MobileExpo 2010 : ไอ-โมบาย สั่งลุยแอนดรอยด์ราคาประหยัด

February 4, 2010

 ไอ-โมบาย เปิดตัวโทรศัทพ์กว่า 15 รุ่น รุกตลาด 3G-สมาร์ทโฟนจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง 2 ซิม ดูทีวี รองรับการเชื่อมต่อ 3G รวมกับตั้งบูทกระตุ้นยอดขาย ไอ-โมบาย 3GX ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4.5 ล้านเครื่อง ส่วนผู้ใช้ 3Gx เพิ่มเป็น 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ มาเก็ตแชร์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 33% 
 
 นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด มหาชน กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้จะเน้นการนำเข้าเครื่องที่รองรับ 3G และ สมาร์ทโฟนเช่นเดียวกับกระแสของตลาดในปีนี้ โดยปีนี้จะมีการเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 30 รุ่นซึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งจะรองรับการใช้งาน 3G 
 
 ”แม้ว่าตลาด 3G กำลังเติบโต แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคที่ต้องการใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วไปยังคงมีอยู่ ทำให้สินค้าที่ออกมาต้องตอบรับกับทุกกลุ่มลูกค้า สำหรับส่วนแบ่งตลาดเฮาส์แบรนด์ในปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 65-70% ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าถ้า 3G เข้ามาแบบเต็มตัวผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับแบรนด์และเซอร์วิสหลังการขายมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” 
 
 โดยไฮไลท์เด่นของไอ-โมบาย อยู่ที่เครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่รองรับการเชื่อมต่อ 3G (สูงสุด 3.6 Mbps) อย่าง i-mobile 8500 ที่มาพร้อมหน้าจอ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้ว และ i-mobile 858 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Capacitive ขนาด 4.3 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่น มีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อไว-ไฟ บลูทูธ ในราคาประมาณ 8,900 – 11,000 บาท 
 
 ในอนาคตคาดว่าทางไอ-โมบาย จะสามารถออกผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ซิม ดูทีวีได้ รองรับการเชื่อมต่ออย่าง 3G ไว-ไฟ มารวมไว้ในเครื่องเดียว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคต่อไป 
  
 ขณะเดียวกันทางไอ-โมบายยังมอบโปรโมชันพิเศษ เมื่อซื้อมือถือรุ่นที่รองรับ 3G สามารถรับซิม i-mobile 3GX แบบเติมเงิน รับสิทธิ์โทรฟรี 100 นาที วิดีโอคอลฟรี 100 นาที และอินเทอร์เน็ตฟรี 100MB ตลอดปี 
 
 ส่วนความคืบหน้าทางด้าน ไอ-โมบาย 3GX ที่ต้องการเป้าผู้ใช้ 200,000 รายในปีนี้ เตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกอย่าง 7-11 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณทลภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น รวมกับการเปิดศูนย์บริการอีก 2-3 แห่งเพื่อรองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและ 3G 
 
 Company Relate Link 
 i-Mobile 
 

โมบายเอ็กซ์โปเงินสะพัด1.2พันล. ชี้”3G-สมาร์ทโฟน”พระเอกปลุกตลาด

February 4, 2010

 ไทยแลนด์ โมบายเอ็กซ์โปตั้งเป้าเงินสะพัดภายในงานกว่า 1,200 ล้านบาท ผู้ค้าเข้าร่วมกว่า 30 แบรนด์ ชี้แนวโน้ม 3G และสมาร์ทโฟนเป็นตัวปลุกตลาด คาดสิ้นปีตลาดรวมมือถือโตไม่ต่ำกว่า 5% โนเกีย-แอลจี-ซัมซุง-ไอ-โมบาย จัดทัพสินค้ากระตุ้นยอดขาย หวังแบ่งเค้กเม็ดเงินที่สะพัดภายในงานนี้ 
 
 นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชัน จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายปี 52 ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้จ่ายมากขึ้น รวมกับปัจจัยในการเติบโตของตลาดโทรศัทพ์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการมาของ 3G รวมถึงสมาร์ทโฟนจากระบบปฎิบัติการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นตลาดกลางให้ผู้ขายและผู้บริโภคได้มาซื้อ-ขายกัน 
 
 ทั้งนี้ จากการจัดงานกว่า 6 ครั้งที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอด คาดว่ายอดผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้มากกว่า 6 แสนคน ยอดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากอินเตอร์แบรนด์ลดราคาเครื่องลูกข่ายลง รวมไปถึงกระแสการซื้อไอโฟนเริ่มตกลง ทำให้ยอดรวมทั้งงานไม่น่าจะสูงเกินกว่าปีที่ผ่านมา 
 
 ***3G-สมาร์ทโฟนคึกคัก 
 
 ฝั่งแอลจีเริ่มประเดิมตลาดโทรศัพท์มือถือรองรับ 3G รุ่นใหม่อย่าง Lollipop หวังขายทั้งปีเกิน 100,000 เครื่อง ส่วนยอดขายภายในงานคาดว่าประมาณ 15 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 30% เชื่อสิ้นปีตลาดรวมมือถือขึ้นไป อยู่ประมาณ 9.5 ล้านเครื่อง จากปัจจัยทั้ง 3G และกระแสสมาร์ทโฟน ส่วนมาเก็ตแชร์หวัง 15% ในปีนี้ 
 
 เอียน วู ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลกทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า LG Lollipop ถือเป็นแฟล็กชิปหลักของปีนี้ ที่จะมาช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับทางแอลจี โดยจากการสำรวจตลาดก่อนนำมาวางจำหน่ายพบผู้บริโภคสนใจมากกว่าแสนราย นอกจากนี้ยังคาดว่าจะเปิดตัวมือถือไม่ต่ำกว่า 40 รุ่นภายในปีนี้ โดยมีทั้งฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟน 
 
 ปัจจุบันมาเก็ตแชร์ของแอลจีอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งหวังว่าในปีนี้จะขึ้นมาอยู่ราว 15% จากไลน์โทรศัพท์มือถือในช่วงราคาปานกลาง-สูง ประมาณ 30 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้จะมีทั้งเครื่องที่เป็นสมาร์ทโฟนและรองรับ 3G อยู่ด้วย ส่วนมูลรวมของตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ ไม่น่าจะต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากราคาเฉลี่ยต่อเครื่องที่ปรับขึ้นจากสมาร์ทโฟน 
 
 ด้านซัมซุงหันมาให้ความสำคัญกับทัชสกรีนโฟนราคาถูกอย่าง ซัมซุงแคนดี้ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 50,000 เครื่อง ส่วนภายในงานคาดว่าจะมียอดขายโทรศัพท์ประมาณ 4,000 เครื่อง เชื่อว่ายังคงเป็นผู้นำตลาดทัชโฟนแน่นอน นอกจากนี้ยังได้ มีการเปิดตัวซัมซุง กาแล็คซี สปิก้า ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ภายในงานด้วย 
 
 นายสิทธิโชค นพชินบุตร หัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิคส์ มองภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ว่า เติบโตแน่ โดยคาดว่าจำนวนยอดขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีที่ผ่านมา ส่วนเรื่องของมูลค่านั้นก็เติบโตเช่นเดียวกันแต่อยู่ในหลัก 1 ดิจิต ซึ่งยังต้องรอดูว่าการเข้ามาของสมาร์ทโฟนจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ 
 
 ”เป้าหมายหลักของซัมซุงภายในงานนี้คือ จำหน่าย ซัมซุง วัน ให้ได้ประมาณวันละ 400 เครื่อง เชื่อว่าผู้บริโภคที่หันมาสนใจทัชโฟนราคาถูกเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ส่วนผู้ที่เคยใช้อยู่เดิม อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น สำหรับผลิตภัณฑ์ของซัมซุงในปีนี้ จะมีรุ่นที่รองรับ 3G ไม่ต่ำกว่า 20 รุ่นในตลาด ส่วนงบการตลาดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท หรือ 10% จากยอดขายในปีที่ผ่านมา” 
 
 ส่วนไอ-โมบาย เปิดตัวโทรศัทพ์กว่า 15 รุ่น รุกตลาด 3G-สมาร์ทโฟนจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง 2 ซิม ดูทีวี รองรับการเชื่อมต่อ 3G รวมกับตั้งบูทกระตุ้นยอดขาย ไอ-โมบาย 3Gx ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4.5 ล้านเครื่อง ส่วนผู้ใช้ 3Gx เพิ่มเป็น 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ มาเก็ตแชร์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 33% 
 
 นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้จะเน้นการนำเข้าเครื่องที่รองรับ 3G และสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกับกระแสของตลาดในปีนี้ โดยปีนี้จะมีการเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 30 รุ่นซึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งจะรองรับการใช้งาน 3G ส่วนจุดเด่นของไอ-โมบายในปีนี้จะอยู่ที่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ราคาถูกในช่วง 6,000-11,000 บาท และในอนาคตเชื่อว่าจะทำให้อยู่ในช่วง 5,000 บาทให้ได้ 
 
 ”แม้ว่าตลาด 3G กำลังเติบโต แต่ผู้บริโภคที่ต้องการใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วไปยังคงมีอยู่ ทำให้สินค้าที่ออกมาต้องตอบรับกับทุกกลุ่มลูกค้า สำหรับส่วนแบ่งตลาดเฮาส์แบรนด์ในปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 65-70% ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าถ้า 3G เข้ามาแบบเต็มตัวผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับแบรนด์และเซอร์วิสหลังการขายมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” 
 
 นายธนานันท์กล่าวถึงความคืบหน้าทางด้าน ไอ-โมบาย 3Gx ที่ต้องการเป้าผู้ใช้ 200,000 รายในปีนี้ว่า บริษัทเตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกอย่าง 7-11 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณทลภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมกับการเปิดศูนย์บริการอีก 2-3 แห่ง เพื่อรองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและ 3G 
 

MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน

February 4, 2010

     

 

 

 

ไทยแลนด์ โมบายเอ็กโปซ์ ตั้งเป้าเงินสะพัดภายในงานกว่า 1,200 ล้าน ผู้ค้าเข้าร่วมกว่า 30 แบรนด์ เทรนด์3G-สมาร์ทโฟนช่วยกระตุ้นตลาด คาดสิ้นปีตลาดรวมมือถือโตไม่ต่ำกว่า 5% โนเกีย-แอลจี-ซัมซุง-ไอโมบาย ตบเท้ายกทัพสินค้าเข้ากระตุ้นยอดขายหวังแบ่งเค้กเงินสะพัดภายในงานนี้ 
 
 นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชัน จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายปี 52 ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้จ่ายมากขึ้น รวมกับปัจจัยในการเติบโตของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการมาของ 3G ในประเทศ รวมถึงสมาร์ทโฟนจากระบบปฎิบัติการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นตลาดกลางให้ผู้ขายและผู้บริโภคได้มาซื้อ-ขายกัน 
 
 “จากการจัดงานกว่า 6 ครั้งที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอด จึงคาดหมายยอดผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้มากกว่า 6 แสนคน ยอดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากอินเตอร์แบรนด์ทำการลดราคา รวมไปถึงกระแสการซื้อไอโฟนเริ่มตกลง ทำให้ยอดรวมทั้งงานไม่น่าจะสูงเกินกว่าปีที่ผ่านมา” 
 
 ***3G-สมาร์ทโฟนคึกคัก 
 
 ฝั่งแอลจีเริ่มประเดิมตลาดโทรศัพท์มือถือรองรับ 3G รุ่นใหม่อย่าง Lollipop หวังขายทั้งปีเกิน 100,000 เครื่อง ส่วนยอดขายภายในงานคาดประมาณ 15 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 30% เชื่อสิ้นปีตลาดรวมมือถือขึ้นไปอยู่ประมาณ 9.5 ล้านเครื่อง จากปัจจัยทั้ง 3G และกระแสสมาร์ทโฟน ส่วนมาเก็ตแชร์หวัง 15% ในปีนี้ 
 
 เอียน วู ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลกทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจี โลลีป็อป ถือเป็นรุ่นหลักของปีนี้ที่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้แอลจี โดยจากการสำรวจตลาดก่อนนำมาวางจำหน่ายพบผู้บริโภคสนใจมากกว่าแสนราย นอกจากนี้ยังคาดว่าจะเปิดตัวมือถือไม่ต่ำกว่า 40 รุ่นภายในปีนี้ โดยมีทั้งฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟน 
 
 “ปัจจุบันมาเก็ตแชร์ของแอลจีอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งหวังว่าในปีนี้จะขึ้นมาอยู๋ราว 15% จากไลน์โทรศัพท์มือถือในช่วงราคาปานกลาง-สูง ประมาณ 30 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้จะมีทั้งเครื่องที่เป็นสมาร์ทโฟนและรองรับ 3G อยู่ด้วย ส่วนมูลรวมของตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ ไม่น่าจะต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากราคาเฉลี่ยต่อเครื่องที่ปรับขึ้นจากสมาร์ทโฟน” 
 
 ทางฝั่งซัมซุง หันมาให้ความสำคัญกับทัชสกรีนโฟนราคาถูกอย่าง ซัมซุงแคนดี้ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 50,000 เครื่อง ส่วนภายในงานคาดว่าจะมียอดขายโทรศัพท์ประมาณ 4,000 เครื่อง เชื่อว่ายังคงเป็นผู้นำตลาดทัชโฟนแน่นอน นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวซัมซุง กาแล็คซี สปิก้า ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ภายในงานด้วย 
 
 นายสิทธิโชค นพชินบุตร หัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิคส์ มองภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ว่าเติบโตแน่นอน โดยคาดว่าจำนวนยอดขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีที่ผ่านมา ส่วนในเรื่องของมูลค่านั้นก็เติบโตเช่นเดียวกันแต่อยู่ในเลข 1 หลัก ซึ้งยังต้องรอดูว่าการเข้ามาของสมาร์ทโฟนจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ 
 
 ”เป้าหมายหลักของซัมซุงภายในงานนี้คือ จำหน่าย ซัมซูง วัน ให้ได้ประมาณวันละ 400 เครื่อง ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคที่หันมาสนใจทัชโฟนราคาถูกเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ส่วนผู้ที่เคยใช้อยู่เดิม อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในการเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของทางซัมซุงในปีนี้ จะมีรุ่นนี้รองรับ 3G ไม่ต่ำกว่า 20 รุ่นในตลาด ส่วนงบการตลาดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท หรือ 10% จากยอดขายในปีที่ผ่านมา” 
 
 ด้านไอ-โมบาย เปิดตัวโทรศัทพ์กว่า 15 รุ่น รุกตลาด 3G-สมาร์ทโฟนจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง 2 ซิม ดูทีวี รองรับการเชื่อมต่อ 3G รวมกับตั้งบูทกระตุ้นยอดขาย ไอ-โมบาย 3Gx ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4.5 ล้านเครื่อง ส่วนผู้ใช้ 3Gx เพิ่มเป็น 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ มาเก็ตแชร์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 33% 
 
 นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด มหาชน กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้จะเน้นการนำเข้าเครื่องที่รองรับ 3G และ สมาร์ทโฟนเช่นเดียวกับกระแสของตลาดในปีนี้ โดยปีนี้จะมีการเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 30 รุ่นซึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งจะรองรับการใช้งาน 3G ส่วนจุดเด่นของไอ-โมบายในปีนี้จะอยู่ที่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ราคาถูกในช่วง 6,000 – 11,000 บาท และในอนาคตเชื่อว่าจะทำให้อยู่ในช่วง 5,000 บาทให้ได้ 
 
 ”แม้ว่าตลาด 3G กำลังเติบโต แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคที่ต้องการใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วไปยังคงมีอยู่ ทำให้สินค้าที่ออกมาต้องตอบรับกับทุกกลุ่มลูกค้า สำหรับส่วนแบ่งตลาดเฮาส์แบรนด์ในปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 65-70% ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าถ้า 3G เข้ามาแบบเต็มตัวผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับแบรนด์และเซอร์วิสหลังการขายมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” 
 
 ส่วนความคืบหน้าทางด้าน ไอ-โมบาย 3Gx ที่ต้องการเป้าผู้ใช้ 200,000 รายในปีนี้ เตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกอย่าง 7-11 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณทลภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น รวมกับการเปิดศูนย์บริการอีก 2-3 แห่งเพื่อรองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและ 3G 
 
 ***ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Mobile Expo 2010 
 
 MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน 
 MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.- 
 MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 1 
 MobileExpo 2010 : คนเยอะ-โปรฯแยะ 
 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว! 
 
  
 
  
 
  
 
  
 
  
 
  
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าว 
 
 แผนที่การเดินทางไปยังศูนย์สิริกิติ์ 
 Latitude: 13.726523 Longitude: 100.55996 
 
 Company Related Links : 
 MobileExpo2010 

 

กทช.ขอเวลา สางปม AIS/TOT จันทร์หน้า

February 3, 2010

 กทช.ยังไม่ชี้ชะตาโรมมิ่งดาต้า เอไอเอส-ทีโอที ขอเวลาเรียก 2 ฝ่ายให้ข้อมูลเพิ่มก่อน นัดประชุมพิเศษชี้ขาดจันทร์หน้า (8 ก.พ.) เผยที่ผ่านมาทั้งคู่ทำสัญญาโรมมิ่งกันเองมาตลอด ด้านดีแทคเฮ กทช.ตัดสินข้อพิพาทระหว่างกทช.เคาะไอซีระหว่างกันนาทีละ 0.50 บาท 
 
 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. เปิดเผย ว่าการประชุมบอร์ดวันที่ 3 ก.พ. 53 ยังไม่มีข้อยุติ เรื่องการกรณีเชื่อมโยงโครงข่ายเพื่อใช้งานสื่อสารข้อมูล (โรมมิ่งดาต้า) ระหว่างโครงข่าย 2G ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) ไปยังโครงข่าย 3G TOT ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เนื่องจากบอร์ดต้องการความชัดเจนจากเอไอเอสและทีโอทีใน 2 เรื่องได้แก่ คำนิยามของคำว่าโรมมิ่ง จำกัดความถึงระดับไหน รวมทั้งการทำสัญญาโรมมิ่งระหว่าง 2 บริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือไม่ และการดำเนินการโรมมิ่งดังกล่าวเข้าข่าย MVNO หรือ หรือเอไอเอสรับหน้าที่เป็นเพียงผู้ทำการตลาดให้เท่านั้น 
 
 ทั้งนี้ บอร์ดจึงมีมติให้สำนักเลขาธิการฯกทช.ทำการนัดหมาย เอไอเอส และทีโอที เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 2 ประเด็นดังกล่าว ให้สำนักงานเลขาธิการฯกทช.สรุปรายละเอียดส่งให้บอร์ดพิจารณาในการประชุมนัดพิเศษวันจันทร์ที่ 8 ก.พ. 52 โดยการประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกทช.จะพิจารณาว่าการโรมมิ่งของทั้ง 2 บริษัทจะเข้าข่ายต้องขออนุญาตจากกทช. หรือสามารถดำเนินการกันเองได้ทันที 
 
 หนังสือที่ทีโอทีทำมาเพื่อหารือกทช. ยังให้คำนิยามของคำว่าโรมมิ่งมาชัดเจน เช่นไม่ระบุว่าการโรมมิ่งดังกล่าวหมายถึงการโรมมิ่งโครงข่าย 3GTOT กับ โครงข่าย HPDA หรือไม่ และกทช.ยังตั้งข้อสงสัยว่าการทำสัญญาโรมมิ่งเป็นการแก้ไขสัญญาสัมปทานเดิมหรือไม่ ดังนั้น กทช.จึงมีมติให้สำนักงานนัดผู้ประกอบการทั้ง 2 รายมาให้ข้อมูลเพิ่ม 
 
 นายฐากรกล่าวต่อ การทำสัญญาโรมมิ่งระหว่างทีโอทีและเอไอเอสมีมาตั้งแต่ปี 47 ขณะนั้นทีโอทีให้บริการโทรศัพท์เคลื่อที่ 2G โดยกิจการร่วมค้าไทย-โมบายซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายทำสัญญากันเองมาโดยตลอด อีกทั้งสัญญายังเป็นปีต่อปี โดยการเปิด 3G ทีโอทีในวันที่ 3 ธ.ค.53 ที่ผ่านมา ทีโอทีก็ได้ทำสัญญาขอโรมมิ่งวอยซ์ในพื้นที่ต่างจังหวัดกับเอไอเอสระหว่างกันเองด้วยเช่นกัน 
 
 เรื่องนี้ ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายทำกันเองโดยไม่มีประกาศออกมาก่อน ก็จะไม่มีประเด็นเกินขึ้นจนต้องส่งเรื่องหารือกทช. 
 
 
 จบข้อพิพาทไอซี ดีแทค-กสท 
 
 นายฐากรกล่าวต่อว่า บอร์ดมีมติ ยุติข้อพิพาทเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่าง บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เรียบร้อยแล้ว โดยระบุให้ทั้งคู่ใช้อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย(ไอซี) ที่นาที 0.50 บาท โดยอัตราดังกล่าวจะเริ่มใช้เมื่อผู้ประกอบการทั้ง 2 รายได้รับคำสั่งและไม่มีผลย้อนหลัง 
 
 อย่างไรก็ดีสำหรับค่าไอซีดังกล่าวมีบังคับใช้ผลเฉพาะ 2 บริษัทนี้เท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่น สำหรับอัตราไอซีดังกล่าว ดีแทคสามารถนำไปฟ้องร้องเพื่อร้องค่าเสียหายจากกสท. ได้ทันที ประกอบกับฮัทช์อาจจะไม่สามารถทำโปรโมชันที่มีราคาต่ำกว่า 0.50 บาทได้อีก เนื่องจากจะส่งผลให้ขาดทุนในการดำเนินงานทันที 
 

กทช.ชี้ชะตาโรมมิ่งAIS/TOT งัดแผนสำรองกันมือถือขาใหญ่งอแง

February 3, 2010

 เอไอเอส รอ กทช.ชี้ขาด โรมมิ่งดาต้าโครงข่าย TOT 3G ได้หรือไม่ หากเพิกเฉย เตรียมยื่นเรื่องหยุดโรมมิ่งด้านเสียงลูกค้า TOT 3G ล่วงหน้า 7 วัน ด้านประธานบอร์ดทีโอที มีแผนสำรอง หากเอไอเอสงอแง เล็งโอเปอเรเตอร์มือถือค่ายอื่นเสียบแทน 
 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอสกล่าวว่าวานนี้(2ก.พ.)ผู้บริหาร เอไอเอส นำโดยนายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการได้เข้าพบนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอทีเพื่อชี้แจงสัญญาการเชื่อมโยงโครงข่าย(โรมมิ่ง) ที่เอไอเอส ได้ทำไว้กับกิจการร่วมค้าไทย-โมบายล์ ตั้งแต่ปี 2547โดยสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน ที่ไทย-โมบายล์สามารถโรมมิ่งวอยซ์กับโครงข่ายเอไอเอสทั่วประเทศได้ ฉะนั้นเมื่อทีโอทีมีโครงข่าย TOT 3G เอไอเอสก็ได้ยื่นขอโรมมิ่งดาต้ากลับมาใช้โครงข่าย TOT 3G ประมาณ 50,000 เลขหมายบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ 
 
 ’การโรมมิ่งโครงข่ายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ปฎิบัติกันมากว่า 200 ประเทศทั่วโลกโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้’ 
 
 ทั้งนี้เมื่อทีโอทีมีความประสงค์ที่จะขอหารือเรื่องเอไอเอสขอโรมมิ่งโครงข่าย TOT 3Gกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เอไอเอสก็พร้อมจะปฏิบัติตามแต่เอไอเอสจำเป็นต้องหยุดให้บริการโรมมิ่งด้านเสียงกับลูกค้า TOT 3Gด้วยเพื่อรอข้อสรุปจากกทช.เช่นกันเพียงแต่ในขณะนี้เอไอเอสยังไม่หยุดการโรมมิ่ง 
 เพราะตามสัญญาที่ทำไว้ระบุว่าการยกเลิกต้องแจ้งให้ทีโอทีทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน 
 
 นายวิเชียรกล่าวว่า หากกทช.สามารถให้คำตอบเรื่องดังกล่าวในการประชุมบอร์ดวันนี้(3ก.พ.) ก็ถือเป็นเรื่องดี โดยหากกทช.สรุปว่าเอไอเอสสามารถโรมมิ่งกับโครงข่าย TOT 3G ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดทีโอทีในการพิจารณาเรื่องนี้และเอไอเอสก็พร้อมดำเนินการโรมมิ่งด้านเสียงให้ลูกค้า TOT 3Gต่อไป แต่หาก กทช.ระบุว่าการโรมมิ่งไม่สามารถทำได้ก็ยิ่งจะทำให้เรื่องดังกล่าวง่ายขึ้นเพราะต่างฝ่ายต่างยกเลิกไม่ต้องโรมมิ่งกัน 
 
 อย่างไรก็ตามหากกทช.ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการโรมมิ่งได้ในการประชุมวันนี้(3ก.พ.) เอไอเอสก็จะทำหนังสือส่งไปยังทีโอทีอย่างเร็วในวันที่ 4ก.พ.53 เพื่อแจ้งว่าจะขอระงับการโรมมิ่งด้านเสียงให้กับลูกค้า TOT 3Gจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากกทช. 
 
 ’หากทีโอทีต้องการถามเรื่องนี้ไปยัง กทช. ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยถาม และมีการยื่นฟ้อง กทช. ด้วยซ้ำ เอไอเอสก็พร้อมทำตาม แต่เอไอเอสจำเป็นต้องหยุดโรมมิ่งเพื่อรอคำตอบจากกทช.ก่อน เพราะหากปล่อยให้ทีโอทีโรมมิ่งด้านเสียงได้แต่เอไอเอสกลับโรมมิ่ง ดาต้าไม่ได้ก็ดูจะเป็น 2 บรรทัดฐานซึ่งการดำเนินการเรื่องนี้เชื่อว่าจะไม่มีผลกับสัญญาสัมปทาน’ 
 
 นายวิเชียร กล่าวยอมรับว่าการที่เอไอเอสไม่สามารถโรมมิ่งดาต้า กับ TOT 3G ได้ในวันที่ 1 ก.พ. สร้างความเสียหายในแง่ความน่าเชื่อถือของลูกค้า เพราะลูกค้าที่ต้องการใช้บริการดังกล่าวก็ต้องหมดโอกาสใช้บริการ ส่วนค่าโรมมิ่งปัจจุบันเอไอเอสให้โปรโมชั่นโรมมิ่งทีโอทีนาทีละ 60 สตางค์ จากเดิมค่าโรมมิ่งอยู่ที่ 1.10 บาทหักค่าส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายให้ทีโอที 30 %ก็เท่ากับเอไอเอสได้รายได้จากการโรมมิ่งเพียงนาทีละ 42 สตางค์สำหรับรายได้จากค่าโรมมิ่งที่เอไอเอสได้จาก TOT 3G ที่มีอยู่ 100,000นาที อยู่ที่เดือนละประมาณ 40,000 บาท 
 
 ด้านนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีให้เกียรติ ผู้บริหารของเอไอเอสตัดสินใจ แต่อยากให้เอไอเอสใจเย็นพิจารณาเรื่องนี้โดยนึกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่ายและยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับสัญญาสัมปทานของเอไอเอสที่มีกับทีโอที 
 
 ทั้งนี้ทีโอทีได้เตรียมการรองรับกรณีเอไอเอสยกเลิกโรมมิ่งด้านเสียงไว้เรียบร้อยแล้วโดยทีโอทีจะเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยขณะนี้มีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นเข้ามาเจรจาขอโรมมิ่งโครงข่าย TOT 3G และก็พร้อมให้ทีโอทีโรมมิ่งด้านเสียงแทนเอไอเอสด้วยเช่นกัน 
 
 นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช.กล่าวว่า สำนักงานกทช.ได้รับหนังสือจากทีโอที เมื่อวันที่ 1 ก.พ.53 ที่ผ่านมากรณีโรมมิ่ง ดาต้าของเอสไอเอสบนโครงข่าย TOT 3G โดยขณะนี้สำนักงานกทช.อยู่ระหว่างพิจารณากรณีดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดกทช.ได้ในวันนี้ (3ก.พ.) 
 
 สำหรับกรณีดังกล่าวกทช.มีความคิดเห็นที่แบ่งออกเป็น 2 ด้านได้แก่ 1.การโรมมิ่งไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระบวนการตามกฎหมายอาจจะเข้าข่ายพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เพราะคำว่าการโรมมิ่งเป็นความหมายที่กว้างมาก ฉะนั้นต้องดูในรายละเอียดว่าเอไอเอสขอโรมมิ่งและให้บริการในลักษณะใด ส่วนความเห็นที่2.การโรมมิ่งสามารถทำได้เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารให้มากขึ้นและไม่เป็นการปิดกั้นทำให้โอกาสในการเข้าถึงของประชาชนเสียไป 
 
 ’กทช.จะพยายามนำเรื่องเข้าบอร์ดให้ทันภายในสัปดาห์นี้ เพราะทีโอทีเพิ่งส่งหนังสือมาให้ ขณะที่สำนักงานกำลังดูรายละเอียดของการยื่นขอโรมมิ่ง ซึ่งขณะนี้กทช.มี 2 ความเห็น ทั้งที่สามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ แต่ก็จะต้องมาดูว่าโรมมิ่งจะทำในรูปแบบและลักษณะใด เพราะคำว่าโรมมิ่งมันกว้างมาก’ 
 

“การเมือง-มาบตาพุด”ยังกดดันSET KTAMคาดทั้งปีหุ้นไทยอยู่680-800จุด

February 1, 2010

 บลจ.กรุงไทย คาด ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯปี53 จะแกว่งตัวเเละผันผวนในกรอบ 680-800 จุด ประเมินปัญหาการเมือง มาบตาพุด เเละ 3G ยังเป็นปัจจัยลบกดดันตลาดหุ้นไทย 
 
 
 รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงเเนวโน้มการลงทุนตราสารทุนเเละตราสารหนี้ปี 2553 ว่า KTAM ได้รับประมาณการ การเติบโตของเศรษฐกิจขึ้นเป็น 3.9% จาก 3.5% โดยคาดว่าการเบิกจ่ายภายใต้โครงการไทยเข้มเเข็งที่เร่งตัวขึ้น น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน จะทำให้การส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเเละจับจ่ายใช้สอยสินค้ามากขึ้น เเต่ทว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญปัจจัยลบต่างๆเช่น เศรษฐกิจกลุ่ม 3G ที่ยังคงซบเซา ความเสี่ยงในการยกเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย พร้อมทั้งค่าเงินบาที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ เป็นต้น 
 
 ทั้งนี้เเม้ว่าเงินเฟ้อที่ประกาศจะอยู่ในระดับต่ำ เเต่เราเห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้น เเละคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. น่าจะปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นในช่วงประมาณกลางปีเพื่อป้องกันปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว ทำให้ดอกเบี้ยในประเทศปีนี้จะอยู่ในช่วงขาขึ้น 
 
 สำหรับดัชนีตลาดหุ้นในปี 2553 นี้ KTAM คาดว่า SET จะแกว่างตัวเเละผันผวนในกรอบ 680-800 จุด เทียบเท่า PER ในปี 2553 ที่ระดับ 11-13 เท่า โดยมีปัจจัยบวกจากสภาพคล่องในตลาดเงินที่ยังคงมีอยู่สูง ซึ่งยังมีการคงดอกเบี้ยในระดับต่ำของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันตลอดทั้งปี 2553 ขณะที่เเนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯเเละเศรษฐกิจไทยอีกด้วย นอกจากยังมีเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านปฎิบัติการไทยเข็มเเข็ง พร้อมทั้งผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีเเนวโน้มเติบโตขึ้นได้ 
 
 
 

 ขณะที่ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อตลาดทุนได้เเก่ ความเสียงด้านกฏระเบียบภาครัฐ(Regulatory Risk) ซึ่งยังมีความไม่เเน่นอนอันเกิดจากกฏระเบียบภาครัฐ ที่อาจกระทบต่อกลุ่มอุตสหกรรมที่สำคัญต่อประเทศ ทั้งกรณีศาลกปครองกลางมีคำสั่งระงับการก่อสร้าง โครงการในนิคมอุตสหกรรมมาบตาพุด และกรณีการประมูลคลื่น 3G เป็นต้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใรไตรมาส 1 พร้อมทั้งความเสี่ยงจากการปรับลดเครดิตเรตติ้ง การผิดนัดชำระของตราสารหนี้ภาครัฐ เเละเอกชนในต่างประเทศ เช่นกรณีดูไบเวิลด์ กรีซ เเละกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออก เป็นต้น 
 นอกจากนี้ความขัดเเย้งทางการเมืองภายในประเทศ ทึ้งพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งมีเเนวโน้มว่าจะเข้าสู่ภาวะของการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้นตั้งเเต่ช่วงต้นปี 2553 เเละความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ภาวะการลงทุนเเละการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ความล่าช้าในการเบิกจ่าย เเละปัญหาความโปร่งใส ยังเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อตลาดทุนอีกด้วย 
 
 ส่วนสถานการณ์การลงทุนตราสารหนี้ไตรมาส 1 ของปี นี้ คาดการณ์ว่า Yield Curve จะมีการเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นกว่าไตรมาสที่ 4 ของปี 2552 โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบได้เเก่ เม็ดเงินจากกองทุนเกาหลีใต้ที่ไหลกลับเข้ามาลงทุนในตราสาหนี้่ภายในประเทศ ซึ่งสภาพคล่องส่วนเกินในระบบยังมีคงมีเหลืออยู่เพียงพอกับความต้องการกู้ยืมเงินของภาครัฐเเละเอกชน ทั้งนี้ซัพพลายใหม่มีแนวโน้มลดลงจากประมาณการเดิม เนื่องจากการจัดเก็บภาษีได้สูงกว่าเป้าเเละการเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจได้ช้ากว่าเป้า พร้อมทั้งกรณีมาตาพุด ที่อาจทำให้ซัพพลาย ของตราสารหนี้ภาคเอกชยลดลง 
 
 ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ซึ่งเงินเฟ้อทั่วไปมีเเนวโน้มเร่งตัวขึ้น เนื่องจากการที่นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจไทยเเละสหรัฐอเมริกา น่าจะผ่านจุดต้ำสุดไปแล้วทำให้ผลอตบแทนจากกาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมีเเนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเป็นต้น 
 

เปิดปมเรือรัก 3G “เอไอเอส-ทีโอที” ล่ม

February 1, 2010

 วันที่ 1 กพ. 2553 คือวันที่เรือรักของเอไอเอสและทีโอทีในมหาสมุทร 3G ต้องพบกับมรสุมครั้งใหญ่ โดยเอไอเอสออกมาประกาศว่าจะไม่ให้ทีโอทีโรมมิ่งโครงข่ายใช้บริการด้านเสียงเพราะเซ็งที่ทีโอทียังใจเย็นไม่อนุมัติให้เอไอเอสโรมมิ่งดาต้าเสียที กรรมของเวรจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภคที่ต้องรอให้ผู้ให้บริการทั้ง 2 รายนี้เจรจากันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน 
 
 ก่อนการทะเลาะครั้งนี้ เอไอเอสนั้นประกาศว่าจะควงแขนทีโอทีเพื่อให้ลูกค้าเอไอเอสสามารถใช้บริการข้อมูล 3G ได้โดยไม่ต้องรอฤกษ์จากกทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ยอมให้โรมมิ่งบนเครือข่าย 3G ของทีโอทีได้และยกรายได้ให้เป็นของทีโอทีไปเต็มๆ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถูกมองว่าทั้ง 2 บริษัทเป็น”กิ๊กฟ้าผ่า”ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะหันมาร่วมมือกันเพื่อลุยธุรกิจ 3G ไปพร้อมกัน 
 
 แต่เพียง 10 วันให้หลัง เอไอเอสก็ออกมาบอกเลิกไม่ให้โรมมิ่งเพราะความใจเย็นของทีโอที 
 
 ความใจเย็นนี้เกิดขึ้นเพราะทีโอทีประกาศขอหารือกทช.ก่อนว่า คำขอโรมมิ่งดาต้า (การขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล) 3G กับทีโอทีของเอไอเอสนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ที่ประชุมบอร์ดทีโอทีจึงมีมติว่ายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอโรมมิ่งดังกล่าว เนื่องจากต้องทำหนังสือหารือกับ (กทช.) ก่อนตามที่กทช.ทักท้วงไว้ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบโดยละเอียดก่อน ว่าโครงข่าย 3G ของทีโอทีสามารถรอบรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด( MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 งานนี้ไม่รู้ใครผิดใครถูก บอร์ดทีโอทีออกมาบอกว่าเอไอเอสใจร้อนเกินไปที่ออกมาประกาศขู่ทีโอที แต่เอไอเอสก็มีเหตุผลให้ต้องปกป้องตัวเอง โดยเอไอเอสระบุว่ามีความจำเป็นต้องประกาศหยุดให้บริการโรมมิ่งกับทีโอทีก่อน เพื่อรอผลการพิจารณาของกทช. หากผลออกมาเป็นอย่างไร เอไอเอสก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งขณะนี้และในอนาคต 
 
 ***ก่อนนี้ไม่เห็นต้องถาม 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่าการที่บอร์ดทีโอทีมีมติให้นำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามกทช.ก่อนนั้นหมายความว่า ทีโอทีได้ยอมรับในบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ กทช. และหากผลการพิจารณาของ กทช. ออกมาอย่างไร ทีโอทีก็ต้องปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการทำงานในอนาคต 
 
 ขณะเดียวกันการที่ทีโอทีให้โรมมิ่งมายังโครงข่ายของเอไอเอสนั้นได้ทำมาตั้งแต่ทีโอทีให้บริการบนระบบ 2G บน 1900 อยู่ จนกระทั่งเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงมาเป็น 3G ของทีโอทีในปัจจุบัน ทางเอไอเอสได้เคยเจรจาในหลักการแล้วว่า จะขอโรมมิ่งกลับมาใช้โครงข่าย 3G ของทีโอทีบ้าง 
 
 เพราะการทำโรมมิ่งกันนั้นเป็นการกระทำต่างตอบแทนในการทำธุรกิจและเป็นมาตรฐานการให้บริการของ GSMA (สมาคมผู้ประกอบการ GSM) มาตั้งแต่มีระบบนี้แล้ว เช่น ลูกค้าเอไอเอส ถ้าจะไปใช้งานที่ญี่ปุ่น ต้องใช้ 3G ของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันลูกค้าที่ญี่ปุ่น หากจะมาใช้โรมมิ่งในโครงข่ายเอไอเอสต้องใช้ 2G (GSM900) เป็นต้น 
 
 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทีโอทีได้ขอให้เอไอเอสโรมมิ่งเพื่อบริการลูกค้า กว่า 500,000 เลขหมาย โดยในช่วงนั้นไม่มีการยื่นเรื่องถามไปยังกทช. ทุกอย่างสามารถเปิดให้บริการแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการของ ทีโอที ได้ตามปกตินั้นหมายความว่าการบริการครั้งนั้นสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการได้อย่างสมบูรณ์ 
 
 แต่หากการขอบริการโรมมิ่งกับเอไอเอสในครั้งนั้นเกิดข้อติดขัด หรือมีการยกเลิกให้บริการโรมมิ่ง ลูกค้าจำนวน 500,000 เลขหมายก็จะมีปัญหาในการใช้งานนอกพื้นที่ครอบคลุม 3G ของทีโอที 
 
 เช่นเดียวกับการขอบริการโรมมิ่งของเอไอเอสกับทีโอทีในครั้งนี้หากเกิดข้อติดขัด ก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อลูกค้าที่ไม่สามารถได้รับบริการที่ดี รวมถึงการดำเนินงานของ MVNO ก็จะได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถดำเนินการขายซิมได้อย่างเต็มที่  
 
 จากมติคณะกรรมการทีโอทีดังกล่าวทำให้เอไอเอสมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการหยุดการให้บริการโรมมิ่งกับทีโอที ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เพื่อรอการพิจารณาของ กทช. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หากผลออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเอไอเอสก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม นายวิเชียรกล่าว 
 
 ***ยิ่งขู่ยิ่งจบช้า 
 
 นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดวันที่ 29 ม.ค. ว่ากรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ยื่นหนังสือขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล (โรมมิ่งดาต้า) 3G กับทีโอที โดยจะเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสโรมมิ่งวันที่ 1 ก.พ.นี้ ที่ประชุมบอร์ดมีมติว่ายังไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธการโรมมิ่งดังกล่าวเนื่องจากต้องทำหนังสือหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ตามที่กทช.ทักท้วงไว้ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบโดยละเอียดก่อนว่าโครงข่าย 3G ของทีโอทีสามารถรอบรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด (MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 ทั้งนี้กรรมการบอร์ดมีความเห็น สมควรจะให้ MVNO สามารถตั้งไข่ให้ได้เสียก่อน โดยการปล่อยให้ดำเนินงานตามแผนการตลาด 3G ที่วางไว้อย่างน้อย 4-6 เดือน หากผ่านไปครบ 6 เดือนซึ่งครบกำหนดที่ทีโอทีต้องประเมินผลการดำเนินงานตามสัญญา หาก MVNO ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายแผนธุรกิจที่ยื่นให้ทีโอทีและไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการได้ ทีโอทีอาจพิจารณาถอดจากการเป็น MVNO ทีโอที 3G แล้วพิจารณาให้เอไอเอส หรือรายอื่นๆเข้ามาดำเนินธุรกิจแทน 
 
 เอไอเอสพูดเรื่องนี้เร็วไปนิด ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้น่าจะจบได้เร็วกว่านี้ 
 
 ทั้งนี้เป็นเพราะโครงข่าย 3G ของทีโอทีที่ให้บริการเป็นโครงข่ายเดิมของกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2547 จึงสามารถรองรับการใช้งานการรับ-ส่งข้อมูลได้เพียง 400 เมกะบิต ซึ่งลูกค้า 3G ของทีโอทีและ MVNO ปัจจุบันใช้งานอยู่แล้วที่ 165 เมกะบิตในขณะที่ขณะที่เอไอเอสทำหนังสือขอโรมมิ่งใช้การรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 375 เมกะบิต สำหรับกรณีที่เอไอเอสเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงข่าย 3G กับทีโอทีทั่วประเทศนั้น ยอมรับว่าเป็นความคิดที่ดี ซึ่งทีโอทีจะเก็บไว้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ 
 
 นายธีรวุฒิกล่าวว่าเบื้องต้นทีโอทีจะเดินหน้าลงทุนโครงข่าย 3G ตามหัวเมืองใหญ่อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น หนองคาย และพัทยา ไปก่อนโดยการลงทุนจะใช้เงินลงทุนของทีโอที ส่วนความคืบหน้าผู้ใช้บริการในระบบ 3G ของทีโอทีรวมทั้ง MVNO ทั้ง 5 รายมีจำนวน 215,000 เลขหมายแล้ว ซึ่งหลังจากเปิดบริการเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2552 พบว่า ยังมีบางพื้นที่ที่สัญญาณ 3G ไม่หนาแน่ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายโครงข่ายเพื่อทำให้สัญญาณหนาแน่น อาทิ ทำเนียบรัฐบาลและศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 
 
 ด้านร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีทีกล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของทีโอที ว่าขณะนี้ทีโอทีทำแผนธุรกิจการให้บริการ 3G เสร็จแล้ว โดยจะนำเรื่องเข้ามาชี้แจงไอซีทีในเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะส่งเรื่องให้สภาพัฒน์ฯพิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปโดยคาดว่าจะส่งเรื่องเข้าครม.ได้ต้นเดือนมี.ค. 2553 
 
 ..ผู้บริโภคก็ได้แต่ก้มหน้ารอกันต่อไป.. 
 
 Company Related Links : 
 AIS 
 TOT 
 

AIS ขู่หยุดโรมมิ่ง ทีโอที เหตุอดเชื่อมโครงข่าย 3G

January 29, 2010

 เอไอเอสออกลูกนักเลง ไม่ให้ทีโอที โรมมิ่งโครงข่ายใช้บริการด้านเสียง หลังอกหักไม่สามารถให้บริการโรมมิ่ง ดาต้า 3G ได้ในวันที่ 1 ก.พ.ที่จะถึงนี้ โดยบอร์ดทีโอทีมีมติให้หารือกทช.ก่อนว่าทำได้หรือไม่ รวมทั้งต้องการให้ MVNO 5 รายไปรอดก่อน 
 
 นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดวานนี้( 29 ม.ค.) ว่ากรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ยื่นหนังสือขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล(โรมมิ่งดาต้า) 3Gกับทีโอที โดยจะเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสโรมมิ่งวันที่ 1 ก.พ.นี้ ที่ประชุมบอร์ดมีมติว่ายังไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธการโรมมิ่งดังกล่าว เนื่องจากต้องทำหนังสือหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ตามที่กทช.ทักท้วงไว้ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบโดยละเอียดก่อนว่าโครงข่าย 3Gของทีโอทีสามารถรองรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด( MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 ทั้งนี้กรรมการบอร์ดมีความเห็น สมควรจะให้ MVNO สามารถตั้งไข่ให้ได้เสียก่อน โดยการปล่อยให้ดำเนินงานตามแผนการตลาด 3Gที่วางไว้อย่างน้อย4- 6 เดือน หากผ่านไปครบ 6 เดือนซึ่งครบกำหนดที่ทีโอทีต้องประเมินผลการดำเนินงานตามสัญญา หากMVNO ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายแผนธุรกิจที่ยื่นให้ทีโอทีและไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการได้ ทีโอทีอาจพิจารณาถอดจากการเป็น MVNO ทีโอที 3G แล้วพิจารณาให้เอไอเอส หรือรายอื่นๆเข้ามาดำเนินธุรกิจแทน 
 
 เอไอเอสพูดเรื่องนี้เร็วไปนิด ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้น่าจะจบได้เร็วกว่านี้ 
 
 ทั้งนี้เป็นเพราะโครงข่าย 3Gของทีโอทีที่ให้บริการเป็นโครงข่ายเดิมของกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซ ที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2547 จึงสามารถรองรับการใช้งานการรับ-ส่งข้อมูลได้เพียง 400 เมกะบิต ซึ่งลูกค้า 3Gของทีโอทีและ MVNO ปัจจุบันใช้งานอยู่แล้วที่ 165 เมกะบิตในขณะที่ขณะที่เอไอเอสทำหนังสือขอโรมมิ่งใช้การรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 375 เมกะบิต สำหรับกรณีที่เอไอเอสเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงข่าย 3Gกับทีโอทีทั่วประเทศ นั้นยอมรับเป็นความคิดที่ดี ซึ่งทีโอทีจะเก็บไว้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ 
 
 นายธีรวุฒิกล่าวว่าเบื้องต้นทีโอทีจะเดินหน้าลงทุนโครงข่าย 3G ตามหัวเมืองใหญ่อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น หนองคาย และพัทยา ไปก่อนโดยการลงทุนจะใช้เงินลงทุนของทีโอที ส่วนความคืบหน้าผู้ใช้บริการในระบบ 3G ของทีโอทีรวมทั้ง MVNO ทั้ง 5 รายมีจำนวน 215,000 เลขหมายแล้ว ซึ่งหลังจากเปิดบริการเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2552 พบว่า ยังมีบางพื้นที่ที่สัญญาณ 3Gไม่หนาแน่ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายโครงข่ายเพื่อทำให้สัญญาณหนาแน่น อาทิ ทำเนียบรัฐบาลและศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 
 
 ด้านร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีทีกล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของทีโอที ว่าขณะนี้ทีโอทีทำแผนธุรกิจการให้บริการ 3Gเสร็จแล้ว โดยจะนำเรื่องเข้ามาชี้แจงไอซีทีในเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะส่งเรื่องให้สภาพัฒน์ฯพิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปโดยคาดว่าจะส่งเรื่องเข้าครม.ได้ต้นเดือนมี.ค. 2553 
 
 เอไอเอสไม่ให้ทีโอทีโรมมิ่ง 
 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่าตามที่บอร์ดทีโอที มีมติให้นำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามกทช.ก่อนนั้นหมายความว่า ทีโอทีได้ยอมรับในบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ กทช. และหากผลการพิจารณาของ กทช. ออกมาอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม 
 
 แต่ที่ผ่านมา ทีโอทีได้ขอให้เอไอเอสโรมมิ่งเพื่อให้บริการลูกค้ากว่า 500,000 เลขหมาย ซึ่งไม่เคยมีการหารือขอความเห็นชอบจากกทช. ก่อน ทุกอย่างสามารถเปิดให้บริการแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการของทีโอทีได้ตามปกตินั่นหมายความว่าการบริการครั้งนั้นสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการได้อย่างสมบูรณ์ 
 
 แต่หากการขอบริการโรมมิ่งกับเอไอเอสในครั้งนั้นเกิดข้อติดขัด หรือมีการยกเลิกให้บริการโรมมิ่งลูกค้าจำนวน 500,000 เลขหมายก็จะมีปัญหาในการใช้งานนอกพื้นที่ครอบคลุม 3G ของทีโอทีเช่นเดียวกับการขอบริการโรมมิ่งของเอไอเอสกับทีโอทีในครั้งนี้หากเกิดข้อติดขัด ก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อลูกค้าที่ไม่สามารถได้รับบริการที่ดี รวมถึงการดำเนินงานของ MVNOก็จะได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถดำเนินการขายซิมได้อย่างเต็มที่ 
 
 จากมติคณะกรรมการทีโอทีดังกล่าวทำให้เอไอเอสมีความจำเป็นจะต้องหยุดการให้บริการโรมมิ่งกับทีโอทีตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้เพื่อรอการพิจารณาของ กทช.ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเอไอเอสก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม นายวิเชียรกล่าว 
 

8 เซอร์ไพรส์จาก iPad

January 28, 2010

         

 

 

 

 

 

แม้กระแสข่าวรั่วจะทำให้ไอแพด (iPad) คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตไร้คีย์บอร์ดหน้าจอสัมผัสของแอปเปิลไม่เซอร์ไพรส์ชาวโลกเท่าที่ควร ทั้งขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร หรือการรองรับแอปพลิเคชันไอโฟน แต่เราเชื่อว่า 8 ข้อนี้จะทำให้ชาวโลกรู้สึกเซอร์ไพรส์ไม่มากก็น้อย เพราะทั้งหมดหักปากกาเซียนทุกสำนัก หรือถ้าไม่หักก็เป็นเรื่องลับสุดยอดที่ยังไม่มีสำนักใดกล่าวถึง 
 
 1. ราคา : เซียนวงการไอทีเชื่อกันว่าราคาของไอแพดจะเริ่มที่ 700-1000 เหรียญสหรัฐฯ แต่แอปเปิลก็สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นรุ่นที่ไม่มี 3G แล้วจำหน่ายในราคาเริ่มที่ 499 เหรียญ แต่แถมความจุให้ 16GB ทั้งที่ราคานี้เป็นราคาเดียวกับไอพ็อดทัช (iPod Touch) 32GB ที่แอปเปิลตั้งไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และขณะนี้ก็มีราคาสูงกว่าไอพ็อดทัช 32GB ราว 200 เหรียญ บนหน้าจอที่ใหญ่กว่า ฮาร์ดแวร์ดีกว่า ฟีเจอร์อื่นๆมากกว่า 
 
 แน่นอนว่าคินเดิลรุ่นล่าสุดอย่าง Kindle DX ถูกนำมาเทียบกับไอแพดอย่างเสียไม่ได้ โดยคินเดิลที่จอสีขาวดำ หน้าจอไม่ทัชสกรีน และมีความสามารถที่จำกัดนั้นขายที่ราคา 489 เหรียญในขณะนี้ 
 
 แอปเปิลคิดค่าเทคโนโลยี 3G เพิ่มขึ้น 130 เหรียญ เช่น รุ่น 16GB ราคา 499 ก็จะถูกบวกขึ้นไปเป็น 629 เหรียญ ราคานี้จึงจะเข้าทางข่าวลือ 
 
 2. เลิกล็อกเครือข่าย ไม่มีบังคับ : ก่อนหน้านี้ข่าวลือเกี่ยวกับการรองรับ 3G ในไอแพดนั้นถูกกล่าวถึงกันมาก แต่ในที่สุดแอปเปิลก็ให้อิสระแก่ลูกค้าว่าจะเลือกใช้บริการเครือข่ายของค่ายใด และเป็นเวลานานเท่าใดก็ได้ ต่างจากไอโฟนที่บังคับให้ลูกค้าทุกคนใช้บริการจากเอทีแอนด์ทีนานถึง 2 ปี 
 
 แต่ในที่สุดแล้ว เอทีแอนด์ทีและแอปเปิลยังมีสัญญาใจพอสมควร โดยแอปเปิลประกาศว่าเอทีแอนด์ทีมีแพคเก็จสุดคุ้มให้เลือก 2 แบบคือ 15 เหรียญต่อเดือนจำกัดข้อมูล 250MB หรือ 30 เหรียญต่อเดือนเล่นได้ไม่อั้น ใครชอบใจก็สมัครได้ ใครสมัครแล้วไม่ชอบใจก็เลิกสัญญาได้ ผู้ใช้สามารถสมัครบริการแบบพรีเพด (prepaid) หรือเติมเงินได้ด้วย 
 
 เซอร์ไพรส์นี้มีหักมุมตอนท้าย เพราะปรากฏว่าไอแพดนั้นรองรับซิมการ์ด 3G เฉพาะที่เป็น Micro SIM ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าซิมโทรศัพท์ปกติ และไม่ใช่ว่าโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายจะพร้อมให้บริการในขณะนี้ เท่ากับผู้บริโภคยังต้องรออีกระยะกว่าโอเปอเรเตอร์จะออกแพคเก็จเพื่อกลุ่มผู้ใช้ไอแพดได้ 
 
 3. รองรับคีย์บอร์ดต่อพ่วง : สาวกไอโฟนหลายคนเจ็บช้ำน้ำใจที่ไม่สามารถใช้งานคีย์บอร์ดต่อพ่วง (external keyboard) บนไอโฟนหรือไอพ็อดทัชได้ และแอปเปิลก็ไม่เคยพัฒนาเลยตั้งแต่ออกไอโฟนรุ่นแรกเมื่อมกราคมปี 2007 เพราะหากผู้ใช้สามารถพกคีย์บอร์ดต่อพ่วงได้ก็จะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการพิมพ์งานอย่างจริงจังบนไอโฟน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ระบบปฏิบัติการ iPhone OS รุ่นล่าสุดก็ยังทำไม่ได้ 
 
 แต่สำหรับไอแพด นอกจากแอปเปิลจะประกาศขาย Keyboard Dock ซึ่งเมื่อเสียบไอแพดลงไป ตัวเครื่องก็จะตั้งตรงเหมาะสำหรับพิมพ์เอกสารแล้ว ไอแพดยังสามารถทำงานกับคีย์บอร์ดบลูทูธมาตรฐานของค่ายอื่นได้ด้วย งานนี้หลายคนบอกว่าดีใจจริงๆ 
 
 4. โปรแกรม iWork บน iPad : โปรแกรมนี้เซอร์ไพรส์สาวกแอปเปิลเพราะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไอแพดไม่ใช่ไอพ็อดทัชหรือไอโฟนยักษ์เสียทีเดียว ด้วยโปรแกรมนี้ ลูกค้าไอแพดจะสามารถสร้าง-แก้ไข-เล่นไฟล์เอกสาร ทั้งไฟล์นำเสนองาน แผ่นงานคำนวณ และงานเอกสารประมวลผลคำ สามารถทำจดหมายข่าวและการสร้างเอกสารพร้อมจัดวางในรูปแบบมาตรฐาน 
 
 iWork บนไอแพดมีการปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้หรือ UI ใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งานบนจอสัมผัสโดยเฉพาะ สามารถเปิดเอกสาร Microsoft Office ทั้ง Word, Excel และ PowerPoint ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ไอแพดมีความสามารถพอที่จะมาแทนที่แล็บท็อปได้  
 
 แอปเปิลจำหน่าย iWork โดยแยกโปรแกรม เริ่มที่ 9.99 เหรียญสหรัฐ 
 
 5. รองรับมาตรฐาน ePub : นี่คือความเซอร์ไพรส์มากกว่าการคาดหวังว่าไอแพดจะสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องอ่านอีบุ๊กได้เสียอีก โดยมาตรฐาน ePub นั้นเป็นมาตรฐานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบเปิดของกลุ่ม International Digital Publishing Forum (IDPF) เพื่อให้สำนักพิมพ์ผลิตและจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภายใต้มาตรฐานเดียว 
 
 ปกติแอปเปิลมักจะสร้างมาตรฐานคอนเทนท์ของตัวเอง การเปลี่ยนท่าทีในครั้งนี้จึงถูกมองว่าอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาสำนักพิมพ์และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต่างมุ่งรองรับมาตรฐานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอนคือการรองรับไฟล์ ePub ของไอแพดนั้นทำให้การทำธุรกิจหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักพิมพ์นั้นเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งประโยชน์ก็จะตกกับผู้ใช้ในที่สุด 
 
 6. ชื่อไอแพด : ชื่อ iPad นั้นเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของนักสังเกตการณ์ว่าแอปเปิลจะใช้ชื่อนี้ในการทำตลาด แต่ครั้งนั้นมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้ยาก เพราะมีความคล้ายคลึงกับ iPod ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนได้ จากนั้นไม่นาน แหล่งข่าวลือก็ยกชื่อ iSlate ขึ้นมาเพราะมีการสืบพบว่าแอปเปิลได้จดทะเบียนจองชื่อนี้ไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายการค้า แถมยังมีการจดชื่อโดเมนเนมไว้ด้วย 
 
 แต่ในที่สุดแอปเปิลก็ใช้ชื่อไอแพด ทิ้งให้ชาวไอทีสงสัยว่าชื่อ iSlate อาจเป็นการสับขาหลอกของแอปเปิลก็ได้ 
 
 7. ขุมพลัง A4 : ไอแพดนั้นใช้ชิป A4 (A ย่อมาจาก Apple) ชิปนี้เองที่เป็นความต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างไอแพดและไอโพน ชิป A4 ในไอแพดนั้นวิ่งที่ 1GHz เทียบกับ 600MHz (0.6GHz) ในไอโฟนทรีจีเอส (iPhone 3GS) โดยแอปเปิลการันตีว่า A4 คือสุดยอดชิปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่แอปเปิลเคยทำมา ทั้งเร็วและประหยัดพลังงาน ซึ่งนี่คือเบื้องหลังที่ทำให้ไอแพดสามารถทำงานต่อเนื่องนาน 10 ชั่วโมง 
 
 อัตราส่วนพลังงานที่ได้ต่อกำลังไฟที่เหนือกว่า ทำให้ชิป A4 ถูกมองว่าจะเป็นตัวเลื่อยขาเก้าอี้ของ Qualcomm, Freescale และผู้ผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์พกพาอย่าง ARM ด้วย ซึ่งต้องรอดูความเคลื่อนไหวของค่ายชิปเหล่านี้อย่างใกล้ชิดในอนาคต 
 
 8. ไม่มีกล้อง : แม้จะมีเสียงเรียกร้องมากมายให้แอปเปิลติดกล้องดิจิตอลลงไอพ็อดทัชบ้าง แต่ไอแพดซึ่งได้ชื่อว่าเป็นไอพ็อดทัชไซส์ใหญ่นั้นกลับไม่มีกล้องใดๆ นอกจากไม่มีกล้องแล้วยังไม่มีพอร์ต USB ตามแบบฉบับคอมพิวเตอร์แล็บท็อปทั่วไป มีเฉพาะพอร์ตพิเศษของแอปเปิลและ Dock connector ซึ่งหากอยากต่อ USB จะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเอง 
 
 ไอแพดยังไม่มีช่องเสียบหน่วยความจำภายนอกอย่าง SD Card ด้วย น่าเสียดายจริงๆ 
 
 Company Related Links : 
 Apple 

 

อัลคาเทลชี้ลงทุน 3G ตอนนี้ถูกที่สุด

January 27, 2010

   

 

 

อัลคาเทล -ลูเซ่นย้ำตลาดประเทศไทยพร้อม 3G ทั้งถูกที่และถูกเวลา เพราะราคาอุปกรณ์ถูกที่สุดแล้วขณะนี้เนื่องจากโลกเริ่มหันหา LTE พร้อมเปิดตัว Alcatel-Lucent 1870 Transport Tera Switch (TTS) 
 
 นายอัลแบร์โต้ วาลเซกิ รองประธานฝ่ายการตลาด กิจกรรมธุรกิจด้านออปติก บริษัทอัลคาเทล-ลูเซ่นกล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มทราฟฟิกส่วนกลางบนเครือข่ายมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณข้อมูลมากขึ้น โดยทั่วโลกพบว่าทราฟฟิกดาต้าเติบโตอยู่ในระดับ 50- 100 % ส่งผลให้ผู้ให้บริการโครงข่าย ต้องทำการขยายเครือข่ายแกนกลาง (Backbone networks) ให้สามารถรองรับทราฟฟิกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 
 
 อัลคาเทล เปิดตัวอุปกรณ์ Alcatel-Lucent 1870 Transport Tera Switch (TTS) เพื่อติดตั้งที่เครือข่ายแกนกลาง ซึ่งเป็นนวัตกรรมออปติคัลสวิตช์ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถจัดทราฟิกบนเครือข่ายไอพีได้ง่ายขึ้นช่วยให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นในการรับ-ส่งทราฟิกประเภทไอพีที่รวมถึงวิดีโอในชั้นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเครือข่ายในขณะเดียวกันก็ช่วยให้มีการลงทุนที่น้อยลง 
 
 อุปกรณ์นี้ยังมีออปชั่นด้านการบริหารแบนด์วิดท์ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นในการรับ-ส่งทราฟฟิกได้ทั่วโครงข่ายตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทบริการและเป้าหมายปลายทางของการส่งไอพีทราฟิกและยังมีนวัตกรรมใหม่ คือ การบรรจุเสมือนจริง (Virtual container) ที่เรียกว่า Optical Data Unit Flex (ODUFlex) ช่วยให้เครือข่ายมีการรับ-ส่งที่ดีขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีความซับซ้อนน้อยลง และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าพื้นที่ และการปฏิบัติการเครือข่ายต่างๆ 
 
 นายวรวิทย์ จำปาไชยศรี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย อัลคาเทล-ลูเซ่น กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยี 3G ในประเทศไทยขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่แล้วโดยจะเห็นได้จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่มีจำนวนมากขึ้น การลงทุน 3G ในขณะนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากแน้วโน้มเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่ LTE แล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าขณะนี้เป็นก้าวสุดท้ายของ 3Gส่งผลให้ราคาอุปกรณ์ 3Gถูกลงมากแต่ 3G ก็ยังสามารถให้บริการได้อีกอย่างน้อย 5 ปี เพราะ LTE ยังไม่เสถียรและมีราคาแพงอยู่ 
 
 ส่วนเทคโนโลยีไวแมกซ์นั้นมองว่า กทช.น่าจะเร่งรัดการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการเนื่องจากในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการทดสอบให้บริการและพบว่าสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี 
 
 Company Related Links : 
 alcatel-lucent 

 

IEC 3G กระหึ่มวาดฝัน 6 เดือนขาย 3 แสนเบอร์

January 26, 2010

 

IEC 3G เปิดบริการแล้ว คาด 6 เดือนมียอดขาย 3 แสนเบอร์ คาดทำรายได้ 1,000 ล้านบาทปีนี้ รับหากเอไอเอสโดดร่วมวงได้รับผลกระทบ ด้านทีโอทีเผยศุกร์นี้ (29ม.ค.) คาดยังไม่ได้ข้อสรุปเอไอเอสโรมมิ่ง 3G 
 
 วานนี้ (25ม.ค.) บริษัท ไออีซี เทคโนโลยี จำกัด บริษัทลูกของ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง (ไออีซี) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ MVNO ของบริษัท ทีโอทีจัดงาน IEC 3G NEW HORIZON ขึ้นเพื่อเปิดตัวแบรนด์ IEC 3G อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ 
 
 นางสัณห์จุฑา วิชชาวุธ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ไออีซีกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ามียอดขาย IEC 3G จำนวน3 แสนเลขหมายภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยจะมุ่งเน้นให้บริการ 3G เน็ตซิมมากกว่าการให้บริการทางเสียง เนื่องจากสามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงถึง 7.2 เมกกะบิต ในเบื้องต้นยอมรับว่ายังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีรายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เท่าไหร่ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะทำรายได้ให้ไออีซี เทคโนโลยี ราว 1,000 ล้านบาทในปีนี้ 
 
 ทั้งนี้ไออีซีมีจุดแข็งด้านช่องทางจัดจำหน่ายที่มีมากกว่า 200 สาขา โดยผ่านไออีซีช็อป และพันธมิตร เช่น TG ช็อป บลิสเทลช็อป ประกอบกับไออีซี เป็นผู้ให้บริการที่อยู่ในตลาดนี้มานานด้วยการทำธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องลูกข่ายจึงมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ใช้บริการ 
 
 สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ IEC 3G จะเป็นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป คนเริ่มทำงาน นักศึกษา และนักเรียน ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเน็ตซิมทุกที่ทุกเวลา ส่วนแพคเกจที่ให้บริการ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แพคเกจเติมเงิน ราคาต่ำสุด 99 บาทสามารถใช้บริการวอยซ์ได้ 10 นาที และดาต้า 50 นาทีคิดค่าบริการอินเทอร์เน็ต 50 สตางค์/เมกะไบต์ ราคาสูงสุด 399 บาท ส่วนเหมาจ่ายรายเดือนค่าบริการต่ำสุด 199 บาทสูงสุด 399 บาท 
 
 ส่วนกรณีที่เอไอเอสจะเข้ามาร่วมให้บริการ 3G กับทีโอทีในลักษณะดาต้าโรมมิ่งนั้น มองว่าลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกับลูกค้าของไออีซีเพราะคาดว่าเอไอเอสจะเน้นจับลูกค้าระดับบนแต่เชื่อว่าทีโอทีจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบมากที่สุด โดยเฉพาะในแง่ผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ MVNO และยอมรับว่าหากเอไอเอสดำเนินการได้ MVNO จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน 
 
 นายอรรถวุฒิ เลาหภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไออีซี เทคโนโลยี กล่าวว่า การเปิดให้บริการ IEC 3G จะส่งผลให้รายได้ของไออีซีทั้งกลุ่มเติบโต 30 % จากรายได้รวม 2 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจดาวรุ่งของบริษัทนอกเหนือจากธุรกิจพลังงาน และธุรกิจวางระบบไอที 
 
 นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า การประชุมบอร์ดในวันที่ 29 ม.ค.เพื่อพิจารณาประเด็นที่เอไอเอสยื่นข้อเสนอขอโรมมิ่งดาต้า 3Gทีโอทีในพื้นที่กทม.และปริมณฑลและเสนอลงทุนโครงข่าย 3G ทั่วประเทศให้ทีโอทีนั้น คาดว่าจะยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากจะต้องมีการหารือเรื่องเทคนิค รูปแบบธุรกิจและเรื่องอื่นๆอีกหลายขั้นตอน 
 
 นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่าการให้เอไอเอสโรมมิ่งดาต้านั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาทีโอทีเป็นฝ่ายโรมมิ่งไปยังเอไอเอสด้านเดียวเท่านั้น 
 
 
 Company Related Links : 
 
IEC 
 

แอปเปิลครองยอดขายโมบายแอปฯ 99.4%

January 20, 2010

 

บริษัทวิจัยตลาดการ์ทเนอร์ (Gartner) ประกาศผลสำรวจตลาดซื้อขายแอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือโมบายแอปพลิเคชัน ระบุว่าแอปเปิลสามารถครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดของตลาดรวมที่มีมูลค่า 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 คาดว่าแอปเปิลจะสามารถครองส่วนแบ่งได้ไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ในปี 2010 
 
 แอปเปิลนั้นเปิดร้านขายแอปพลิเคชันออนไลน์นามแอปสโตร์ (App Store) ในเดือนกรกฎาคม ปี 2008 พร้อมกับการเปิดตัวไอโฟนทรีจี (iPhone 3G) และการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iPhone OS 2.0 ล่าสุด แอปเปิลออกแถลงการณ์ว่าสามารถจำหน่ายแอปพลิเคชันได้แล้ว 3,000 ล้านครั้ง โดย 2,500 ล้านครั้งเกิดขึ้นในปี 2009 ปีเดียว 
 
 การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า 4,500 ล้านแอปพลิเคชันจะถูกจำหน่ายในปี 2010 คิดเป็นรายได้มูลค่า 6,800 ล้านเหรียญ ซึ่งหากแอปเปิลยังสามารถรักษาอัตราเติบโตในระดับเดิมได้ แอปเปิลจะสามารถครองส่วนแบ่ง 67% คิดเป็นรายได้ราว 4,500 ล้านเหรียญ 
 
 การ์ทเนอร์ยังพยากรณ์ล่วงหน้าถึงปี 2013 ว่ายอดจำหน่ายโมบายแอปพลิเคชันจะมีจำนวนสูงถึง 21,600 ล้านแอปพลิเคชัน คิดเป็นรายได้ 29,500 ล้านเหรียญ โดย 25% ของรายได้จะมาจากแอปพลิเคชันโฆษณาสินค้าและบริการที่เปิดให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดได้ฟรี 
 
 Company Related Links : 
 Apple 
 

กิ๊กฟ้าผ่า! เอไอเอสควงทีโอทีเปิด 3G

January 19, 2010

 

เอไอเอสเปิดวิสัยทัศน์ปี 2553 เลิกรอประมูล พร้อมเข้าร่วมทีโอทีให้บริการ 3G ทำให้ลูกค้าเอไอเอสสามารถใช้บริการ 3G ได้ทั้งบนเครือข่าย 900 MHz และ 2,100 MHz ส่งผลให้เป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกที่สามารถใช้งาน 3G ได้ครอบคลุมทั้งหมด 
 
 
 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ประกาศวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม ปี 2553 ด้วยแนวคิด อีโค่ซิสเต็ม คือ ระบบนิเวศน์แห่งโลกสื่อสาร ที่ทุกองค์ประกอบของอุตสาหกรรมนี้ต้องผนึกกำลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พึ่งพากันและกัน เติบโตไปด้วยกัน เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้บริโภคคนไทยทุกกลุ่ม 
 
 ขานรับเทรนด์รูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารของผู้บริโภคที่มีความนิยมใช้ งานในลักษณะของ Total Communication โดยในงานนี้ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดให้ลูกค้าเอไอเอสได้ใช้บริการ 3G ทั้งบนเครือข่าย 900MHz และ 2100MHz ส่งผลให้เครือข่ายของเอไอเอส เป็นเครือข่ายที่เชื่อมั่นได้สูงสุด 
 
 รวมไปถึงการเปิดตัวบริการหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตร ทางธุรกิจตามแนวคิดของอีโค่ซิสเต็ม อาทิ โนเกีย N900 , แบล็กเบอรี โบลด์ 9700, แอร์การ์ด 3จี ที่รองรับความเร็วถึง 7.2 Mbps, บริการ เอไอเอส แอx สโตร์ ที่รวบรวมคอนเท็นท์มากที่สุดสำหรับมือถือทุกรุ่น 
 
 รายละเอียดที่เหลือ ทีมงานจะนำเสนอต่อไป… 
 
 Company Relate Link : 
 AIS 
 

ดีแทค+สำนึกรักบ้านเกิด = 3G CSR

January 19, 2010

 

3G CSR – ทอเร่ จอห์นเซ่น (ซ้าย) กับ บุญชัย เบญจรงคกุล (ขวา) ประกาศคำมั่นนำระบบ 3G สร้างรากฐานภูมิปัญญาเกษตรกรไทย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

ทอเร่ จอห์นเซ่น ควงคู่ บุญชัย เบญจรงคกุล เปิดแผน 3G CSR ของดีแทค นำร่องโครงการเสริมสร้างสังคมอย่างยั่งยืนก่อนปูพรมบริการเชิงพาณิชย์ ต่อยอดความสำเร็จทางด่วนข้อมูลการเกษตร 1677 ที่มีฐานคนใช้กว่า 2 แสนราย 
 
 
 เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมานายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทคกับนายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการดีแทคและประธานมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด ร่วมกันเป็นประธานในงานมอบรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 2552 จำนวน 47 รายซึ่งเป็นผลสำเร็จของการนำระบบสื่อสารดีแทคมาหลอมรวมกับข้อมูลการเกษตรผ่านบริการ *1677 
 
 นายทอเร่กล่าวว่าดีแทคพร้อมที่จะเดินหน้านำเทคโนโลยีสื่อสารใหม่ๆมาเชื่อมโยงเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ซึ่งจากการที่ตนเองมาจากประเทศที่มีฤดูหนาวมากกว่าทุกพื้นที่และมีระบบการสื่อสารเป็นปัจจัยสำคัญ และด้วยความเชี่ยวชาญตลอดจนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อมาทำธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินทองของการเพาะปลูก รวมถึงความประทับใจในเกษตรกรไทย ทั้งที่ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และจากเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปีที่แล้วที่ขึ้นกล่าวถึงปัญหาของเกษตรกรซึ่งรุนแรงมากเมื่อสิบปีที่ผ่านมาแต่ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองผ่านพ้นมาได้จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบผลสำเร็จจากการปลูกพืชเก้าชั้นและเมื่อได้รับรางวัลจากดีแทคยิ่งทำให้เกิดกำลังที่จะเป็นส่วนร่วมในการเป็นแผ่นทองของแผ่นดินอย่างแข็งขัน 
 
 ด้านนายบุญชัยกล่าวว่ามีแผนงานในการเตรียมข้อมูลไว้แล้วสำหรับประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีระบบ 3G ทำให้เกษตรกรจะสามารถปลูกพืช และพัฒนาพันธุ์ด้วยการโหลดภาพหรือวิดีโอ คลิปได้สะดวก ง่าย รวดเร็วขึ้น เป็นงานภาคสังคมที่ทำให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในวงกว้าง 
 
 ในเรื่องระบบ 3G ผมไม่อยากให้รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองว่าบริษัทจะได้ประโยชน์อย่างไร แต่อยากให้มองภาคประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ว่าจะได้ประโยชน์มากแค่ไหนจากการเข้าถึงข้อมูล ภาพเคลื่อนไหว และเสียงอย่างรวดเร็ว 
 
 ด้านนายพีระพงษ์ กลิ่นละออ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด ดีแทค กล่าวว่า การจัดพิธีมอบรางวัลเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการส่งเสริมภาคการเกษตรซึ่งเป็นพื้นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะนำเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งโทรศัพท์มือถือ วิทยุ และอินเทอร์เน็ตทาง www.rakbankerd.com มาเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเกษตรเข้าด้วยกันให้เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือ ส่งเสริมช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับรางวัล จะมาเป็นแกนกลางในการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกรอื่นๆจากรุ่นสู่รุ่นผ่านทางบริการ *1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการทางด่วนข้อมูลการเกษตร แล้วกว่า 2 แสนเลขหมาย 
 
 สำหรับรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างโครงการทำดีทุกวันจากดีแทค มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดและสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันแฮปปี้ สเตชั่น เป็นปีที่ 2 หลังจากได้ 76 เกษตรกรยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมาผู้ถูกคัดเลือกได้รับโล่เกียรติยศ และเงินรางวัลรางวัลละ 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือพร้อมเลขหมายลงท้าย 1677 
 
 Company Related Links : 
 DTAC 

 

กทช.ยันอุดช่องโหว่ 3G อดีตสหภาพฯโวยขัดกม.

January 19, 2010

 ประธานกทช.ยันปิดช่องโหว่ ใบอนุญาต 3G ทุกด้านไม่ว่าเรื่องกม.หรือเรื่องคอนเทนต์ที่คาบเกี่ยวระหว่างโทรคมนาคมกับบรอดคาสติ้ง ด้าน พรชัย อดีตประธานสหภาพฯ ทีโอที แจงข้อเท็จจริงและข้อกม.กทช.ไม่มีอำนาจดำเนินการได้ คาดประชาพิจารณ์ 28 ก.ย.เดือด เพราะเป็น 3G license to kill ทีโอทีกับกสท 
 
 พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่าในวันที่ 28 ก.ย.ที่จะถึงนี้จะมีการทำประชาพิจารณ์เรื่อง 3G เพื่อเปิดรับฟังข้อเสนอทั้งหมดและยืนยันว่าสามารถปรับแก้ไขรายละเอียดที่สมเหตุสมผลได้ เพื่อให้บริการ 3G เป็นประโยชน์กับภาพรวมและเป็นโอกาสที่ดีของประชาชนในการเข้าถึงคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ด้วยช่องทางที่สะดวก 
 
 ”กทช.ยืนยันว่าเรื่อง 3G จะสามารถประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาในปลายเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้และจะสามารถเปิดประมูลออกชั่นได้ภายในปลายปีนี้แน่นอน” 
 
 ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริการภายใต้ใบอนุญาต 3G จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างโทรคมนาคมกับบรอดคาสติ้ง (การแพร่ภาพกระจายเสียง) ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเพราะกทช.ไม่มีอำนาจกำกับดูแลคอนเทนต์ได้ ซึ่งเรื่องนี้กทช.แก้ปัญหาด้วยการให้คณะอนุกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเกิดขึ้นจากบทเฉพาะกาลของพ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เป็นผู้ที่จะพิจารณาในเรื่องการกำกับดูแลคอนเทนต์จากบริการดังกล่าวโดยที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการนี้ ได้ตีกรอบในเรื่องของวิทยุชุมชนไปแล้วและกำลังตีกรอบในเรื่องของเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม 
 
 ทั้งนี้คณะอนุกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เกิดขึ้นมาเพราะอยู่ในช่วงสุญญากาศยังไม่มีกสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) แต่รัฐต้องการให้มีการกำกับคอนเทนต์ในส่วนของวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม โดยที่คณะอนุกรรมการชุดนี้อยู่ภายใต้โครงสร้างกทช. 
 
 ดังนั้นกทช.จึงได้ทำหนังสือสอบถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อความแน่ใจว่า คณะอนุกรรมการซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 22 คนนี้ สามารถทำหน้าที่กำกับดูแลคอนเทนต์ได้เลย โดยไม่ต้องทำเรื่องมาให้กทช.พิจารณาก่อนเพื่อให้เกิดความคล่องตัวของคณะอนุกรรมการ 
 
 พล.อ.ชูชาติ กล่าวว่าการเตรียมประมูลใบอนุญาต 3G ดำเนินการอย่างล่าช้ามากว่า 2 ปี เพราะมีอุปสรรคทั้งภายนอกและภายในถึงแม้กฤษฎีกาจะเคยตีความว่ากทช.สามารถจัดสรรคลื่นความถี่โทรคมนาคมได้ตามความจำเป็นแล้วก็ตาม ไม่ได้มีเจตนาที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับทีโอทีเตรียมให้บริการ 3G ในรูปแบบให้เอกชนมาเหมาเช่าในลักษณะ MVNO หรือ mobile virtual network operator 
 
 สำหรับในส่วนของราคากลางของความถี่ในย่าน 2.1GHz ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการประมูลนั้น อยู่ระหว่างพิจารณาว่าควรจะแจ้งต่อสาธารณะหรือไม่ แต่ยืนยันว่าราคากลางจะยังไม่ออกมาในช่วงที่ประกาศ 3G ในเดือนต.ค.รวมทั้งเรื่องแบงการันตีว่าจะต้องมีมูลค่าเท่าราคากลางหรือราคาเริ่มต้นประมูล (แบงการันตี 100%) ซึ่งอาจสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกับผู้ประมูลนั้น ยังไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่เป็นทางการเพราะมีระเบียบพัสดุในเรื่องนี้อยู่ กทช.ไม่สามารถกำหนดได้เอง 
 
 ทั้งนี้รายละเอียดประกาศเชิญชวน 3G ในเบื้องต้นระบุว่า คุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล ต้องเป็นนิติบุคคลไทย หรือ มีต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%และผู้สนใจประมูลต้องไม่มีคลื่นความถี่ช่วง 1900 -2100 MHz ไว้ก่อนแล้ว ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลมีสิทธิ์เข้าประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 2 แบบ แต่เลือกได้แค่ความถี่เดียว ขณะที่หลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาต คือ มีจำนวนเท่ากับ 4 ใบอนุญาต แบ่งเป็น 3 ใบอนุญาตแรกได้คลื่นในช่วง 10 MHz และ อีก 1 ใบอนุญาตจะได้ 15 MHz เพราะคลื่นในย่าน 3G ของไทยมีเพียง 45 MHz เท่านั้น ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องขยายโครงข่ายครอบคลุมการใช้งานของประชากรทั่วไปแบ่งเป็น 2 เฟส คือ 2 ปีแรกครอบคลุม 50% ของการใช้งานต่อจำนวนประชากร และ ภายในเวลา 4 ปี ต้องครอบคลุมการใช้งาน 80% ของประชากร 
 
 กทช.รั้นเปิดประมูล 3G 
 
 นายพรชัย มีมาก อดีตประธานสหภาพฯทีโอทีกล่าวว่าหากดูข้อเท็จจริงและข้อกม.ของการประกอบกิจการโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของกทช.จะพบว่าการประมูลใบอนุญาต 3G หรือแม้กระทั่งไวแม็กซ์ อาจเป็นการดำเนินการในสิ่งที่ไม่มีอำนาจเพราะ 1.โครงสร้างองค์กรในพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2543 แบ่งออกเป็น 2 องค์กร แยกอำนาจการบริหารกิจกรรมออกจากกันโดยเด็ดขาดคือกทช.กับกสช. และแยกหน่วยงานธุรการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลเป็น 2 หน่วยงานคือสำนักงานกทช.กับสำนักงานกสช. 
 
 2.หลักการตามพ.ร.บ.ดังกล่าวถูกยกเลิกโดยผลของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 47 เมื่อครบ 180 วันนับแต่รัฐบาลชุดแรกได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทำให้ต้องเปลี่ยนหลักการใหม่ในกิจกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ที่มีเนื้อหาสาระเป็นองค์กรเดียวคือเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่องค์กรเดียว (กสทช.) แล้วจึงแยกย่อยภายในเชิงบริหารกิจกรรมออกไปเป็นขั้นเป็นตอน 
 
 นายพรชัยกล่าวย้ำว่ากิจกรรมใดๆที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2543 ว่าเป็นการใช้อำนาจร่วมกันของกทช.และกสช.นั้น กทช.จะไม่มีอำนาจดำเนินการโดยกทช.แต่ผู้เดียว รวมทั้งอำนาจในการบริหารคลื่นความถี่ที่มีบัญญัติไว้ในหมวด 3 ของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2543 ก็มิอาจดำเนินการได้จนกว่าจะมีกสช.มาใช้อำนาจรวมกันเสียก่อน จึงจะครบองค์ประกอบการใช้อำนาจ 
 
 นอกจากนี้การอ้างถึงการตีความเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็เป็นการตีความเมื่อเดือนส.ค.2549 หลังจากนั้น 1 เดือนก็เกิดการปฏิวัติ ยึดอำนาจและฉีกรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกฤษฎีกาก็ตีความเพียงว่าให้จัดสรรได้หากมีความจำเป็นเท่านั้น 
 
 แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่าหากเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ในขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือเอกชนทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ จะจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อประมูลใบอนุญาตรวมทั้งจะย้ายฐานลูกค้าออกจากบริษัทสัมปทานเพื่อไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้จำนวนมากอีกต่อไป ซึ่งทำให้ทีโอทีและกสทจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง  
 นอกจากนี้แนวทางให้ใบอนุญาตกทช. ยังเป็นการทำให้เกิดการแข่งขันกันสร้างโครงข่าย 3G ของโอเปอเรเตอร์ อย่างเอไอเอสคาดว่าจะใช้เงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท หากในสเกลใกล้เคียงกันการแจก 4 ใบอนุญาตก็หมายถึงเงินหลายแสนล้านบาทต้องไหลออกนอกประเทศเพื่อเป็นค่าอุปกรณ์โครงข่าย สวนทางกับแนวคิดการใช้โครงข่ายร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เอกชนหันมาแข่งกันด้านคุณภาพการให้บริการ ไม่ใช่แข่งกันถมเงินไปซื้ออุปกรณ์ เหมือนในอดีตที่ผ่านมาในรูปแบบสัญญาสัมปทาน 
 
 รวมทั้งการร่างเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับใบอนุญาต จะต้องไม่มีส่วนได้เสียกับคลื่นในย่าน 3G ซึ่งหมายถึงการปิดประตูการเป็น MVNO หรือการเหมาแอร์ไทม์เพื่อให้บริการโดยไม่ต้องสร้างโครงข่ายเองของทีโอที ปิดทางการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์หรือ strategic partner และอาจหมายถึงการปิดหนทางทีโอทีและกสทในการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยมือองค์กรอิสระของรัฐเอง 
 
 “การให้ไลเซ่นส์ครั้งนี้ของกทช. เรียกได้ว่าเป็น 3G license to kill แต่เป็น kill ทีโอทีกับกสท” 
 
 Company Related Links : 
 NTC 
 

CAT CDMA ชูจุดขายเน็ตแรงไร้สาย

January 17, 2010

นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช

 CAT CDMA บุกตลาดโค้งสุดท้ายของปี 2552 ออกโฆษณาชุด บรื้นๆ 3G เร็ว แรง เพื่อสร้างความจดจำ และตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดสื่อสารไร้สาย เน้นตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก พร้อมจัดโปรโมชันเอาใจลูกค้า หวังสิ้นปีจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มกว่า 5 แสนราย 
 
 นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า CAT CDMA เป็นทางเลือกใหม่ ที่ให้บริการบนเทคโนโลยี 3G โดดเด่นแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น โดยเป็นผู้ให้บริการ 3G รายแรกและรายเดียวในเมืองไทยในขณะนี้ ที่มีพื้นที่ให้บริการมากที่สุดครอบคลุม 51 จังหวัดของประเทศ 
 
 ในส่วนของการทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพื่อชูจุดเด่นในด้านความเป็นผู้นำอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง CAT CDMA จึงเน้นสร้างการรับรู้ไปสู่ผู้บริโภค โดยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อครบวงจรทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุท้องถิ่น บิลบอร์ด รวมถึงการออกทำกิจกรรมการตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัด และได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ชุด บรื้นๆ ที่เน้นศักยภาพด้านผู้ให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย 3G สมบูรณ์แบบ ที่ให้ความเร็วในการดาวน์โหลดอัปโหลดข้อมูลได้สูงสุดถึง 3.1 Mbps ซึ่งจะเร็วกว่า EDGE, GPRS กว่า10 เท่า 
 
 
 CAT CDMA ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมาย เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งด้านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ เช่น โปรโมชันอินเทอร์เน็ตไร้สาย 3G Package เริ่มต้นที่เดือนละ 590 บาท ฟรีอินเทอร์เน็ต 20 ชม. หรืออินเทอร์เน็ตไม่จำกัดชั่วโมง 790 บาทต่อเดือน ส่วนโปรโมชันการโทร.คุ้มสุด ๆ เริ่มต้นที่ 189 บาท โทร.ฟรีทุกเครือข่าย ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง3โมงเย็น 
 
 นอกจากนี้ ได้ขยายจุดจำหน่ายไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่อง ซิม หรือบัตรเติมเงิน ซึ่งมีช่องทางจัดจำหน่ายหลักที่สำนักงานบริการลูกค้ากสท 51 จังหวัด และขยายตลาดผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั้งไออีซี ไอ-โมบายและบลิสเทล 
 
 จากการที่เดินหน้ารุกตลาดอย่างหนัก คาดว่าปลายปีนี้จะมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่า 5 แสนราย และเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านสัญญาณเราได้เตรียมแผนขยายโครงข่ายกว่า 3,000 สถานีฐาน ซึ่งจะทำให้พื้นที่การให้บริการและประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลระบบ 3G ของ CAT CDMA สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 
 
 
 Company Related Links : 
 Cattelecom 
 

เปิดจอง”xpPhone”จากจีน มือถือวินโดวส์เอ็กซ์พี

January 17, 2010

 

 

 

 

 

รู้กันดีว่าวินโดวส์เอ็กซ์พีนั้นเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและพกพา แต่วันนี้บริษัทสัญชาติจีนนาม In Technology Group หรือ ITG เปิดให้ผู้ที่สนใจเอ็กซ์พีโฟน (xpPhone) โทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พี สามารถเข้าไปสั่งจองได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ xpphone.com ได้แล้ว ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่วินโดวส์เวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์มือถืออย่าง “วินโดวส์โมบายล์” ต้องจับตามอง 
 
 เอ็กซ์พีโฟนถือเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่ใช้ระบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พี เปิดตัวครั้งแรกในงานคอมพิวเทค 2009 ที่ผ่านมา รองรับการเชื่อมต่อในรูปแบบ 3G ไวร์เลส บลูทูธ สามารถใช้งานวิดีโอคอลผ่านโปรแกรมแชทอย่างเอ็มเอสเอ็น สไกป์ คิวคิว ฯลฯ ตามที่สามารถใช้ได้บนวินโดวส์เอ็กซ์พี รวมไปถึงระบบนำทางผ่านพิกัดดาวเทียมจีพีเอส 
 
 ตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอทัชสกรีน 4.8 นิ้ว ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล สไลด์คีย์บอร์ด QWERTY พร้อมปุ่มควบคุม 5 ทิศทางและปุ่มตัวเลขแยกต่างหาก ซีพียูที่ใช้เป็น AMD Super Mobile Ram ขนาด 512MB หรือ 1GB หน่วยความจุ มีให้เลือกทั้งแบบ SSD ขนาด 8 – 64GB และฮาร์ดดิสก์ ขนาด 30 – 120 GB 
 
 กล้องความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล มีพอร์ต VGA สำหรับต่อกับหน้าจอและโปรเจคเตอร์ได้ทันที รวมไปถึงพอร์ตยูเอสบี ช่องเสียงหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ในเรื่องของแบตเตอรี่เคลมไว้ว่าสามารถสนทนาต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง เปิดเครื่องรอรับสายได้สูงสุด 5 วัน น้ำหนักรวมแบตเตอรี่อยู่ที่ 400 กรัม ประกอบด้วยสีดำ ขาว เงิน และแดง 
 
 ยังไม่มีรายละเอียดราคาจำหน่ายในขณะนี้ 
 
 Company Relate Link : 
 
xpPhone 

 

CES : เอ็กซ์เรย์ทัพสินค้าไฮเทค (2)

January 17, 2010

                           

นี่คือภาพชุดที่ 2 ที่สื่อมวลชนต่างประเทศเก็บภาพได้จากงาน CES มหกรรมแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่จัดขึ้นที่สหรัฐฯอยู่ในขณะนี้ 
 
 งาน CES หรือ International Consumer Electronics Association มหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 7-10 มกราคมนี้ ท่ามกลางผู้ร่วมแสดงเทคโนโลยีกว่า 2,500 รายและผู้ชมงานที่คาดว่าจะเกิน 110,000 คน 
 
 ประมวลข่าวงานที่เกี่ยวข้องกับงาน CES 2010 
 
 CES : โตชิบาโชว์ Cell TV ทีวีแปลงวิดีโอดิจิตอลเป็น 3D 
 CES : ไมโครซอฟท์โชว์แทปเล็ตฝีมือเอชพี 
 CES : เอ็กซ์เรย์ทัพสินค้าไฮเทคก่อนเปิดงาน 
 CES : แจ้งเกิดเครื่องอ่านอีบุ๊ก3G-ไอบีเอ็มเปิดตัวบ้านอัจฉริยะ 
 CES : ตรวจแถว”แลปท็อป”ยกพลประเดิมปีเสือ 
 
 Company Related Links : 
 CES2010 

 

 



 

 

 

ช่างภาพกำลังมุงถ่ายรูปทีวีบางเฉียบ Infinia จากแอลจี ขนาดบางเพียง 6.9 มม.

Dr. Woo Paik ประธานและผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของแอลจีกำลังกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 มิติ

Erin Davis ลูกชายของ Miles Davis ตำนานมือทรัมเปตมหัศจรรย์ขวัญใจชาวแจซ กำลังโพสต์ท่ากับสุดยอดชุดหูฟัง Miles Davis Tribute ผลงานของบริษัท Monster Cable Products Inc. ซึ่งดึงนักดนตรีระดับตำนานมาเป็นจุดขาย พร้อมลายเซ็นต์บนกล่อง

 

 

 

ไมโครซอฟท์ยกพลเทคโนโลยีฝังตัวในรถยนต์มาโชว์เต็มที่ในงานนี้

Scott Ramirez รองประธานฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ทีวีของโตชิบา ขณะเปิดตัว Cell TV ทีวี่สามารถแปลงภาพ 2 มิติให้เป็น 3 มิติได้

Sony โชว์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก “Y series” ใช้ชิปประหยัดพลังงานจากอินเทลหรือ ULV พร้อมเมาส์ไร้สาย อายุแบตเตอรีมากกว่า 7 ชั่วโมง พร้อมไดร์ฟดีวีดี

 

 

 

หน้าตาสวยงามของ Y series จากโซนี่

โน้ตบุ๊กตระกูล “W series” เด่นที่การเป็นพีซีเพื่อสิ่งแวดล้อม

โซนี่การันตีว่า 20% ของวัสดุที่เป็นส่วนประกอบในโน้ตบุ๊ก W series นั้นทำจากแผ่นซีดีและดีวีดีรีไซเคิล

 

 

 

ลำโพงไอโฟนที่สามารถทำงานเป็นนาฬิกาปลุกได้ด้วย

จอเกม 3 มิติจากโซนี เรียกความสนใจจากผู้ชมงานได้อย่างต่อเนื่อง

ทีมงานซัมซุงเทียบขนาดแท่งดินสอกับทีวีหน้าจอ LED 9000 ซึ่งซัมซุงการันตีว่ามีความบางเพียง 0.3 นิ้ว

 

 

 

เครื่องอ่านอีบุ๊ก E6 จากซัมซุง ขนาด 6 นิ้ว มีคิวจำหน่ายภายในปีนี้ในราคา 399 เหรียญสหรัฐ

ทีวีแอลอีดี 3 มิติจากซัมซุง

 

 

 



Edited – ลองของ 3G จาก TOT

January 17, 2010

                           

Edited- มีแต่คนตั้งคำถามว่า “3G ของ TOT เป็นอย่างไรบ้าง” เพื่อตอบคำถามนี้ ผู้จัดการไซเบอร์ขออาสาพาท่านไป”ลองของ”บริการอินเทอร์เน็ตสดใหม่ไร้สายความเร็วสูง 3G จากทีโอทีนามว่า TOT3G ซึ่งตอนนี้ต้องยอมยกนิ้วให้จริงๆกับตัวเลขทดสอบสวยหรูซึ่งอาจทำให้คอเน็ตทั้งหลายหวั่นไหวไปกับทีโอทีได้ง่ายๆ 
 
 
 ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า อุปกรณ์ที่สามารถใช้งานร่วมกับ TOT3G ประกอบด้วยเครื่องโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ AirCard หรือที่เรียกว่า Dongle ซึ่งการเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อให้ทำงานบนเครือข่าย TOT3G ให้ได้เต็มประสิทธิภาพนั้น ควรคำนึงว่าอุปกรณ์รองรับคลื่นความถี่ 900/2100 Mhz รองรับระบบ HSPA หรือไม่ หากเป็นโทรศัพท์ก็ควรมีกล้องหน้าเพื่อทำ Video Call 
 
 เราเลือกใช้ Air Card ในการเชื่อมต่อเพื่อทดสอบความเร็วของ TOT3G จากการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตหรือ Speed Test พบว่าเมื่อทีโอทีเปิดโปรโมชันราคาหน้าตาดี ทำให้ความเร็วที่ทดสอบได้ช่วงเดือนมกราคมต่ำกว่าการทดสอบในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่วัดได้นั้นสูงถึง 6.49 Mbps ความเร็วในการอัปโหลดอยู่ที่ 1.12 Mbps เป็นการวัดในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ความเร็วต่ำสุดที่วัดได้อยู่ที่ 2.87 Mbps (ดาวน์โหลด) และ 0.40 Mbps (อัปโหลด) เทียบกับความเร็วการันตี 7.2 Mbps ที่หน้าจอประกาศไว้ 
 
 TOT3G ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเชื่อมต่อบนรถที่กำลังเคลื่อนที่ในเขตเมือง แต่มีปัญหาเมื่อรถวิ่งเร็วบนทางด่วน เสาอากาศยังไม่เสถียร ขึ้นเต็มในบางพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่ก็ไม่มีสัญญาณ 
 
 น่าเสียดายที่พื้นที่พักผ่อนอย่างพัทยาไม่สามารถใช้งาน 3G ของทีโอทีได้ โดยข้อมูลบนเว็บไซต์ระบุว่าบริการ 3G ของทีโอทีนั้นครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดในขณะนี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และอยุธยา จังหวัดแรกนั้นกินพื้นที่เมืองหลายเขตเกือบครบทั้งเมือง แต่จังหวัดหลังสุดนั้นคลุมเฉพาะเขตบางปะอินเท่านั้น 
 
 อีกด้านหนึ่งก็ต้องชมว่าราคาที่ทีโอทีวางไว้นั้นไม่สูงเกินเอื้อมจนเข้าขั้นทำให้หลายคนออกอาการหวั่นไหวเคลิ้มตามไปด้วย แพคเก็จเหมาจ่ายรายเดือนราคาเริ่มที่ 199 บาท ใช้งานข้อมูลได้ 1GB ราคาสูงสุดคือ 799 บาท ใช้งานได้ 6GB ซึ่งนอกจากบริการอินเทอร์เน็ต ทีโอทียังทำโปรโมชันควบบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย ซึ่งราคาเริ่มที่ 199 บาทเช่นกัน แต่การใช้งานข้อมูลจะทำได้น้อยกว่า และเน้นให้ทำวิดีโอคอลล์ 
 
 ราคาทั้งหมดนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยหากใช้งานข้อมูลเกิน จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 0.20 บาทต่อข้อมูล 1MB 
 
 ไม่เพียงเหมาจ่ายรายเดือนหรือ Post-Paid ทีโอทียังออกโปรโมชันบัตรเติมเงินหรือ Pre-Paid ให้ผู้ซื้อซิม 3G ทีโอทีเติมเงินรายวันได้ด้วย โดยราคาเติมเงินเริ่มต้นคือ 50 บาทใช้ได้ 5 วัน 
 
 ผู้สนใจใช้งาน TOT3G สามารถสมัครบริการที่ศูนย์บริการลูกค้าของทีโอทีในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงพันธมิตรผู้ร่วมให้บริการ (MVNO) ทั้ง 5 รายได้แก่ บรษัท สามารถ ไอ-โมบาย, บริษัท 365 คอมมูนิเคชัน, บริษัท ล็อกซเล่ย์, บริษัท ไออีซี และบริษัท เอ็ม คอนซัลต์ เอเซีย 
 
 ผู้ซื้อโปรโมชัน Pre-Paid จะต้องตรวจสอบว่าสามารถใช้งาน 3G ในพื้นที่ที่ต้องการได้หรือไม่ด้วยการใส่ซิมการ์ดลงในเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และเปิดเครื่องเพื่อกดโทรออกตั้งแต่ช่วงเริ่มขอเปิดใช้งานครั้งแรก โดยกรณีอยู่ในพื้นที่ให้บริการ ระบบจะส่งข้อความอัตโนมัติเพื่อยืนยันการใช้งาน แต่หากอยู่นอกพื้นที่ครอบคลุมการให้บริการ ก็จะยังไม่สามารถใช้งานได้ 
 
 หลังจากเปิดใช้บริการได้แล้ว โทรศัพท์ของคุณจะทำงานและแสดงเครือข่าย TOT3G ทันทีที่คุณอยู่ในพื้นที่รัศมี TOT3G แต่กรณีที่คุณอยู่นอกพื้นที่ ระบบก็จะใช้บริการบนเครือข่ายร่วม (Roaming) สังเกตได้จากหน้าจอโทรศัพท์ของคุณจะแสดงเครื่องหมายเครือข่ายที่ Roaming แทน ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มขึ้นตามมา 
 
 บทสรุปจากการลองของ TOT3G ครั้งนี้คือไม่ผิดหวัง สามารถแนะนำบอกต่อเพื่อนฝูงได้อย่างไม่ขัดเขิน แต่ประเด็นเดียวที่อยากฝากถึงทีโอทีคือ ขอให้รักษาคุณภาพของบริการ TOT3G ในวันนี้ไว้ ไม่ว่าอนาคต TOT3G จะมีผู้ใช้งานมากน้อยเพียงไร 
 
 Company Related Links : 
 TOT 

 

 



 

 

 

เสาสัญญาณ WCDMA เต็มเปี่ยมบริเวณเยาวราช

หน้าต่างเข้าสู่การใช้งาน TOT 3G

ความเร็วที่ระบุคือ 7.2Mbps

 

 

 

ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุดที่วัดได้ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ความเร็วต่ำสุดที่วัดได้

ความเร็วที่ทดสอบได้จากเซิร์ฟเวอร์ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

 

 

 

โปรโมชันเหมาจ่ายรายเดือน post paid ของ TOT3G แบบรวมค่าโทรศัพท์และค่าอินเทอร์เน็ต หมดเขตเดือนมกราคมนี้

โปรโมชันเหมาจ่ายรายเดือน post paid ของ TOT3G เฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว หมดเขตเดือนมกราคมนี้เช่นกัน

โปรโมชันจ่าย pre paid ของ TOT3G หมดเขตเดือนมกราคมนี้

 

 

 

Aircard รุ่น U3510 จากไอ-โมบาย ที่ใช้ในการทดสอบ

 

 

 

Aircard รุ่น U3510 พร้อมซิมการ์ด TOT 3G ที่ใช้ในการทดสอบ

 

 

 



Review : Samsung Candy 3G ครบเครื่องแนว QWERTY สไลด์

January 17, 2010

                 

 
 
 โทรศัพท์ตระกูลแคนดี้ (Candy) หรือที่วางจำหน่ายในต่างประเทศนาม คอร์บี้ (Corby) ถูกวางมาเป็นทัชโฟนราคาถูกที่ทุกๆคนสัมผัสได้ โดยทางซัมซุงประเทศไทย ได้มีการนำอีก 2 รุ่นเข้ามาจำหน่ายในช่วงนี้คือ แคนดี้ แชท (Candy Chat) และ แคนดี้ 3G (Candy 3G) ซึ่งยังคงจุดเด่นที่ ขนาดเล็กกะทัดรัดสีสันสวยงามเช่นเดิม 
 
 สำหรับ แคนดี้ แชท มีจุดเด่นที่แยกออกมาจากแคนดี้ ธรรมดาคือ มีคีย์บอร์ด QWERTY สไลด์ด้านข้างออกมา และเปลี่ยนหน้าจอจากแบบ Capacitive มาเป็นแบบ Resistive เช่นเดียวกับ แคนดี้ 3G ที่จะนำมารีวิวให้ชมกัน โดยสิ่งที่ 3G มีมากกว่าแคนดี้อีก 2 รุ่นก็คือรองรับการเชื่อม 3G นั่นเอง 
 
 Feature On Samsung Candy 3G 
 
  
 
 อินเตอร์เฟสการใช้งานสำหรับแคนดี้ 3G ยังคงเป็น “TouchWiz” ที่มาพร้อมกับวิตเจ็ตอยู่ในแถบ ‘Side bar’ ทางด้านล่าง มีพื้นที่ให้เลือกใช้วิตเจ็ตกันถึง 3 หน้าเช่นเคย ส่วนด้านข้างยังเป็นปุ่มกดเข้าสู่ เมนู สมุดโทรศัพท์ และ ปุ่มกด (โทรฯออก) อยู่เช่นเดิม ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่ได้สไลด์คีย์บอร์ดออก หน้าจอจะทำงานในแนวตั้งตามปกติ  
 
  
 
 หน้าเมนูแบ่งออกเป็น 3 หน้าด้วยกัน ประกอบไปด้วย บันทึกล่าสุด, Facebook, เครื่องเล่นเพลง, อินเทอร์เน็ต, MySpace, ไฟล์ส่วนตัว, ปฏิทิน, กล้องถ่ายรูป, คอมมูนิตี้, Instant Messenger, การเตือน, การตั้งค่า, ค้นหาเพลง, Google, วิทยุFM, แลกเปลี่ยน ActiveSync, แก้ไขรูปภาพ, เกมและแอปพลิเคชัน, เครื่องบันทึกเสียง, บลูทูธ, ซิงโครไนซ์, Wi-Fi, สมุดบันทึก, ดาวน์โหลด, สิ่งที่ต้องทำ, เครื่องคิดเลข, การเปลี่ยนหน่วย, เวลาโลก, การตั้งเวลา, การจับเวลา และแอปพลิเคชันSIM 
 
 ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่าเมนูแทบไม่ต่างจาก “แคนดี้” รุ่นปกติเลย ยกเว้นในเรื่องของการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เพิ่มเข้ามา ส่วนแอปพลิเคชันเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ในรุ่นเดิมจะไปรวยมอยู่ในโฟลเดอร์คอมมูนิตี้เท่านั้นเอง ดังนั้นในเรื่องของการใช้งานผู้ใช้ TouchWiz ในแบรนด์ซัมซุงคงคุ้นเคยกันดี 
 
  
 
 ภายในคอมมูนิตี้จะประกอบไปด้วยลิงก์ไปยังแอปพลิเคชันหรือเปิดหน้าเว็บไซต์เครือข่ายออนไลน์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Facebook, Bebo, Fotki, Photobucket, Picasa, MySpace และ Friendster โดยในกรณีที่ไม่มีมากับเครื่องผู้ใช้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาติดตั้งได้จากเมนูดาวน์โหลดที่มากับตัวเครื่องได้ทันที 
 
  
 
 สำหรับแอปพลิเคชันอย่างเฟสบุ๊กถือว่าให้มาครบตามการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือทั่วไป แบ่งหน้าหลักออกเป็น 4 หน้าคือแสดงฟีดข่าว ถัดมาเป็นแสดงข้อมูลส่วนตัว รายชื่อเพื่อน และกล่องข้อความ นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ด้วยปุ่มเพิ่มรูปถ่าย เพื่ออัปโหลดรูปขึ้นเฟสบุ๊กในทันที 
 
  
 
 ในส่วนของระบบแชท ปัจจุบันที่แถมมาให้กับในตัวเครื่องจะเป็นของ Palringo ซึ่งเป็นจาวาแอปพลิเคชัน โดยในการใช้งานผู้ใช้จำเป็นต้องเข้าไปสมัครใช้บริการที่เว็บไซต์ http://www.palringo.com/ ก่อน เพื่อที่จะลงทะเบียนว่าจะใช้บริการของอะไรบ้าง หลังจากนั้นจึงนำไอดีที่ลงทะเบียนมาล็อกอินในโทรศัพท์มือถือ 
 
  
 
 มาดูกันที่แอปฯสำหรับใช้งานเชื่อมต่อไวเลสกันบ้าง เมื่อเปิดแอปฯขึ้นมาจะพบกับหน้าปุ่ม Wi-Fi อยู่ตรงกลาง โดยผู้ใช้สามารถกดที่ปุ่มดังกล่าวเพื่อเปิด-ปิดการใช้งานได้ ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้วจะพบกับเครือข่ายที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ต้องการเชื่อมต่อกับจุดไหนก็สามารถเลือกและใส่รหัสเพื่อเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งนี้เมื่อมีการใส่รหัสครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปเมื่อเชื่อมต่ออีกครั้งทางเครื่องจะเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ 
 
  
 
 เมื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ลองใช้งานเบราว์เซอร์ที่มากับเครื่องบ้าง ในที่นี้ถ้าสังเกตจะพบว่าฟอนต์ของตัวอักษรที่แสดงเป็นคล้ายลายมือการ์ตูน เนื่องจากขณะใช้งานได้ปรับธีมให้เป็นแบบดังกล่าวอยู่ ถ้าไม่ชอบสามารถเปลี่ยนฟอนต์ให้เป็นตัวอักษรปกติได้เช่นกัน 
 
  
 
 แถบเมนูด้านข้างในส่วนของเบราว์เซอร์ประกอบไปด้วยปุ่มย้อนกลับ เพิ่มหน้าเว็บโปรด เข้าสู่หน้าเพจที่บันทึกไว้ และการตั้งค่าอื่นๆ ซึ่งการตั้งค่าในส่วนนี้ก็มีตั้งค่าทั่วไป RSS อัปเดท รายการอินเทอร์เน็ต เคลียร์แคช ลบคุกกี้ และการจัดการคุกกี้ ภายในเครื่อง 
 
 Camera 
 
  
 
 โหมดกล้องในเครื่อง ถือว่ามีพัฒนามาจากแคนดี้เล็กน้อยตรงที่เพิ่มหมวด SCN ให้ผู้ใช้สามารถปรับใช้งานกัน ตั้งแต่แบบปกติ รูปบุคคล ทิวทัศน์ กลางคืน กีฬา พระอาทิตย์ตก และตัวอักษร ส่วนโหมดถ่ายรูป ยังคงมีให้ตามมาตรฐานคือ ชอตเดียว สไมล์ชอต ชอตต่อเนื่อง และพาโนราม่า 
 
 ในการใช้งานกล้องเมื่อเทียบในช่วงระดับราคาเดียวกันภายใต้แบรนด์ซัมซุง ยังมีสตาร์ไดมอนด์ ที่ให้กล้องที่ดีกว่าแคนดี้ 3G อยู่เยอะมาก เนื่องจากข้อจำกัดของรุ่นนี้ ยังอยู่ที่กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล และไม่มีออโต้โฟกัส ดังนั้นถ้าผู้ใช้ต้องการใช้งานเพื่อถ่ายรูปแล้ว ควรหันไปลองดูสตาร์ไดมอนด์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกจาก กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชและออโต้โฟกัสจะดีกว่า 
 
 Design of Samsung Candy 3G 
 
  
 
 Samsung B5310 หรือแคนดี้ 3G นั่นมีหน้าตาไม่แตกต่างจากรุ่นแรกที่ออกมาคือ แคนดี้เลย เพียงแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและหนาขึ้นอีกนิดเนื่องจากมีคีย์บอร์ดสไลด์ข้าง ทำให้ขนาดรอบตัวอยู่ที่ประมาณ 105 x 56.8 x 15.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 135 กรัม ถือว่าอยู่ในขนาดพอดีมือไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป โดยที่ขายในไทยขณะนี้จะมีหน้ากากให้เปลี่ยนเพียง 2 สี คือ ขาว และ ดำ เท่านั้น 
 
  
 
 ด้านหน้า – ไล่จากบนสุดมีช่องลำโพงสนทนา ที่ดีไซน์เป็นแนวยาวลวดลายคล้ายตะแกรงถี่ๆ สีเงินพาดเป็นแนวยาวอยู่บนสุด เยื้องลงมาทางซ้ายเล็กน้อยมีกล้องวิดีโอคอลติดอยู่ ถัดลงมาเป็นหน้าจอ QVGA แบบ Resistive ขนาด 2.8 นิ้ว 16 ล้านสี 
 
 ถัดลงมามีตัวอักษรเขียนชื่อแบรนด์ “Samsung” สีเงิน วางพาดอยู่ตรงกึ่งกลาง ล่างสุดเป็นปุ่มควบคุม มีด้วยกัน 3 ปุ่มคือ ไล่จากซ้ายเป็นปุ่มรับสาย ตรงกลางเป็นปุ่มเมนู และขวาเป็นปุ่มวางสาย (กดค้างเพื่อปิดเครื่อง) 
 
  
 
 เมื่อสไลด์คีย์บอร์ดออกมา จะพบกับคียบอร์ดสีแดงแรงฤทธิ์ สกรีนด้วยตัวอักษรสีขาว สลับกับสีเหลือง ซึ่งเลย์เอาท์ภาษาอังกฤษถือว่าทำออกมาได้ตามมาตรฐานทั่วไป แต่สำหรับเลย์เอาท์ภาษาไทยไม่ทราบเหมือนกันว่าทางซัมซุงคิดอย่างไร จึงทำการเรียงตัวอักษรไล่จาก ก ข ค ไปเรื่อยๆ แทนที่จะเรียงตาม ฟ ห ก ด ปกติ (เครื่องที่ขายจริงมีสกรีนภาษาไทยให้เรียบร้อย) 
 
 สำหรับการใช้งานปุ่มกด เนื่องจากคีย์บอร์ดมีลักษณะติดกัน รวมไปถึงปุ่มกดไม่ได้มีลักษระบุ๋มลงไปมากเมื่อทำการกด ทำให้ในการใช้งานค่อนข้างจะเมื่อนิ้วเล็กน้อยในการพิมพ์ช่วงแรกๆ แต่เมื่อชินและรับรู้การสัมผัสแล้วก็สามารถใช้งานได้ปกติทั่วไป (ในกรณีที่พิมพ์ภาษาอังกฤษ) 
 
  
 
 ด้านหลัง – ฝาหลังทำจากพลาสติกเคลือบสีที่มีลวดลายเป็นเกลียวคลื่น ผิวมันเงา ไล่จากส่วนบนจะมีกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล โดยมีวงกลมสีเงินเป็นขอบนอก ข้างขวามีช่องลำโพงสเตอริโอ ถัดลงมามีการสลักแบรนด์ “Samsung” ในสไตล์นูนต่ำ 
 
  
 
 เปิดฝาหลังด้วยการงั้นจากช่องบริเวณด้านล่างของเครื่อง จะพบกับแบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 960 mAh ถอดแบตออกมาจะเจอช่องใส่ซิมการ์ด ส่วนช่องใส่ไม่โครเอสดีการ์ดจะอยู่ทางด้านขวา มุมขวาบนเป็นช่องสำหรับร้อยสายโทรศัพท์ ที่น่าสนใจคือบริเวณรูในช่องข้างล่างแบต จะมีช่องสำหรับเสียบสายต่อGPS ภายนอกไว้ให้ใช้งานด้วย 
 
  
  
 
 ด้านซ้าย – มีปุ่มปรับระดับเสียงอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้านขวา – ไล่จากส่วนบนลงไปเป็นพอร์ตไมโครยูเอสบีสำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และชาร์จแบตในช่องเดียวกัน ข้างเป็นปุ่มล็อกเครื่อง สุดท้ายคือปุ่มชัตเตอร์ ที่สามารถใช้เป็นปุ่มลัดเรียกใช้งานโหมดกล้องได้ด้วย 
 
  
 
 ด้านบน – มีเพียงช่องหูฟัง 3.5 มม. ด้านล่าง – มีไมโครโฟนสนทนาอยู่มุมซ้ายเท่านั้น 
 
 บทสรุป 
 
 เมื่อออกมาอยู่ในตระกูลแคนดี้ สารที่ผู้บริโภคได้รับจะเป็นทัชโฟนในราคาคุ้มค่าราคาถูก แต่เมื่อมาพร้อมกับความเป็น 3G และคีย์บอร์ด QWERTY ทำให้ราคาของเครื่องสูงขึ้นมาจากเดิมเป็น 8,990 บาท ซึ่งในระดับราคาเดียวกันนี้เอง ทางซัมซุงก็ยังมี สตาร์ไดมอนด์ หรือออมเนีย รุ่นแรกที่ลดราคาลงมาอยู่ในช่วงดังกล่าวแล้วเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค 
 
 สำหรับการเชื่อมต่อแคนดี้ 3G รองรับการใช้งาน HSDPA ความเร็วสูงสุด 7.2 Mbps ในคลื่นความถี่ 900/2100 MHz มีไว-ไฟ บลูทูธ รองรับระบบระบุพิกัด GPS ทางด้านมัลติมีเดีย มีมาให้ทั้งกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซลที่พอถูไถ กล้องวิดีโอคอลด้านหน้า ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. 
 
 ด้วยความที่ออกแบบมาพร้อมกับ QWERTY คีย์บอร์ดสไลด์ด้านข้าง ทำให้เครื่องรองรับการ Texting ไม่ว่าจะเป็นการแชท รับ-ส่งอีเมล แต่ด้วยความที่สามารถลงได้เฉพาะจาว่าแอปพลิเคชัน เท่านั้นทำให้เครื่องยังมีข้อจำกัดในการใช้งานพอสมควร แต่โดยรวมก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป 
 
 ในการใช้งานโทรศัพท์ทั่วไป เสียงสนทนาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เบาจนเกินไป ส่วนเรื่องของแบตฯแม้ว่าจะให้มาเพียง 960 mAh แต่ก็สามารถใช้งานได้ 2-3 วัน ซึ่งเท่าที่ทดลองใช้เล่นอินเทอร์เน็ตฟังเพลง ใช้งานทั่วๆไป สามารถอยู่ได้ถึง 2 วันสบายๆ แต่ในกรณีที่เปิดใช้งานจาว่าแอปพลิเคชันค้างไว้ จะทำให้แบตฯหมดเร็วกว่าปกติ เนื่องจากไม่สามารถรันโปรแกรมเบื้องหลังได้ 
 
 ขอชม 
 - ทัชสกรีนพร้อม QWERTY คีย์บอร์ด ราคาไม่สูงที่รองรับ 3G / Vdo Call 
 - ฟังก์ชันและฟีเจอร์ ครบครันตามการใช้งานทั่วๆไป มี GPS ให้ใช้ด้วย 
 
 ขอติ 
 - เลย์เอาท์คีย์บอร์ดภาษาไทยที่เรียงตาม “ก ข ค ง” แทนที่จะเป็น “ฟ ห ก ด” ตาม QWERTY เลย์เอาท์ 
 - ด้วยความที่รองรับแต่จาว่าแอปฯ ทำให้การใช้งานยังไม่หลากหลายเท่าที่ควร 
 ปล.ไม่มีรูปป้อมพระสุเมรุเนื่องจาก เครื่องที่ได้มาทดสอบตัวเลนส์มีปัญหา แต่ทั้งนี้เครื่องที่ขายจริงใช้งานได้ปกติ รวมกับมีการสกรีนคีย์บอร์ดภาษาไทย 
 Company Related Links : 
 Samsung 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Next Page »