ ผมต้องการชนะ พวกเขา (เชลซี) ก็เช่นกัน คงไม่มีใครอยากพ่ายแพ้” กุนซือฝีปากกล้าชาวโปรตุกีสทิ้งท้าย 
 

หนังสือประวัติตำนาน “สตรีท ไฟเตอร์” จ่อวางแผง 17 มี.ค.

February 22, 2010

 ประวัติตำนานความเป็นมาเป็นไปของซีรีส์เกมไฟท์ติ้งชื่อดัง “สตรีท ไฟเตอร์” จะถูกรวบรวมและนำเสนอผ่านหนังสือ “Street Fighter: The Complete History” พร้อมลงแผง 17 มีนาคมนี้ 
 
 ถ้าพูดถึง “สตรีท ไฟเตอร์” เชื่อว่ามีเกมเมอร์น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเกมไฟทติ้งตัวนี้ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดเกมฮิตตลอดกาล ตั้งแต่เปิดตัวในรูปแบบเกมอาร์เคดเมื่อปี 1987 เกมนี้ก็เป็นที่รู้มากขึ้นและแพร่หลายไปลงในแพลตฟอร์มหลากหลายรูปแบบ ล่าสุด “คริส คาร์ล” บรรณาธิการเว็บไซต์เกม ign.com ร่วมกับสำนักพิมพ์ Chronicle Books นำเสนอหนังสือเล่มใหม่ในชื่อ “Street Fighter: The Complete History” เตรียมวางแผงอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มีนาคมนี้ 
 
 เนื้อหาภายในหนังสือ “Street Fighter: The Complete History” จะเกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของซีรีส์เกมไฟท์ติ้งสตรีท ไฟเตอร์ ผ่านบทสัมภาษณ์ของผู้สร้างเกม หนังสือจะมีขนาด 6×8 นิ้ว 176 หน้า นอกจากตัวหนังสือบทสัมภาษณ์แล้ว หนังสือเล่มนี้จะมีภาพอาร์ตเวิร์คสตรีทไฟเตอร์กว่า 200 ภาพอีกด้วย สำหรับผู้สนใจก็สามารถหาซื้อได้ในราคา 19.95 เหรียญสหรัฐ ประมาณ 660 บาท 
 
 ข้อมูลและภาพประกอบจาก 
 
joystiq.com 
 

ศูนย์ทนายมุสลิมจี้รื้อระบบยุธรรม – ชี้จีที200ก่อคดีละเมิดสิทธิ์จชต.พุ่ง

February 22, 2010

 ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ เลขาศูนย์ทนายความมุสลิม จี้รื้อกระบวนการยุติธรรมในชายแดนใต้ หลังพิสูจน์ชัด จีที 200 ที่ไร้ประสิทธิภาพ เผยที่แล้วมาเครื่องมือนี้ถูกใช้กวาดผู้บริสุทธิ์ให้ตกบ่วงคดีความมั่นคงจำนวนมาก แถมขบวนการสอบสวนก็ไร้ระเบียบ มีการทรมานทั้งกายและใจเหยื่ออันเป็นการละเมิดสิทธิซ้ำซ้อน ระบุแค่ปีที่แล้วปีเดียวมีถึงกว่า 500 คดีที่เกิดจากเครื่องมือที่มีค่าแค่ไม้ล้างป่าช้า และเมื่อถึงศาลมีการยกฟ้องไปแล้วถึง 39% ประกาศเร่งตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนใน จ.สงขลาตั้งรับผลกระทบจากไฟใต้ 
 
 นายสิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ เลขาธิการศูนย์ทนายความมุสลิม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.ยะลา เปิดเผยถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ว่า การใช้เครื่องมือจีที 200 ที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น ยิ่งตอกย้ำให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนขึ้นในสังคมมากขึ้น และส่งผลกระทบการละเมิดด้านสิทธิของประชาชนผู้บริสุทธิ์มาโดยตลอด 
 
 ทั้งนี้ ในปี 2550 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดยุทธการตรวจค้นและจับกุมอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ โดยมีการนำเครื่องมือจีที200 มาใช้มากที่สุด และน่าเป็นห่วงว่าผลการทำงานของรัฐในห้วงที่ผ่านมาสถิติของหน่วยงานรัฐเองชี้ว่า คดีเกี่ยวกับความมั่นคง มีอัตราการยกฟ้องสูงถึง 39.61% ซึ่งเทียบกับประเทศที่มีความเจริญแล้วมีเพียง 3% เท่านั้น สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมในชั้นต้นทางที่ต้องมีการตรวจสอบและทำงานอย่างรัดกุมมากขึ้น และต้องรื้อระบบกันใหม่ 
 
 ปัญหาเหล่านี้ทำให้มีศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับเรื่องร้องเรียนความไม่เป็นธรรมทุกวัน เฉพาะปี 2552 มีการร้องเรียนจากญาติและครอบครัวของผู้ต้องสงสัย-ผู้ต้องหามากกว่า 1,300 คดี โดย 500 คดีนั้นมีสาเหตุมาจากการใช้เครื่องมือในการตรวจสอบสารขั้นต้นระเบิด หรือจีที200 ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทำให้มีการควบคุมตัวบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง สูญเสียอิสรภาพ และได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายใจ อีกทั้งจนถึงขณะนี้ก็ยังมีบางหน่วยงานที่เดินหน้าใช้เครื่องมือนี้ต่อไปทั้งในที่ลับและที่แจ้ง 
 
 ซึ่งกระบวนการหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยนั้นจะมีการควบคุมตัวนาน 7 วันเพื่อไปซักถามและทำให้มีการรับสารภาพ ก่อนที่จะคุมตาม พรก.ฉุกเฉิน และมีการซักถามตามมาอีกครั้ง โดยระหว่างกระบวนการซักถามพบว่า ไม่มีระเบียบในการซักถาม บีบคั้นให้รับสารภาพ ทั้งการทำร้ายร่างกายและทรมานจิตใจ เช่น นำไปในสถานที่ไม่เหมาะสม ทั้งตู้คอนเทนเนอร์แล้วเร่งแอร์ให้หนาวจัด หรือเปิดไฟตลอด 24 ชั่วโมง อันเป็นการกดดันและทรมานจิตใจจนเกิดความเครียด เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อนำคำสารภาพเป็นหลักฐานไปแจ้งจับตาม ป.วิอาญา แต่หลายเคสพบว่ามีประจักษ์พยานน้อยมาก 
 
 เมื่อเร็วๆ นี้มีการร้องเรียนจากญาติผู้เสียหายว่ามีการนำตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร และเมื่อได้ขออนุญาตเข้าเยี่ยมก็พบแผลตามตัว ซึ่งเรื่องแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการควบคุมตัว แต่จะดีขึ้นถ้านำไปสู่ ศปก.ยะลา นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาเดิมที่เรามีการเรียกร้องมาโดยตลอด คือการให้สิทธิผู้ต้องสงสัยสามารถเรียกหาบุคคลใกล้ชิดหรือทนายความได้ระหว่างที่มีการสอบสวน เพราะการเป็นผู้ต้องสงสัยนั้นไม่มีข้อหา นายสิทธิพงษ์กล่าว และว่า 
 
 ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือนั้น หลังจากที่มีการรับเรื่องร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ศูนย์ทนายความมุสลิมจะส่งผู้ช่วยทนายความติดตามและให้ความช่วยเหลือในการรักษาสิทธิเบื้องต้น เช่น จำนวนวันที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ สิทธิในการเข้าเยี่ยมจากญาติ ป้องกันการถูกซ้อม ถูกจับซ้ำซ้อน เป็นต้น และจะมีทนายความเข้าช่วยเหลือฟรีเมื่อเข้าสู่กระบวนการศาล ซึ่งแต่ละคดีแม้จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์และศาลยกฟ้องแล้วต้องกินเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ปัญหาใหญ่อีกด้านหนึ่งคือ จำเลยร้อยละ 90% ล้วนเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้มีความสูญเสียและบอบช้ำในวงกว้างมากกว่าที่คิด และรัฐยังขาดเรื่องการเยียวยาเหยื่อในกลุ่มนี้ 
 
 นายสิทธิพงษ์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ขณะนี้ศูนย์ทนายความมุสลิมกำลังจะเปิดศูนย์เพื่อรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งมี 4 อำเภอที่อยู่ภายใต้ พรบ.ความมั่นคง ซึ่งมีการประกาศใช้ใหม่และจำเป็นต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านการละเมิดสิทธิ ความไม่เป็นธรรมเช่นเดียวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 
 

ไทยขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤตกว่า 1 แสนอัตรา โคราชหนักสุดในอีสาน

February 22, 2010

         

 

 

 

 

 

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ก.แรงงาน เผยไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเข้าขั้นวิกฤติหลัง ศก.ฟื้นภาคอุตฯต้องการแรงงานสูง ล่าสุดมีตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศกว่า 1 แสนอัตราโคราชมากสุดในอีสาน ชี้กลุ่มแรงงานถูกเลิกจ้างช่วงวิกฤติศก.ไม่ยอมกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานเหตุยังมีพอกินจากเงินช่วยเหลือของรัฐอยู่ กรมพัฒนาฯ ตั้งเป้าปีนี้ผลิตแรงงานฝีมือป้อนให้ได้กว่า 2.7 แสนคนและยกระดับฝีมือแรงงานอีก 2 ล้านคน เพื่อเร่งแก้ปัญหา 
 
 วันนี้ (22 ก.พ.) ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายยุพ นานา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนาบูรณาการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยมี นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้การต้อนรับพร้อมกล่าวรายงาน และมีตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักศึกษาและประชาชนใน จ.นครราชสีมาเข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้กว่า 500 คน จัดโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบถึงทิศทางความต้องการแรงงาน และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม 
 
 นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2552 มีการเลิกจ้างงานแรงงานเป็นจำนวนมาก แรงงานส่วนใหญ่กลับภูมิลำเนา หรือเข้าสู่ภาคการเกษตร แต่เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 จนถึงขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานไม่เฉพาะแรงงานคนไทยยังรวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วย 
 
 ขณะนี้สถานประกอบการต่าง ๆ ร้องขอเข้ามายังกระทรวงแรงงานให้ช่วยปรับปรุงพัฒนาฝีมือแรงงานและชักชวนให้แรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากขณะนี้มีตำแหน่งงานว่างกว่า 100,000 ตำแหน่งที่รอคนมาทำงาน โดยเฉพาะที่ จ.อยุธยา มีความต้องการแรงงานกว่า 10,000 ตำแหน่ง ซึ่งกระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามพัฒนาแรงงานฝีมือป้อนเข้าภาคอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุดแต่ก็ยังไม่เพียงพอ 
 
 ปัญหาที่ทำให้แรงงานถูกเลิกจ้างเมื่อช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจไม่กลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม จนทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในช่วงนี้ เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้ยังได้รับเงินประกันการว่างงาน 8 เดือนจากสำนักงานประกันสังคมอยู่ ซึ่งเป็นนิสัยของคนไทยถ้ายังมีกินอยู่บ้างก็ไม่ค่อยอยากทำงาน ซึ่งเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะหมดกำหนดในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า คาดว่ากลุ่มแรงงานเหล่านี้จะกลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมบ้างแต่คงไม่ทั้งหมด นายประวิทย์ กล่าว 
 
 นายประวิทย์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขผู้ว่างงานที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขณะนี้มีกว่า 100,000 คน และตำแหน่งงานว่าก็มีกว่า 100,000 ตำแหน่ง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ทักษะของแรงงานที่ว่างงานดังกล่าวไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่เปิดรับ จึงทำให้ผู้ว่างงานไม่สามารถบรรจุเข้าทำงานได้ ฉะนั้นกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงต้องเร่งผลิตแรงงานโดยการฝึกฝีมือแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งในปีนี้ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานภาคทั้ง 12 แห่ง ทั่วประเทศตั้งเป้าผลิตแรงงานฝีมือออกสู่ตลาดให้ได้จำนวน 275,000 คน และ ยกระดับฝีมือแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมให้ได้ 2 ล้านคน 
 
  ขณะนี้แรงงานในระดับล่างของประเทศ ขาดแคลนอย่างมาก เข้าขั้นวิกฤติ ส่งผลให้สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งไม่สามารถขยายกิจการออกไปได้ เนื่องจากไม่มีแรงงานเข้ามาทำงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข นายประวิทย์ กล่าว 
 
 สำหรับ จ.นครราชสีมา จากรายงานพบมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก มีตำแหน่งงานว่างกว่า 6,000 อัตรา ซึ่งมากที่สุดในภาคอีสานสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา กำลังเร่งผลิตแรงงานฝีมือออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอยู่ 
 
 ขณะเดียวกันกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเปิดโอกาสให้สถานประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมคนก่อนที่จะเข้าไปทำงานโดยมีค่าใช้จ่ายให้ และอีกส่วนหนึ่งก็เตรียมความพร้อมจากส่วนราชการให้ นอกจากนี้กรมอาชีวศึกษาก็เร่งพัฒนาทักษะนักศึกษาเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 
 
 

 

เทพไท ขำ รร.พรายดำรีสอร์ตเสื้อแดง หลอกสูบน้ำเลี้ยงแม้ว

February 22, 2010

 

 

โฆษกมาร์ค กลบกระแส ไอ้เต้น เล่นจิตวิทยา เปิดโรงเรียนเสื้อแดงในพื้นที่เขาพรายดำรีสอร์ต จ.นครศรีฯ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ปิด หวังตบตาหลอกสูบท่อน้ำเลี้ยงนายใหญ่ เย้ยนับหัวแล้วไม่เกิน 200 คน ท้าให้ไปจัดกิจกรรมที่สนามหน้าเมืองเพื่อพิสูจน์พลัง 
 
 วันนี้ (22 ก.พ.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อถึงกรณีคนเสื้อแดงไปเปิดโรงเรียน นปช.แดงทั้งแผ่นดินเคลื่อนไหวในภาคใต้ที่ เขาพรายดำรีสอร์ต อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า เป็นเพียงความเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.หวังผลทางจิตวิทยาว่าได้เข้ามาเคลื่อนไหวในภาคใต้แล้ว เพื่อแสดงผลงานให้นายใหญ่เห็นว่ากล้ามาทำพื้นที่ในภาคใต้ว่ามีแนวร่วมเสื้อแดงอยู่ด้วย ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีคนเข้าร่วมไม่เกิน 200 คน ซึ่งแล้วแต่เป็นคนเสื้อแดงนอกพื้นที่ ซึ่งขนคนเข้ามาตบตาเพื่อสูบน้ำเลี้ยงจากนายใหญ่ โดยพื้นที่ที่จัดงานก็เป็นของกำนันดำ ซึ่งเป็นน้าชายของนายณัฐวุฒิ เป็นพื้นที่ปิดทำในลักษณะส่วนตัวอบรมในรีสอร์ต จึงไม่สามารถทำให้กลุ่มคนที่ต่อต้านคนเสื้อแดงสามารถเข้าไปแสดงออกได้ แต่ได้มีการปิดป้ายต่อต้านกระบวนการคนเสื้อแดงในภาคใต้ว่า คนนครฯ ไม่ต้อนรับกลุ่มคนจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงทั่วทั้งจังหวัด ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงหน้ารีสอร์ตเขาพรายดำ ถ้าหากว่ากลุ่มเสื้อแดงมีศักยภาพจริง เหตุใดไม่ที่ไปจัดชุมนุมที่สนามหน้าเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดที่ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางการเมืองของทุกกลุ่ม เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าคนนครศรีธรรมราชสนับสนุนคนเสื้อแดงจริงหรือไม่ 

 

สิบล้อแฉเหลือบโลจิสติกส์ไทย ตั้งด่านไถแหลก-เปิดโปงส่วยซ่อนรูป

February 22, 2010

 

 

ผู้ประกอบการ “สิบล้อ” สุดทน! “ส่วยทางหลวง” ขนรถบัส-บรรทุกจำนวนกว่า 200 คัน จอดประท้วงกลาง ถ.บางนา-ตราด เปิดโปงส่วยซ่อนรูป ปธ.สหพันธ์ขนส่งฯ แฉถูกรีดไถหนักเดือนละกว่า 30 ล้าน เปรียบเหมือนตัวเหลือบ คอยสูบเลือดโลจิสติกส์ไทย โดยอ้างปัญหาควันดำจับแหลก ตั้งด่านตรวจทั้งตำรวจจราจรกลาง-ตำรวจท้องที่ จับกุมซ้ำซ้อน เพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะจราจรกลาง เร่งทำยอด-เพื่อล่ารางวัล 
 
 
 นายทองอยู่ คงขันธ์ ที่ปรึกษาสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการรถบรรทุก ได้นำรถบัสและรถบรรทุกสินค้าจำนวนกว่า 200 คัน จอดประท้วงบริเวณด้านในถนนบางนา-ตราด หลักกิโลเมตรที่ 4 โดยระบุว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากทนไม่ไหวกับการเก็บส่วยทางหลวง พร้อมต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาส่วยรูปแบบใหม่ ที่มีการจับกุมรถควันดำซ้ำซ้อนจากหลายหน่วยงาน 
 
 นายทองอยู่ กล่าวว่า ปัญหาส่วยควันดำ หรือส่วยซ่อนรูป ถือเป็นนวัตกรรมของส่วยรูปแบบใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้การเรียกเก็บเงินผลประโยชน์จากผู้ประกอบการที่บรรทุกน้ำหนักเกินลดลงมากจากการกวดขันของกองบังคับการตำรวจทางหลวง แต่ปัจจุบันมีการตั้งด่านตรวจควันดำทั้งตำรวจจราจรกลางและตำรวจท้องที่ รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ มีการจับกุมซ้ำซ้อนและกลายเป็นต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะจราจรกลางซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมจะได้รางวัลนำจับประมาณร้อยละ 70-75 เป็นเรื่องจูงใจให้เจ้าหน้าที่พยายามทำยอดจับกุม คิดเป็นวงเงินที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายถึง 30 ล้านบาทต่อเดือน 
 
 นายทองอยู่ กล่าวว่า ส่วยทางหลวงถือเป็นต้นทุนแฝงในระบบโลจิสติกส์ของไทย และหากภาครัฐจริงจังในการแก้ไขปัญหาก็จะลดต้นทุนลงได้ร้อยละ 8-9 ทั้งนี้ สหพันธ์ฯ จะร้องเรียนไปถึงรัฐบาลอีกครั้ง และจะยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังฝ่ายนิติบัญญัติถึงประธานกรรมาธิการม็อบแก้ส่วยทางหลวงคมนาคม วุฒิสภา โดยจะให้เวลาภาครัฐนับจากวันที่ 15 มีนาคม 2553 ไปอีก 30 วัน หากยังไม่มีผลเป็นรูปธรรม จะนำรถบรรทุกจากทั่วประเทศเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ 
 
 ล่าสุด นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ประธานคณะอนุกรรมการคมนาคม ขนส่งทางบก ของวุฒิสภา ได้มาเป็นตัวแทนรับหนังสือ และประกาศว่าวันที่ 25 มีนาคม 2553 นี้ จะเปิดเวทีสาธารณะที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ เพื่อตรวจสอบและเสนอให้รัฐบาลแก้ไขโดยด่วนต่อไป คาดว่าการชุมนุมจะสลายในเวลา ประมาณ 14.00 น. วันนี้ 

 

กองทัพปินส์โวอาบูไซยยัฟสั่นคลอนหลังสังหารผู้นำโหดได้สำเร็จ

February 22, 2010

แฟ้มภาพ อัลบาเดอร์ ปาราด ผู้นำกลุ่มอาบูไซยยัฟที่ถูกกองทัพฟิลิปปินส์สังหาร

 เอเอฟพี – กองทัพฟิลิปปินส์เผยวันนี้ (22) การสังหารผู้บัญชาการทหารที่โหดเหี้ยมของกลุ่มกบฏอาบูไซยยัฟ สร้างความสั่นคลอนครั้งใหญ่ให้กับเครือข่ายก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์กลุ่มนี้ ขณะที่เจ้าหน้ายังคงตามไล่ล่าสมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่มต่อไป 
 
 กองทัพฟิลิปปินส์รายงานว่า ยิงปืนสังหารสมาชิกกลุ่มอาบูไซยยัฟ 6 คน ในเขตป่าไร้กฎหมายบนเกาะโจโล วันอาทิตย์ (21) ที่ผ่านมา ซึ่ง 1 ในนั้นคืออัลบาเดอร์ ปาราด ผู้นำกลุ่มที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเงินรางวัลตามล่าตัว 
 
 พลโทเบนจามิน โดลอร์ฟิโน หัวหน้ากองกำลังทางภาคใต้เผยว่า นี่เป็นการสั่นคลอนครั้งใหญ่ เนื่องจากเขา (ปาราด) เป็นผู้นำที่โด่งดังในด้านความโหดเหี้ยมอย่างมาก โดยเสริมว่า ปาราดมักมีบทบาทสำคัญในกลุ่ม เนื่องจากกลุ่มมักจะสะท้อนบุคลิกของผู้นำออกมาเสมอ ดังนั้นประสิทธิภาพ และความสามารถของกลุ่มจึงมีความสัมพันธ์กับตัวเขา 
 
 ปาราดถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำกลุ่มอาบูไซยยาฟก่อเหตุลักพาตัว และขู่ฆ่าตัดหัวเจ้าหน้าที่สภากาชาดบนเกาะโจโล ในปีที่ผ่านมา ก่อนจะปล่อยพวกเขาหลังจากกักตัวไว้เป็นเวลาหลายเดือน 
 
 สำหรับกลุ่มอาบูไซยยัฟก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1990 ด้วยเงินสนับสนุนจากเครือข่ายอัลกออิดะห์ ของอุซามะห์ บินลาดิน ตามรายงานของกองทัพฟิลิปปินส์ และยังถูกตราหน้าว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศ ซึ่งรวมถึงเหตุระเบิดเรือข้ามฟากในอ่าวมะนิลา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนเมื่อปี 2004 และการลักพาตัวชาวต่างชาติ และชาวพื้นเมืองอีกหลายครั้ง 
 
 นายพลโดลอร์ฟิโนยังระบุว่า 1 ในจำนวนสมาชิกกลุ่มอาบูไซยยัฟที่ถูกสังหารในวันอาทิตย์นั้น ยังมีลูกชายของอัมบรา จุมเดล หรือที่รู้จักว่า ดร. อาบู ซึ่งเชื่อว่าเป็น 1 ในผู้นำระดับสูงของกลุ่มด้วย 
 
 ยิ่งไปกว่านั้น เขาเสริมว่า การสังหารลูกชายของจุมเดลนั้นอาจบ่งบอกได้ว่าตัวผู้นำเองก็น่าจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขณะที่ในวันนี้ ทหารบนเกาะโจโลก็ยังคงตามล่าสมาชิกของอาบูไซยยัฟต่อไป เพื่อใช้ประโยชน์จากชัยชนะจากเมื่อวานให้คุ้มค่า 
 

“เบ็คแมน” ปาด “ดูแรนท์” แชมป์สวิงมายาโคบา

February 22, 2010

“เบ็คแมน” เป็นตาอยู่ในวันสุดท้าย

 คาเมรอน เบ็คแมน อาศัยความแน่นอนทำสกอร์ในวันสุดท้ายก่อนเบียด โจ ดูแรนท์ ที่ครองจ่าฝูงมาตลอดเข้าป้ายคว้าแชมป์รายการมายาโคบา กอล์ฟ คลาสสิก ที่แดนจังโก 
 
  กอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ รายการ มายาโคบา กอล์ฟ คลาสสิก ชิงเงินรางวัลรวม 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 122 ล้านบาท) ที่สนามเอล คามาลีออน กอล์ฟ คลับ ระยะ 6,923 หลา พาร์ 71 ในเมืองควินตานา รู ประเทศเม็กซิโก เดินทางมาถึงรอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 
 
  ปรากฏว่า โจ ดูแรนท์ โปรจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำเดี่ยวมาตลอด 3 วันแรกพลาดท่าตกม้าตายในวันสุดท้าย โดยตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ รวม 4 วันจบที่ 13 อันเดอร์พาร์ได้เพียงแค่อันดับ 2 ร่วมกับ ไบรอัน สจวร์ด เพื่อนร่วมชาติ 
 
  ขณะที่ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ คาเมรอน เบ็คแมน ก้านเหล็กจากเมืองลุงแซมอีกราย ซึ่งวันนี้ทำ 5 เบอร์ดี เสีย 1 โบกี เก็บมาได้ 4 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวม 4 วันอยู่ที่ 15 อันเดอร์พาร์ โดยชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 3 ในการเล่นอาชีพของ เบ็คแมน วัย 40 ปีด้วย 
 
  ส่วนผลงานของคนอื่นๆ ที่น่าสนใจ เค.เจ.ชอย นักกอล์ฟชาวเกาหลีใต้จบวันสุดท้ายที่ 7 อันเดอร์พาร์ อันดับ 20ร่วมเช่นเดียวกับ ชาร์ลส ฮาวล์ เดอะ เธิร์ด ขณะที่ จอห์น เดลี โปรรุ่นเก๋าจอมตีไกลออกทะเลถึง 10 โอเวอร์พาร์ในรอบนี้ ทำให้ปิดฉากไม่สวยที่ 3 โอเวอร์พาร์ ได้แค่อันดับ 67 ร่วม 
 

“เดอะเกรทแบทเทิล 4″ รวมพลังฮีโร่หุ่นยักษ์

February 22, 2010

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้บรรดาฮีโร่อย่างอุลตร้าแมน หน้ากากไรเดอร์และกันดั้มจะมีกลุ่มตลาดแนวทางแตกต่างกันไป แต่ครั้งหนึ่งในอดีตก็เคยมีเกมที่จับเอาทั้งสามมาช่วยกันต่อสู้มาแล้ว กับเกมที่มีชื่อว่า “เดอะเกรทแบทเทิล” 
 
 ”เดอะเกรทแบทเทิล 4″ เป็นเกมหลักจากซีรี่ย์ “คอมแพทติเบิลฮีโร่” ของค่ายแบนเพรสโต ซึ่งจับเอาฮีโร่ขวัญใจเด็กๆมารวมไว้ด้วยกันพร้อมตัวละครที่ออกแบบใหม่ของทางค่ายเอง โดยภาคนี้ได้เปลี่ยนแนวจากเดินลุยต่อสู้กลายเป็นเกมยิงคล้ายคอนทราผสมร็อคแมนแทน 
 
 เนื้อเรื่องของเกมจะเกิดขึ้นในโลก “คอมแพทติเบิลเวิร์ล” ซึ่งเหล่าฮีโร่ได้สร้างประเทศร่วมกันเพื่อความสงบสุข แต่จู่ๆก็มีจักรพรรดิชั่วร้าย “โอเวอร์ลอร์ด” ปรากฏตัวขึ้นมาจากต่างมิติและเข้ารุกรานดาวเคราะห์ต่างๆ จึงมีการจัดตั้งหน่วยรบพิเศษชื่อว่า “แบทเทิลฟอร์ซ” เพื่อรับมือ 
 
 ตัวละครหลักที่ให้ผู้เล่นใช้ในคราวนี้ยังคงมีนักสู้ “ไฟเตอร์รอร์” เป็นตัวยืนเช่นเดิม ส่วนที่เหลือได้เปลี่ยนไปตามตัวเอกล่าสุดของแต่ละซีรี่ย์ได้แก่ “V2″ จากภาควิคตอรี่กันดั้ม, “ZO” จากฝั่งหน้ากากไรเดอร์ และ “พาวเวิร์ด” จากฝั่งอุลตร้าแมน โดยระหว่างเล่นสามารถสลับตัวได้ตลอด 
 
 วิธีบังคับจะมีปุ่มทิศทางซ้ายขวาเดิน ล่างก้ม ปุ่ม B กระโดด ปุ่ม Y ยิงปืนสามารถเล็งไปได้ 8 ทิศรอบตัว ปุ่ม X เลือกฮีโร่ในแถบด้านบนตามด้วยปุ่ม A เปลี่ยนตัวมาใช้ ปุ่ม R ตั้งการ์ดรับการโจมตี ปุ่ม L ใช้ทักษะพิเศษของฮีโร่คนนั้น และสุดท้ายคือปุ่ม Select ระเบิดล้างจอใช้ได้จำกัดจำนวนครั้ง 
 
 ฮีโร่แต่ละคนจะมีอาวุธพื้นฐานต่างกันไปทั้งปืนยิงลูกระเบิด เครื่องยิงจรวด เครื่องพ่นไฟ และปืนสะท้อนผนัง พร้อมด้วยท่าพิเศษอย่างการกระโดดเตะไรเดอร์คิกหรือปล่อยลำแสงเมกาสเปเซียม แต่ที่สำคัญจริงๆคือท่าเคลื่อนไหวสำหรับผ่านฉาก เช่นวิ่งไต่ผนัง, กระโดดสองชั้น, ย่อตัวผ่านช่องแคบ ซึ่งมีไว้ให้เราเปลี่ยนตัวกันใช้ตามสถานการณ์ 
 
 ไอเทมหลักที่พบได้บ่อยในเกมคือแคปซูลกาจาปอง เมื่อสะสมได้ถึงระดับหนึ่งจะเพิ่มพลังอาวุธของเหล่าฮีโร่คล้ายการเก็บเลเวล หรือถ้าเต็มแล้วก็ยังเก็บต่อเอา 1UP ได้อีก ส่วนไอเทมอื่นๆก็จะมีแคปซูลเพิ่มพลัง, ลูกระเบิดล้างจอให้สะสมไว้ใช้ และไอเทม 1UP รูปแว่นตาสัญลักษณ์ของค่ายนี้ 
 
 ตัวฉากลุยด่านจะมีทั้งทางตรงเน้นการยิงแหลกปะทะศัตรูและพื้นที่ขนาดกว้างพร้อมทางแยกทางลับมากมายให้ค้นหา ส่วนกับดักก็เป็นแบบง่ายๆอย่างลิฟท์เลื่อน พื้นหนาม แต่จะเน้นการวางศัตรูขวางหรือแอบโผล่มาโจมตีให้เราเสียหลักแล้วโดนกับดักซ้ำ 
 
 บรรดาศัตรูทั่วไปจะแบ่งเป็นพวกลิ่วล้อโผล่มาเรื่อยๆ พวกที่โฉบมาโจมตีทีเดียวแล้วก็ไป กับพวกอยู่ประจำจุด แต่ที่ทำให้เกมค่อนข้างโหดคือศัตรูส่วนใหญ่ไม่ตายในนัดเดียวง่ายๆแม้จะเป็นตัวกระจอกก็ตาม ยิ่งระดับบอสยิ่งอึดมาก ต้องสู้แบบอดทนหลบแล้วรอจังหวะสวนกลับกันนานพอสมควร 
 
 หลังจากจบบางฉาก เกมจะตัดเข้าสู่การเรียกหุ่นยนต์ “คอมแพทติเบิลไกเซอร์” ออกมาสู้กับหุ่นยักษ์ของฝ่ายศัตรูในฉากมุมมองด้านข้างเห็นแค่ครึ่งตัวบน บังคับโดยการกดซ้ายขวาเดิน บนกระโดดล่างก้ม ปุ่ม Y ชกแบบเบา ปุ่ม B ชกแบบหนัก ปุ่ม X ตั้งการ์ด และปุ่ม A ค้างเป็นการแสกนหาจุดอ่อนทำให้เราสามารถสกัดกั้นอาวุธบางอย่างได้ 
 
 ตัวหุ่นทั้งของเราและฝ่ายศัตรูจะมีค่าพลังงานที่ลดลงเรื่อยๆเมื่อออกท่าต่อสู้ โดยนอกจากการชกต่อยธรรมดาแล้วยังสามารถใส่คำสั่งปุ่มทิศทางผสมโจมตีเพื่อใช้อาวุธพิเศษอย่างการยิงปืนกล มิสไซล์ หรือปล่อยพลังจากหมัดได้ และถ้าใช้กับปุ่มป้องกันก็จะมีท่ากางโล่กันทุกอย่างและสะท้อนลำแสงศัตรูด้วย 
 
 โดยรวมแล้ว “เดอะเกรทแบทเทิล 4″ ยังคงความยากเช่นเดียวกับภาคก่อนหน้า ศัตรูฉากเดินลุยอึดเกินควรจนไม่เหมือนเกมยิง แม้คนเล่นจะแม่นหรือไวขนาดไหนก็ยังต้องโดนสวนกลับเสียจังหวะเรื่อยๆอยู่ดี ส่วนในแง่บวกก็ทำฉากบังคับหุ่นออกมาได้อลังการและสนุก อีกทั้งกราฟิกโดยรวมก็ถือว่าสวยงามน่าประทับใจตามสไตล์ของค่ายนี้ 
 
 หลังจากปรากฏตัวในภาคนี้แล้ว ทั้งตัวละคร “ไฟเตอร์รอร์” และหุ่นยนต์ “คอมแพทติเบิลไกเซอร์” ก็ได้กลับมาอีกครั้งในเกม “ซูเปอร์โรบอตไทเซนออริจินอลเจเนอเรชัน” บนเครื่อง PS2 แถมยังมีเรื่องราวเชื่อมโยงถึงกันอีกด้วย 
 
 The Great Battle IV 
 เครื่อง: Super Famicom 
 ภาษา: ญี่ปุ่น 1994 
 บริษัท: Banpresto 
 แนวเกม: Action 
 จำนวนผู้เล่น: 1-2 คน 
 
 พาสเวิร์ดพิเศษต่างๆ (สปอยล์…หากต้องการดูให้กด Ctrl+A) 
 เลเวลและระเบิดเต็มตั้งแต่เริ่ม 
 เล่นคนเดียว – BBBBBB-BABBAB-ABAABA 
 เล่นสองคน – YYYYYY-YAYYAY-AYAAYA 
 ************************  

 

ชงของบ3.8หมื่นล้าน บูมท่องเที่ยวตามใบสั่ง ฟื้นสัมพันธ์เอกชน

February 22, 2010

 อรรถชัย เดินหน้าภาระกิจทำงานตามใบสั่ง รีดงบประมาณปี 54 จากสำนักงบประมาณให้ได้มากที่สุด จากที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯยื่นเสนอไป โตจากปี 53 เพิ่ม 200% โดยใช้ความเก๋ากว่า 30 ปี ที่ทำงานด้านงบประมาณ บวกสายสัมพันธ์ส่วนตัว คุยนักบริหารที่ดี ต้องประสานงานเก่งและอธิบายเป็น เผยหลักการทำงาน เน้นหลัก 3 พี พับลิค ไพรเวท และ พาร์ทเนอร์ชิพ ทั้งในประเทศและ 10 ชาติอาเซียน พร้อมประกาศเป็นกาวใจประสานรอยร้าวภาคเอกชนท่องเที่ยว ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เสร็จทัน เม.ย.นี้ 
 
 นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เริ่มเข้ามาทำงานที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯแล้ว เบื้องต้น มองว่างานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนทั้งหมดที่ต้องเร่งจัดทำให้แล้วเสร็จ ตามกำหนดระยะเวลา เช่น การจัดทำงบประมาณประจำปี 2554 การจัดทำกฎหมายลูก ของพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ การจัดทำร่างระเบียบวาระแห่งชาติว่าด้วยการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยภาระกิจหลัก ที่ได้รับมอบหมายจาก นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ การจัดทำงบประมาณประจำปี 2554 ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ยื่นเสนอต่อสำนักงบประมาณไปทั้งสิ้น 3.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 2553 ราว 200% 
 
 สิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จ คือ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้รับจัดสรรงบประมาณตามที่เสนอขอไป 3.8 หมื่นล้านบาท หรือถ้าจำเป็นต้องถูกตัดก็ต้องให้ตัดน้อยที่สุด ดังนั้น ผมจะใช้ประสบการณ์การทำงานในสำนักงบประมาณมากกว่า 30 ปี ดูแลจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงต่างๆมากกว่า 6 แห่ง บวกกับสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนในสำนักงบประมาณ มาเป็นประโยชน์ให้แก่การของบประมาณให้แก่กระทรวงการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เราจะต้องชี้แจงและทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณตามที่ขอ 
 
 อย่างไรก็ตาม หลักและวิธีเขียนแผนการดำเนินงานเพื่อให้ได้รับงบประมาณมากและถูกตัดน้อยที่สุด สิ่งสำคัญคือ แผนต้องมีเป้าหมายระบุไว้ชัดเจน โดยเฉพาะเป้าหมายการใช้งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชน มาใช้ให้เกิดผลสร้างเป็นรายได้เข้าประเทศให้ได้มากที่สุด โดยปี 2553 กระทรวงการท่องเที่ยวตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 16 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 6 แสนล้านบาท หากได้งบประมาณมาอัดฉีดจะสามารถทำงานได้ตามแผนอย่างแน่นอน 
 
 ***ชูแผนการทำงานแบบบูรณาการ 3 พี ** 
 
 นายอรรถชัย กล่าวถึงหลักการทำงานด้วยว่า จะเน้นทำงานเชิงบูรณาการโดยใช้หลัก 3 พี คือ พับลิค ไพรเวทและพาร์ทเนอร์ชิพ สร้างความเข้าใจและเป็นนักประสานงานที่ดีกับทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เพราะนักบริหารที่ดี ต้องรู้จักอธิบายและชี้แจงให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน เพื่อเป้าหมายของการทำงานร่วมกัน ส่วนงานด้านต่างประเทศ เบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือกับ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน เน้นการสร้างพันธมิตร ทั้งระหว่างประเทศ สายการบิน และ ภาคเอกชนอื่นๆ อันจะมีผลให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโต ซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงใน 8 เดือนที่เหลือนี้ 
 
 ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างภาคเอกชน มีแนวคิดจะเชิญทุกฝ่ายมาหารือ เพื่อรับทราบถึงความต้องการ และรับทราบปัญหา ของและฝ่าย จากนั้นหากเป็นไปได้ จะเปิดเวทีเชิญทั้ง 2 ฝ่าย มาคุยทำความเข้าใจกัน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันต่อไป 
 
 สำหรับการจัดทำกฎหมายลูก ของ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้นัด 2 มี.ค.53 ประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาทัวร์ขั้นต่ำ พร้อมจัดทำกฎหมายลูกที่เหลืออยู่ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้พร้อมบังคับทันในวันที่ 7 เม.ย.53 เบื้องต้น คาดว่า ค่าทัวร์ขั้นต่ำจะเป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริง ส่วน ในเวทีต่างๆหากเป็นโดยตำแหน่งปลัดกระทรวงก็พร้องจะสานต่องานได้ทันที ทั้งเวทีความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขง เวทีอาเซียน และ UNWTO 
 
 อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งนางธนิฎฐา มณีโชติ เป็นรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯดูแลงานด้านท่องเที่ยว และ ตั้งนายสมบัติ คุรุพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากีฬาและนันทนาการ เป็นรักษาการ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯในช่วงนี้ไปก่อนด้ว 
 

บริหารด้วยความเชื่อ !!

February 21, 2010

     

 

 

 

เกาะกระแส 
 โดย…ก้อนกรวด 
 
 00 ยังมีเรื่องที่ค้างคาใจกับการบริหารในหน่วยงานของ ป.ป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่ผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ออกมาแน่ชัดแล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพ หรือถ้าพูดกันแบบชาวบ้านก็คือ ห่วยแตก นั่นแหละ ซึ่งนายกฯ ก็ได้แถลงยืนยันผลการทดสอบอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่ พล.อ.อนุพงษ์ กลับ “แต๋วแตก” เรียกผู้บังคับบัญชาตบเท้าออกมาร่วมแถลงข่าว ทำยังกับจะปฏิวัติ แถมยังยืนยันว่าเครื่องมือดังกล่าวมีประสิทธิภาพ “พิลึกสิ้นดี” ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับนายทหาร ป.ปลา คนนี้ดี 
 
 00 รู้ทั้งรู้ว่าผลการพิสูจน์ออกมาว่ามันใช้ไม่ได้ และมีความเสี่ยงกันเป็นลูกโซ่ ไม่ว่าเป็นทหารชั้นประทวนคนที่ใช้ในพื้นที่(ไม่ใช่ พล.อ.อนุพงษ์) ชีวิตของชาวบ้าน รวมไปถึงทรัพย์สินของชาวบ้านและของหลวงจะได้รับความเสียหาย จึงอยากตั้งคำถามว่าอุปกรณ์ที่ว่านี้มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนจำนวนมาก ดังนั้นจะใช้ด้วย ความเชื่อ ไม่ได้ มันต้องมีประสิทธิภาพ และมี ความจริง เท่านั้น ต้องผ่านการพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่นี่กลับกลายเป็นว่ายังดันทุรังตามความเชื่อส่วนตัวทั้งที่เป็นความเสี่ยง 
 
 00 สิ่งที่ต้องตั้งเป็นข้อสังเกตและตั้งคำถามอีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าไม่กระทบกับตัวเองก็จะวางเฉยแบบ ดูดาย หรือไม่ กรณีเครื่อง จีที 200 พล.อ.อนุพงษ์ก็สามารถใช้สื่อช่อง 5 ของกองทัพใช้ชี้แจงแก้ต่างมีการถ่ายทอดสดจนจบอย่างทันใจ อีกกรณีหนึ่งที่มีความรู้สึกว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะมีความเดือดร้อนผิดปกติก็คือเมื่อถูก เสธ.แดง ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย ก็ปรากฏว่ามี ไฟเขียว จากเบื้องบนให้นายทหาร ตบเท้า ให้กำลังใจโดยเน้นเฉพาะผู้บังคับบัญชา ซึ่งก็คือ ผบ.ทบ.เท่านั้น สร้างความกังขาจากสังคมว่าทำไมเมื่อสถาบันถูกจาบจ้วงกำลังพลพวกนี้มัวไปทำอะไรกันอยู่ มาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ภาวนาว่าของ ป.ปลาที่โหรทำนายมั่วๆว่าจะได้เป็นนายกฯคนใหม่อย่าได้หมายถึง ป.ป๊อกทีเถอะ สาธุ !! 
 
 00 ยินดีด้วยสำหรับ เป็ดเหลิม ที่โพลหนุนให้พรรคเพื่อไทยใส่ชื่อเป็นนายกฯแนบไปในญัตติ ซักฟอก ก็ตามหลักการมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อหันไปดูรายชื่อคนอื่นนอกจาก เจ๊มิ่ง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ถูกสาวไส้ว่าเป็น อีแอบ แล้วที่เหลือก็อยู่ในระนาบเดียวกันกับ ไอ้เก่ง การุญ โหสกุล ทั้งนั้น ดังนั้นเพื่อความมันก็น่าต้องเลือกเหลิมเอาไว้ก่อน แต่ก็อย่าสำคัญผิดหรือบิดเบือนเป็นอย่างอื่น เพราะสิ่งที่เขาถามก็คือให้เปรียบเทียบระหว่างคนในพรรคด้วยกันเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านเขาหนุนให้เป็นนายกฯ 
 
 00 นาทีนี้เมื่อพิจารณาตามสถานการณ์แล้วสถานการณ์นับจากนี้ไปคงคลายความร้อนแรงลงไปเรื่อยๆ แม้จะตึงตึงเครียดอยู่บ้างในช่วงวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ ทักษิณ ชินวัตร แต่สังคมเริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้วว่าทุกฝ่ายต้องรอฟังและเคารพคำพิพากษาเท่านั้น และเมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้วยังมีคนที่ออกมาปั่นป่วนหรือไม่ยอมรับก็มีหวังโดนกระทืบจมดินแน่ ก็เตือนพวก แดงถ่อย ทั้งหลายไว้ล่วงหน้า ดังนั้นความเคลื่อนไหวตอนนี้หากสังเกตให้ดีก็เป็นไปในลักษณะข่มขู่ศาลให้ตัดสินไปตามที่ตัวเองต้องการมากกว่า !! 
 
 00 เตรียมพบกับ หนังสือ “อำนาจใหม่ อำมาตย์ใหม่อำมหิต” ที่จะกระชากหน้ากากของกลุ่มคนที่คิดการใหญ่ ที่มีความอำมหิต อยากรู้ว่าเป้นใคร หาคำตอบได้ในหนังสือเล่มนี้ โดยทีมผู้เขียน “ขบวนการล้มเจ้า” ที่ฮือฮามาแล้วก่อนหน้านี้ 

 

ชี้ความเบื่อหน่ายทำให้ชีวิตสั้นลง

February 21, 2010

ความเบื่อหน่ายทำร้ายสุขภาพและทำให้ชีวิตคนเราสั้นลง

 เดลิเมล์ นักวิจัยพบความเบื่อหน่ายทำให้ชีวิตคนเราสั้นลง คนที่ระอาชีวิตมากๆ มีแนวโน้มตายจากโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองมากกว่าคนที่มีความสุขกับชีวิตกว่า 2.5 เท่า 
 
  การศึกษาและติดตามผลข้าราชการพลเรือนกว่า 7,000 คนนานกว่า 25 ปี พบว่าคนที่บ่นเบื่อเหลือทนมีแนวโน้มมากขึ้นเกือบ 40% ที่จะเสียชีวิตเมื่อสิ้นสุดการศึกษา 
 
  นักวิจัยอธิบายว่า สาเหตุอาจมาจากภาวะไร้สุขที่นำไปสู่พฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ ซึ่งบั่นทอนอายุขัยเฉลี่ยของคนๆ นั้น 
 
  ผู้เชี่ยวชาญจากแผนกระบาดวิทยาและสาธารณสุขของยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ศึกษาข้อมูลจากข้าราชการพลเรือน 7,524 คน อายุระหว่าง 35-55 ปี ที่ถูกสัมภาษณ์ระหว่างปี 1985-1988 เกี่ยวกับระดับความเบื่อหน่าย หลังจากนั้นในเดือนเมษายนปีที่แล้วจึงติดตามผลว่ากลุ่มตัวอย่างเหล่านี้เสียชีวิตหรือยังมีชีวิตอยู่ 
 
  การศึกษาพบหลักฐานชัดเจนว่าโรคหัวใจเกี่ยวข้องกับความเบื่อหน่าย 
 
  สิ่งสำคัญคือ คนที่ทำงานที่น่าเบื่อควรหาสิ่งอื่นๆ ที่น่าสนใจมาระงับความเบื่อ แทนที่จะไปสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า มาร์ติน ชิปลีย์ ผู้ร่วมจัดทำรายงานฉบับนี้ที่ตีพิมพ์ในวารสารอินเตอร์เนชันแนล เจอร์นัล ออฟ เอพิเดมิโอโลจี้ฉบับสัปดาห์ที่แล้ว กล่าว 
 
  นักจิตวิทยา เกรแฮม ไพรซ์ ขานรับว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแยกแยะระหว่างสาเหตุกับผลลัพธ์ คนเหล่านี้หันไปดื่มเหล้าและเสพยาเสพติดเพราะเบื่อหรือเพราะมีลักษณะนิสัยบางอย่างกันแน่? 
 
  สำหรับหลายคนที่ขาดแรงบันดาลใจในชีวิต หรือมีแนวโน้มที่จะมีอาการซึมเศร้า วิธีรับมือก็คือเปลี่ยนจุดสนใจจากตัวเอง และหันไปสนใจหรือคิดถึงคนอื่น เช่น ครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือกระทั่งเจ้านาย 
 
  ทั้งนี้ การสำรวจพบว่า ข้าราชการพลเรือน 1 ใน 10 มีอาการเบื่อหน่ายในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยผู้หญิงมีแนวโน้มระอามากกว่าผู้ชาย และข้าราชการหนุ่มสาว รวมถึงคนที่ทำงานในระดับล่าง มีแนวโน้มเบื่อมากกว่าคนอื่นๆ 
 
  นอกจากนั้น คนที่ยอมรับว่าเบื่อมากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 37% ที่จะเสียชีวิตเมื่อสิ้นสุดการศึกษา 
 

ญาติวีรชน เตือนเสื้อแดงอย่ายั่วยุเพื่อเผชิญหน้า ซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ

February 21, 2010

คกก.ญาติวีรชนพฤษภาทมิฬ ขอบคุณรัฐบาลที่มอบพื้นที่ให้มีก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯ และเร่งให้จัดสร้างให้แล้วเสร็จในรัฐบาลนี้ พร้อมเรีกยร้องให้รัฐบาลและกองทัพ อย่าใช้กำลังปราบปราม และเตือนกลุ่มเสื้อแดงอย่าพยายามยั่วยุเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้า หวั่นซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 
 
 วันนี้ (21 ก.พ.) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง ท่าทีต่อสถานการณ์ปัจจุบันและการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 โดยมีในจความระบุว่า ตามที่สำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ส่งมอบพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของอาคารผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลคืนให้รัฐบาล เพื่อดำเนินการเข้าปรับปรุงพื้นที่ในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนประชาธิปไตยเหตุการณ์ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ.2535 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมานั้น ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 ขอแถลงท่าทีต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้ 
 
 1.เราขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผลักดันให้การดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯ มีความคืบหน้าในการดำเนินการอย่างรวดเร็วในรัฐบาลชุดนี้ พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในรัฐบาลชุดปัจจุบัน อันจะเป็นอนุสรณ์เตือนสติแก่ผู้ใช้อำนาจรัฐทุกเหล่าทัพและหน่วยงาน ให้ยุติการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชน เพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้ใช้ความรุนแรงทุกองค์กร ให้ตระหนักถึงความเจ็บปวดและสูญเสียของวีรชนบนคราบเลือดและชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ปลุกสติสังคมไทยให้ลุกขึ้นมาต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ 
 
 2.เราเห็นว่า แม้ความคืบหน้าในเกือบทุกด้านในการแก้ปัญหาของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เดือนพฤษภาคม 2535 อันเกิดจากการช่วยเหลือจากภาครัฐและสนับสนุนจากหน่วยงานเอกชนทุกภาคส่วน ทั้งการเยียวยาและชดใช้ความเสียหายให้แก่วีรชนและญาติวีรชน และการดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานวีรชน ย่อมเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการชำระล้างประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์ดังกล่าว ให้ได้รับการเชิดชูเกียรติและเกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง แต่ความสำเร็จทั้งหมดจะยังเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่ศพของวีรชนผู้สูญหาย ยังไม่ได้รับการการประกอบพิธีทางศาสนาของแต่ละครอบครัว ดังนั้น เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพเร่งคืนศพของวีรชนเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ครอบครัวของญาตินำไปประกอบพิธีต่อไป 
 
 3.เราขอแสดงความกังวลและห่วงใยในสถานการณ์ความตึงเครียดของประเทศในปัจจุบัน อันอาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงปรามปราบประชาชนอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้สังคมไทยต้องสูญเสีย เหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 พวกเราคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 ในนามของเหยื่อผู้เจ็บปวดจากบาดแผล แห่งการใช้ความรุนแรงของอำนาจรัฐที่เคยปราบปรามประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและกองทัพต้องแก้ปัญหามวลชนด้วยสันติวิธีเท่านั้น รัฐต้องยุติการใช้ความรุนแรงในการปรามประชาชนในทุกรูปแบบ และขอเรียกร้องต่อการเคลื่อนไหวของมวลชนทุกกลุ่ม ที่จะต้องไม่นำไปสู่เงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง เพื่อร่วมกันฝ่าข้ามวิกฤติอย่างสันติต่อไป 
 
 ในตอนท้ายยังระบุว่า ญาติวีรชนจะรวมตัวกันเพื่อไปพบนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงการขอบคุณในวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล หลังจากจะเดินทางไปด้านหน้ากองทัพบกเพื่อทวงถามวีรชนผู้สูญหายจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬและขอให้กองทัพแสดงจุดยืนในการดูแลประชาชนที่กำลังจะมีการชุมนุมเรื่องการใช้กำลัง 

 

“มาเรีย” ถล่มสวีดิชซิวเมมฟิสขยับรั้ง 13 โลก

February 21, 2010

ชาราโปวา แชมป์ 21 ในการเล่นอาชีพ

 มาเรีย ชาราโปวา อดีตนักเทนนิสสาวสวยมือ 1 ของโลก เอาชนะ โซเฟีย อาร์วิดส์สัน สาว สวีดิช 2-0 เซต คว้าแชมป์เทนนิส ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ ที่ เมมฟิส ซึ่งเป็นแชมป์หญิงเดี่ยวรายการที่ 21 ในการเล่นอาชีพ 
 
 ศึกเทนนิสดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ “รีเจียนส์ มอร์แกน คีแกน แชมเปียนชิปส์ แอนด์ เดอะ เซลลูลาร์ เซาธ์ คัพ” ชิงเงินรางวัลรวม 220,000 เหรียญสหรัฐฯ(ราว) แข่งขันระหว่างวันที่ 14-20 ก.พ. ณ สนามอินเดอร์ ใน แร็กเกต คลับ ออฟ เมมฟิส สหรัฐอเมริกา โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมาตามเวลาที่สหรัฐฯ มีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 
 
 โดย มาเรีย มือ 1 ของรายการและมือ 16 ของโลกวัย 22 ปี ซึ่งพลาดตกรอบแรก ออสเตรเลียน โอเพน 2010 เมื่อเดือน มกราคมที่ผ่านมา ทำผลงานยอดเยี่ยมเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศพบกับ โซเฟีย อาร์วิดส์สัน สาว สวีดิช ผลปรากฏว่า “นางฟ้า” จากแดนหมีขาว ฟอร์มร้อนต่อเนื่องใช้เวลาเพียง 66 นาที เอาชนะหวดสาวจากแดนไวกิง 2-0 เซต 6-2 6-1 คว้าแชมป์รายการที่ 21 ในการเล่นอาชีพ ในแบบไม่เสียเซตตลอด 5 แมตช์ 
 
 ผลจากแชมป์ครั้งนี้จะทำให้ มาเรีย ที่ได้แต้มจากเสิร์ฟแรกในแมตช์นี้ถึง 81 เปอร์เซนต์ รับเงินรางวัล 37,000 เหรียญสหรัฐฯ(ราว 1.2 ล้านบาท) พร้อมขยับขึ้นไปรั้งมือ 13 ของโลกในการจัดอันดับนักเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ ในวันจันทร์นี้(22 ก.พ.) ซึ่งนับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เธอคืนสนามเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2009 หลังจากผ่าตัดหัวไหล่ขวาในปี 2008 
 

อภิสิทธิ์ ยันเดินหน้าปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ปรับหลักสูตร 30%

February 21, 2010

 

 

นายกฯ ยันต้องปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ปรับหลักสูตรร้อยละ 30 เรียนรู้ผ่านกิจกรรม แจง ก.เกษตรฯ เร่งดำเนินการตัดวงจรปัญหาเพลี้ยในข้าว วอนเกษตรกรช่วยกันสอดส่องการจัดทำทะเบียนและทำประชาคมในการประกันรายได้เกษตรกรรอบ 2 
 
 วันนี้ (21 ก.พ.) ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นครั้งที่ 58 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่า วันนี้มาที่กรมประชาสัมพันธ์ เพราะว่าในช่วงที่ 2 ของรายการเป็นการพูดคุยกับพิธีกรรายการโทรทัศน์ แต่ว่าสัปดาห์นี้จะคุยข่าวกับคนคุยข่าวภาควิทยุ คือได้เชิญผู้จัดรายการ พิธีกร ซึ่งจัดรายการอยู่ในวิทยุกระจายเสียงหลายสถานีมาพูดคุยกัน ซึ่งจะมีประเด็นครอบคลุมทั้งในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ ซึ่งจะมีรายการในช่วงที่ 2 ให้ได้ชมกันประมาณ 45 นาที แต่ว่ารายการที่พูดคุยกันในความเป็นจริงนั้นคุยกันไปถึง 2 ชั่วโมง และได้มีการถ่ายทอดผ่านวิทยุกระจายเสียงไปแล้วเมื่อวานนี้ 
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันอาทิตย์นี้มีเรื่องที่อยากจะรายงานให้ประชาชนทราบ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลหลายเรื่อง อยากจะเริ่มต้นที่เรื่องของการศึกษา เพราะว่าเราทำงานในเรื่องการศึกษาในรอบปีแรกนั้น คนให้ความสนใจมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของโอกาสทางการศึกษา คือนโยบายการเรียนฟรี 15 ปี แต่ว่างานที่มีความสำคัญอย่างมาก และเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องที่มีการเรียกร้องจากทุกฝ่ายก็คือ เรื่องของคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบแนวคิดที่จะมีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 พูดง่ายๆ ก็คือว่าการปฏิรูปในรอบแรกซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 นั้นผ่านมาแล้ว 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษ ก็มีบางเรื่องซึ่งดำเนินการไปแล้วประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลาย ๆเรื่องซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ 
 
 นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เมื่อวันจันทร์ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษา เพื่อที่หยิบยกเอาประเด็นและจุดเน้นต่างๆ มาซักซ้อมความเข้าใจกัน การปฏิรูปการศึกษาในรอบนี้สิ่งที่ผมได้พูดชัดเจนคือว่า เราจะต้องมุ่งเน้นไปที่ผลสัมฤทธิ์สุดท้ายก็คือ ที่ตัวนักเรียน ที่ตัวเด็ก ที่จะผ่านระบบการศึกษาออกมาแล้วเป็นคนที่มีคุณภาพ เก่ง ดี มีความสุข ไม่ลืมความเป็นไทย แล้วก็มีความเข้าใจเรื่องราวในระดับสากล ซึ่งการจะทำตรงนี้ได้ก็จะต้องมุ่งเน้นไปเรื่องของการเรียนการสอน เรื่องของบุคลากรทางด้านการศึกษา ก็คือครูบาอาจารย์ และผู้บริหารทางด้านการศึกษา 
 
 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องสำคัญๆ ที่คิดว่าจะเป็นรูปธรรมและมีการผลักดันอย่างชัดเจนที่จะมีผลในการที่จะปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ก็เริ่มต้นตั้งแต่ในส่วนของบุคลากรทางการศึกษา คือครูเองที่จะต้องมีการเร่งผลักดันในเรื่องของบัญชีเงินเดือน ในเรื่องของกองทุน ในเรื่องของการฝึกอบรมครูที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งโครงการครูพันธุ์ใหม่ซึ่งได้มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้จะถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่จะนำไปสู่การที่เรามีความพร้อมในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน แต่นอกเหนือจากเรื่องของบุคลากรทางการศึกษาแล้ว อย่างน้อยๆ อีก 2 เรื่องที่เราเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขก็คือ เรื่องของระบบการบริหารการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในโรงเรียนขนาดเล็ก ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่เราพบก็คือว่าจากการประเมินคุณภาพการศึกษาทุกครั้งที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นว่า คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กจะประสบกับปัญหามากที่สุด เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นหัวใจสำคัญ และยิ่งเราไปค้นพบว่าทรัพยากรกว่าครึ่งหนึ่งในเรื่องของการจัดการศึกษานั้น ต้องไปที่โรงเรียนขนาดเล็ก และก็มีผลสัมฤทธิ์น้อย ความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ก็จะมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวขณะที่คือกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการให้มีโรงเรียนที่พี่น้องประชาชนนั้นมีความมั่นใจในระดับของตำบล ในพื้นที่ใกล้เคียง และจะมีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องของการที่จะดูแลในเรื่องของการเดินทางของนักเรียนไปยังโรงเรียนซึ่งอาจจะต้องห่างไกลออกไป แต่มีความสะดวกและจะทำให้มีคุณภาพ บริหารการจัดการศึกษาได้ง่าย มีคุณภาพที่ดี เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งประสบกับปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และที่ผ่านมานั้นพบจากการประเมินว่ามีผลสัมฤทธิ์หรือมีคุณภาพค่อนข้างที่จะต่ำ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องมีการ ดำเนินการในเชิงการบริหารจัดการ นอกเหนือจากเรื่องของภาพรวมของการกระจายอำนาจ ที่จะให้สถานศึกษาต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของตัวเองได้มากขึ้น พร้อมๆ กับผลักดันให้มีธรรมาภิบาล 
 
 นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ได้เคยปรารภมาหลายครั้ง และกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการไปแล้ว คือเริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว ก็คือการปรับหลักสูตร ซึ่งจะมีประเด็นสำคัญคือว่า ในส่วนของโรงเรียนโดยเฉพาะระดับประถมนั้น มีเนื้อหาซึ่งถือว่าซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น มีการไปสำรวจ มีการไปวิจัย ขณะนี้พบว่า สามารถ ที่จะตัดออกได้ถึงร้อยละ 30 ซึ่งจะได้มีการดำเนินการเพื่อที่จะเปิดพื้นที่ เวลา ประมาณร้อยละ 30 ของนักเรียนสามารถเรียนรู้ในเรื่องของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งกำลังมีการดำเนินการจัดทำเนื้อหาสาระ จะเป็นการเรียนผ่านกิจกรรมในเรื่องของกีฬา ศิลปะ การพบปะกับปราชญ์ชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน อย่างนี้เป็นต้น 
 
 ทั้งนี้ คิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องของหลักสูตรและระบบการศึกษาครั้งสำคัญที่จะทำให้เด็กของเรา ลูกหลานของเรานั้นเติบโตขึ้นมา โดยมีความรู้ในลักษณะที่มีความรอบด้าน เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงมากยิ่งขึ้น และเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีสำหรับการเป็นพลเมืองที่ดีในสังคมต่อไปด้วย ยังมีอีกหลายเรื่องของการศึกษาที่จะต้องมีการดำเนินการในการปฏิรูปในรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดทำคุณวุฒิวิชาชีพ และเรื่องของการเสริมเกี่ยวกับความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งงานทางด้านนี้จะนำไปสู่การดำเนินการขับเคลื่อน โดยคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง พร้อมๆ กันนั้นจะมีการจัดสมัชชาครั้งใหญ่ในต้นเดือนมีนาคม เพื่อรวบรวมประเด็นและก็มีการผลักดันตามแนวทางที่ได้มีการตั้งเป้าหมายเอาไว้ในการที่ปฏิรูปรอบนี้อย่างชัดเจน ได้เน้นย้ำว่าการปฏิรูปรอบนี้ต้องการเห็นผลในลักษณะที่ค่อนข้างจะรวดเร็วเป็นรูปธรรม และผลที่ว่านั้น ก็คือผลที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียนจริงๆ อันนี้ก็เป็นนโยบายที่อยากจะถือโอกาสเรียนให้ทราบ เพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยทางด้านการศึกษาบ่อยนัก 
 
 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นโยบายอีกด้านหนึ่งซึ่งมีการดำเนินการในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือได้ไปรณรงค์ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน เพื่อที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของโลกร้อน เรื่องนี้ก็อยากจะเรียนว่า เป็นเรื่องของการที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอดที่เรียกว่า หลอดผอม เดิมเปลี่ยนจากหลอดที่อ้วนหน่อยมาเป็นหลอดผอม แต่ตอนนี้มาเป็นหลอดผอมเบอร์ 5 ประหยัดไฟ ซึ่งสามารถที่จะลดการใช้ไฟได้ถึงร้อยละ 30 เพราะฉะนั้น จะเริ่มต้นจากส่วนราชการก่อน ครึ่งหนึ่งนั้นทางกระทรวงพลังงานกับการไฟฟ้าฯ จะเข้าไปดำเนินการในการเปลี่ยนให้ และจะมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนหลอดให้กับส่วนราชการที่เหลือ ซึ่งจะเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านหลอด ซึ่งการเปลี่ยนตรงนี้ อยากจะเรียนว่าการคืนทุนนั้นจะคืนทุนได้ค่อนข้างจะรวดเร็ว 
 
 นายกฯ กล่าวต่อว่า เพราะว่าจากการประหยัดไฟนั้น หลอดอายุการใช้งานประมาณ 4 ปี แต่สามารถที่จะคืนทุนได้จริงๆ ประมาณ 2 ปี เพราะฉะนั้นก็อยากจะรณรงค์ว่าสำหรับหน่วยงานอื่นๆ นอกเหนือจากส่วนราชการแล้ว ก็อยากให้เปลี่ยนแปลงมาใช้หลอดไฟที่เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เพราะว่าการประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 30 นอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ใช้ไฟแล้ว ก็เป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 30 เช่นเดียวกัน จากการที่เราจะต้องผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยกันทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วนของประเทศไทยลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เราเคยประสบความสำเร็จในการรณรงค์ก่อนหน้านี้มาแล้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในการเปลี่ยนหลอดไฟมาเป็นหลอดผอม แต่ครั้งนี้เราสามารถทำเพิ่มเติมได้อีกร้อยละ 30 ก็อยากจะเชิญชวนทั้งองค์กรและพี่น้องประชาชนให้มาสนับสนุนในเรื่องนี้ เฉพาะในส่วนขององค์กรนั้น ถ้าหากว่ามีค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ก็จะมีแรงจูงใจเป็นพิเศษในการที่จะสามารถที่จะมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเติมอีกร้อยละ 25 ในปี 2553 นี้ด้วย อันนี้ก็เป็นงานอีกด้านหนึ่งซึ่งได้มีการผลักดัน และมีการเริ่มต้นการรณรงค์ 
 
 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเกษตรกร 2 เรื่อง เรื่องแรกคือว่าที่เรามีแผนในเรื่องของการตัดวงจรปัญหาเพลี้ยในข้าว ขณะนี้ก็สามารถที่จะมีการดำเนินการจัดทำโครงการเรียบร้อยแล้ว และงบประมาณก็เตรียมพร้อม เพราะฉะนั้น จากนี้ไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะไปทำงานกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ย เพื่อที่จะดำเนินการตัดวงจรตัวนี้ออกไป ซึ่งจะเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะทำให้เรามีความมั่นใจในเรื่องของผลผลิตในการปลูกข้าวในรอบต่อ ๆ ไป 
 
 ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาถึงปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการประกันรายได้ในรอบแรก ซึ่งยังตกค้างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าในช่วงของความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการทำสัญญาและการใช้สิทธิตามสัญญา และต่อมาเมื่อราคาข้าวสูงขึ้นนั้น ทำให้พี่น้องเกษตรกรจำนวนมากเสียโอกาสในการที่จะใช้สิทธิ์ได้รับเงินชดเชย ทั้งๆ ที่ว่าไม่ได้เป็นความผิดของตัวเอง แต่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันในเรื่องของระยะเวลาของการใช้สิทธิ์ในการประกันรายได้ ตรงนี้ครับก็ได้มีข้อยุติครอบคลุมเกษตรกรน่าจะทุกกลุ่มแล้ว ที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็คือกรณีของเกษตรกร ซึ่งทำสัญญาในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนพฤศจิกายน แต่ปรากฏว่ามีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วสามารถที่จะใช้สิทธิได้ทันที ยังมีความเข้าใจว่าต้องไปใช้สิทธิ์ในเดือนธันวาคม เพราะฉะนั้น เกษตรกรซึ่งมีปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียว และข้าวปทุม ซึ่งไม่มีการชดเขยในเดือนธันวาคม ตนก็จะนำเรื่องนี้เข้าไปหารือคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่าขณะนี้เราสามารถที่จะสะสางแก้ไขปัญหาการดำเนินการการประกันรายได้ของเกษตรกรในรอบแรกเป็นที่เรียบร้อย 
 
 นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนในรอบที่ 2 นั้น ขณะนี้มีรายงานเข้ามาว่าการรวบรวมตัวเลขการเพาะปลูกนั้น น่าจะสูงกว่าความเป็นจริง ผมอยากจะเรียนว่าเราต้องช่วยกันสอดส่องดูแลจากกระบวนการของการทำประชาคม ไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น ซึ่งในรอบนี้นั้น ได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรียบร้อยแล้ว เราจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายผ่านดาวเทียมนั้น มาตรวจสอบในเรื่องของพื้นที่จริงที่มีการเพาะปลูกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราค้นพบว่าตัวเลขที่มีการรายงานขึ้นมาในเรื่องของการปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่มีการสุ่มตรวจ และการใช้ภาพถ่ายนั้น เราจะต้องเข้าไปตรวจในประชาคมนั้นทั้งหมด แล้วประชาคมนั้นๆ ก็จะเสียเวลานะครับ ก็คือระหว่างที่มีการตรวจสอบนั้นจะไม่สามารถดำเนินการในเรื่องของการทำสัญญาและใช้สิทธิ์ได้ เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่ของประชาชน เกษตรกรในประชาคม ที่ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลว่าการจัดทำทะเบียนและการจัดทำประชาคมในรอบนี้เป็นไปตามความเป็นจริง เพราะว่าขณะนี้ตัวเลขที่เราเข้ามา เราเชื่อว่าน่าจะสูงเกินความเป็นจริงอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องการให้โครงการดี ๆ ซึ่งดำเนินการมาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งเป็นที่พอใจของเกษตรกรจำนวนมาก จะต้องได้รับผลกระทบจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และมาเป็นปัญหาในภายหลังระหว่างรัฐกับประชาชนเอง 

 

ธงชัยพ่ายหวิว 8 คนแมตช์เพลย์

February 21, 2010

 ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟขวัญใจชาวไทยวัย 40 ปี สู้กับ เอียน โพลเตอร์ มือ 11 ของโลกเลือดผู้ดีได้อย่างสูสีก่อนพ่ายหวุดหวิดในรอบ 8 คนสุดท้าย หยุดเส้นทางในรายการแอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์ แชมเปียนชิป อย่างน่าเสียดาย 
 

ธงชัย ใจดี พ่ายแบบฉิวเฉียด

  
 
 ศึกดวลวงสวิงเวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป รายการแอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์ แชมเปียนชิป ชิงเงินรางวัลรวมประมาณ 280 ล้านบาท ที่สนามริตซ์-คาร์ลตัน กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,849 หลา พาร์ 72 เมืองมารานา รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 
 
 ในสายบ็อบบี โจนส์ ธงชัย ใจดี มือ 12 ของสายดวลวงสวิงกับ เอียน โพลเตอร์ มือ 3 ของสายชาวอังกฤษ ซึ่ง โปรช้าง ขึ้นนำก่อน 1 อัพในหลุมที่ 2 ก่อนถูกตีเสมอในหลุมถัดมา จากนั้นนักกอล์ฟมือ 50 ของโลกชาวไทยก็มีโอกาสนำ 1 อัพถึง 3 หนในหลุมที่ 5, 11 และ 14 แต่ โพลเตอร์ หมายเลข 11 ของโลกก็ตีเสมอได้หมดในหลุมที่ 7, 13 และ 15 
 
 กระทั่งจุดเปลี่ยนสำคัญมาเกิดขึ้นในหลุมที่ 17 พาร์ 4 เมื่อ ธงชัย ออกโบกี ขณะที่โพลเตอร์ เซฟพาร์ได้จึงเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำ 1 อัพ และในหลุมสุดท้ายก็สามารถเซฟพาร์ได้ทั้งคู่ ส่งผลให้ โพลเตอร์ เบียดเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด 1 อัพ ส่วนโปรช้างยุติเส้นทางไว้ที่รอบ 8 คนสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย 
 
 ผลกอล์ฟแอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์ แชมเปียนชิป 
 รอบ 8 คนสุดท้าย 
 สายบ็อบบี โจนส์
 
 เอียน โพลเตอร์ (อังกฤษ) ชนะ ธงชัย ใจดี (ไทย) 1 อัพ 
 
 สายเบน โฮแกน 
 เซร์คิโอ การ์เซีย (สเปน) ชนะ โอลิเวอร์ วิลสัน (อังกฤษ) 4 และ 3 
 
 สายแกรี เพลเยอร์ 
 คามิโล วิลเลกาส (โคลอมเบีย) ชนะ รีทีฟ กูเซน (แอฟริกาใต้) 4 และ 3 
 
 สายแซม สนีด 
 พอล เคซีย์ (อังกฤษ) ชนะ สจวร์ต ซิงค์ (สหรัฐฯ) 5 และ 4 
 
 รอบรองชนะเลิศ 
 
เอียน โพลเตอร์ (อังกฤษ) ชนะ เซร์คิโอ การ์เซีย (สเปน) 7 และ 6 
 
 คามิโล วิลเลกาส (โคลอมเบีย) พบ พอล เคซีย์ (อังกฤษ) เสมอกันและต้องแข่งต่อในวันอาทิตย์ หลังจากเล่นเพลย์ออฟถึงหลุม 23 
 

Next Page »