แฉ พบอุบัติเหตุจากโตโยต้าพรีอุส อีก 5 ครั้ง

February 6, 2010

ไฮบริดเป็นรุ่นล่าสุดของโตโยต้าพรีอุส

 เอเอฟพี – รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าพบอุบัตเหตุเกิดขึ้นกับรถยนต์โตโยต้าพรีอุสไฮบริด อีก 5 ครั้ง ขณะที่เรียกร้องให้โตโยต้าแก้ไปปัญหาเรื่องความบกพร่องของรถยนต์อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางเสียวิจารณ์ว่า ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำแห่งนี้แก้ไขปัญหาล้าช้าเหลือเกิน 
 
 หนังสือพิมพ์โตเกียวชิมบุงรายงานวันนี้(6) โดยไม่อ้างแหล่งข่าวว่า กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับความบกพร่องของระบบเบรกในรถยนต์พรีอุส ไฮบริด ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของพรีอุส จำนวน 80 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ โดยในจำนวนกลายเป็นอุบัติเหตุจริงๆ 5 ครั้ง ซึ่งเจ้าของรถอ้างว่าเบรกทำงานบกพร่อง และกระทรวงคมนาคมก็ขอให้โตโยต้ารีบทำการสอบสวนโดยเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันรายงานข่าวดังกล่าวได้ 
 
 เมื่อวานนี้ โตโยต้าเผยว่า กำลังพิจารณาว่าจะเรียกคืนรถยนต์พรีอุสหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ยืนยันว่ารถยนต์ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบไฟฟ้าและใช้น้ำมันรุ่นี้ข้อบกพร่องจริง 
 
 อย่างไรก็ตาม โตโยต้าระบุว่า ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ระบบแอนตี้-ล็อคของเบรกสำหรับรถยนต์รุ่นพรีอุสทุกคันที่ผลิตตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งจะช่วยป้องกันรถยนต์ไถล สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาสำหรับรถยนต์ที่ขายออกไปวิ่งตามถนนแล้วจะประกาศให้ทราบในไม่ช้านี้ 
 
 รายงานล่าสุดเกี่ยวกับรถยนต์พรีอุส เกิดขึ้นกลังงจากโตโยต้าต้องประกาศเรียกรถยนต์ของบริษัทกว่า 8,000,000 คันในทั่วโลก หลังพบคันเร่งค้าง และแผ่นพรมรองพื้นติดเข้าไปยังคันเร่ง ทำให้คันเร่งเพิ่มความเร็วเองอย่างไม่ตั้งใจ ทำลายชื่อเสียงของโตโตต้าในฐานะแบรนด์อันดับหนึ่งของโลกอย่างหนัก 
 
 และในวันเดียวกันนี้ บรรดาหนังสือพิมพ์ชั้นนำในญี่ปุ่นพากันรายงานข่าวตำหนิว่า โตโยต้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติปลาดิบ จัดการแก้ไขปัญหาอย่างล่าช้า และเตือนว่าเรื่องอัปยศที่เกิดขึ้นจะทำลายชื่อเสียงของประเทศที่เป็นประเทศชั้นนำในด้านเทคโนโลยีด้วย 
 

พายุหิมะกระหน่ำเมืองหลวงสหรัฐฯ คาดหนา 30 นิ้ว

February 6, 2010

อาคารรัฐสภาสหรัฐฯในกรุงวอชิงตันถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวโพลน

 เอเอฟพี/เอเจนซี – หิมะที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์คาดว่าจะทำให้เกิดพายุหิมะกระหน่ำภาคตะวันออกของสหรัฐฯในวันนี้(6) โดยเฉพาะในกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงของสหรัฐฯ ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนในพื้นที่จต้องอยู่ภายในบ้านนานหลายวัน การจรจรเป็นอัมพาต และต้องยกเลิกเที่ยวบินเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ 
 
 สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ(NWS) ประกาศเตือนภัยพายุหิมะในพื้นที่กรุงวอชิงตัน-บัลติมอร์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 22.00 น.วันศุกร์(5) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 10.00 น.วันนี้(6) ตามเวลาไทย คาดว่าพายุหิมะลูกนี้จะกินพื้นที่ตั้งแต่มลรัฐเพนซิลเวเนีย บางพื้นที่ของมลรัฐนิวยอร์ก มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งจะทำให้การจราจรเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมถึงต้องปิดท่าอากาศยานหลายแห่งในเขตกรุงวอชิงตันด้วย 
 
 นอกจากนั้น คาดว่ายังจะทำให้มลรัฐเวอร์จิเนีย แมรีแลนด์ และเดลาแวร์ ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งยังต้องปิดทำการหน่วยงานต่างๆ ทั้งศาล โรงเรียน สำนักงานรัฐบาล หรือแม้แต่ฐานทัพทหารด้วยจากพายุหิมะที่ตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ 
 
 ทั้งนี้ สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯคาดว่า พายุหิมะจะส่งผลกระทบพื้นที่ส่วนใหญ่ตลอดวันนี้ แต่พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายมากที่สุดคือกรุงวอชิงตัน โดยคาดว่าจะมีหิมะหนา 30 นิ้วในเขตวอชิงตัน ซึ่งจะทำลายสถิติเหตุพายุตกหนักหนา 28 นิ้วเมื่อ 88 ปีก่อน 
 
 ทั้งนี้ เหตุการณ์ในปี 1922 หรือ88ปีก่อน เกิดขึ้นเดือนมกราคม ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “นิคเคอร์บอคเคอร์ครั้งใหญ่” ตามชื่อโรงละครนิคเคอร์บัคเคอร์ ที่ถล่มลงมาเนื่องจากแบกรับน้ำหนักหิมะไม่ไหว และทำให้มีผู็เสียชีวิตเกือบถึง 100 คน 
 

เด็กๆ ออกมาเล่นหิมะ

 
 

 
 

 
 

 
 

พบชิ้นส่วนหลักเครื่องบินเอธิโอเปียตกในเลบานอน

February 6, 2010

จนถึงขณะนี้พบศพผู้เสียชีวิตเพียง 15 ศพ จากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 90 คน

 เอเจนซี – ทีมค้นหาพบชิ้นส่วนหลักของเครื่องบินของสายการบินเอธิโอเปียแอร์ไลน์ส ที่ประสบเหตุตกนอกชายฝั่งของเลบานอนเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 คน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเลบานอนเผยวันนี้(6) 
 
 กาซี อาริดี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมเลบานอนเผยว่า พบชิ้นส่วนหลักของเครื่องบินโบอิ้งลึกลงไปใต้ทะเลราว 45 กิโลเมตร ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในภารกิจการค้นหา อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ยืนยันว่าส่วนที่พบนั้นเป็นส่วนลำตัวของเครื่องบินหรือไม่ โดยบอกว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างนั้น โดยขณะนี้ทีมค้นหาซึ่งมีเรือระวังภัยในมหาสมุทร” มาใช้ในปฏิบัติการด้วย กำลังระดมความคิดหาวิธีการค้นหาที่ดียิ่งขึ้นต่อไป 
 
 เครื่องบินโบอิ้ง737-000 ลำนี้บรรทุกผุ้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเลบานอนและเอธิโอเปีย เกิดประสบเหตุตก ไม่กี่นาทีหลังจากทะยานออกจากกรุงเบรตของเลบานอน เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่มุ่งหน้าไปยังกรุงแอดดิสอาบาบาของเอธิโอเปีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งของเลบานอนและนานาชาติออกไปค้นหาศพและผู้รอดชีวิต ตลอนจนซากเครื่องบินทั่วตามแนวชายฝั่งเบรุต โดยเมื่อวันที่27 มกราคม กองทัพเรือสหรัฐฯพบกล่องดำอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 1,3000 เมตร แต่ไม่สามารถกู้มันขึ้นมาได้ 
 
 กล่องดำจะที่พบจะช่วยคลายปริศนาว่า ทำไมนักบินถึงไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของหอบังคับการบินที่เตือนให้เปลี่ยนทิศทางการบิน เพราะสภาพอากาศเลวร้าย แต่โชคร้ายที่ไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ 
 
 เจ้าหน้าที่การบินเลบานอนเผยว่าเ ดูเหมือนว่าครื่องบินเลี้ยวกะทันหันก่อนที่จะหายไปจากจอเรดาร์ และประสบเหตุตก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นความผิดพลาดของนักบินที่ไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทางตามคำแนะนำ 
 

แนะยิงมุกใส่ผู้หญิงต้องใจเย็น สาวใช้สมองประมวลผลก่อนขำ

February 6, 2010

ผู้หญิงใช้เวลาคิดนานกว่ากว่าจะรับมุก แต่ก็ขำมากกว่าและนานกว่า

 เดลิเมล์ ถ้าเล่าเรื่องตลกแล้วผู้หญิงทำหน้าเหวอ อย่าเพิ่งด่วนใจเสีย นักวิจัยอธิบายสาวต้องใช้เวลาประมวลผลและทำความเข้าใจนานกว่าผู้ชาย แต่เมื่อมุกเข้าเป้าแล้ว สาวจะชอบอกชอบใจอย่างยิ่ง 
 
  นักวิจัยพบว่าผู้หญิงเข้าใจมุกตลกช้ากว่าผู้ชาย แต่ถ้าขำแล้วจะหัวเราะชอบใจมากกว่าและนานกว่า โดยผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงใช้สมองในการประมวลผลเรื่องตลกมากกว่าผู้ชาย และคาดหวังน้อยกว่าว่าเรื่องที่ได้ยินจะเป็นเรื่องตลก 
 
  ในการทดลอง นักวิจัยขอให้ผู้ชายและผู้หญิงฝ่ายละ 10 คนดูการ์ตูนขาว-ดำ และให้คะแนนความตลก 
 
  ระหว่างนั้น กลุ่มตัวอย่างจะถูกสแกนสมองไปด้วย เพื่อระบุตำแหน่งของสมองส่วนที่ทำงานหนักขึ้น และเวลาในการตอบสนองต่อเรื่องตลก 
 
  แม้ผลการสแกนคล้ายกันเป็นส่วนมาก แต่ผู้หญิงมีแนวโน้มใช้สมองบางส่วนมากกว่าผู้ชาย ซึ่งรวมถึงสมองส่วนนอกด้านหน้าที่ช่วยในการถอดรหัสภาษา และค้นหาความไม่เกี่ยวข้อง 
 
  ศาสตราจารย์อัลลัน เรสส์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัย กล่าวว่าการค้นพบนี้สอดคล้องกับทัศนคติทั่วไปเกี่ยวกับวิธีที่ผู้หญิงและผู้ชายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออารมณ์ขัน 
 
  เราพบว่าสมองส่วนนอกด้านหน้าของผู้หญิงทำงานหนัก เท่ากับว่าผู้หญิงกำลังประมวลผลสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับสมองส่วนที่ควบคุมการใช้ภาษา 
 
  นัยของการค้นพบนี้ ผู้หญิงมีแนวโน้มตอบสนองต่อการเล่าเรื่องและตลกคำพูดมากกว่าท่าทาง 
 
  การวิเคราะห์ของสมองส่วน ความรู้สึกดีๆ ที่ชื่อว่า nucleus accumbens ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ชายและผู้หญิงมีทัศนคติต่ออารมณ์ขันต่างกัน 
 
  ดูเหมือนผู้หญิงจะมีความคาดหวังต่อรางวัลน้อยกว่า ซึ่งในกรณีนี้คือมุกเด็ดในการ์ตูน ดังนั้น เมื่อเข้าใจมุกเด็ด ผู้หญิงจะขำมากกว่า 
 
  ยิ่งการ์ตูนขำเท่าใด สมองส่วน nucleus accumbens ยิ่งทำงานหนักขึ้น กรณีนี้ไม่เกิดขึ้นในผู้ชายที่ดูเหมือน 
 คาดว่าการ์ตูนจะต้องตลกตั้งแต่แรก 
 
  ผู้หญิงใช้เวลานานกว่าผู้ชายกว่าจะหัวเราะออกมา แต่จะรับรู้มุกแป้กเร็วกว่า 
 
  ขณะนี้ ศาสตราจารย์เรสส์กำลังทำการศึกษาแบบเดียวกันกับเด็ก เพื่อดูว่าความแตกต่างทางเพศสามารถอธิบายได้ด้วยชีววิทยาหรือการเลี้ยงดู 
 
  งานของศาสตราจารย์เรสส์เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ชัดเจนขึ้นในการวิจัยหาสิ่งที่ทำให้คนเราหัวเราะ ก่อนหน้านี้ นักวิจัยแคนาดาแสดงให้เห็นว่าผู้ชายและผู้หญิงใช้อารมณ์ขันต่างกัน 
 
  ผู้ชายมีแนวโน้มใช้อารมณ์ขัน แบบปรปักษ์ วิจารณ์กันเองและทำให้ตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงใช้อารมณ์ขันเพื่อรักษาความสัมพันธ์และทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย 
 

สหรัฐฯเร่งทำศึกบริเวณพรมแดนอัฟกาฯ-ปากีสถาน

February 6, 2010

 (เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์www.atimes.com) 
 
 US fires off new warning in Pakistan 
 By Syed Saleem Shahzad 
 04/02/2010 
 
 สหรัฐฯกำลังแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอันแรงกล้าอีกคำรบหนึ่ง ที่จะกำจัดกวาดล้างแหล่งหลบภัยของพวกตอลิบานและอัลกออิดะห์ตามพื้นที่ชายแดนระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถาน เป็นต้นว่า พวกเขาได้ส่งเครื่องบินไร้นักบิน 9 ลำออกโจมตียิงจรวดเข้าถล่มเป้าหมาย 19 ลูกเพียงชั่วเวลาแค่ค่ำคืนเดียว นอกจากนั้น ความพยายามดังกล่าวนี้ยังมีการสนับสนุนด้วยเครือข่ายรวบรวมข่าวกรองเครือข่ายใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นเจาะหาข้อมูลจากพวกชาวชนเผ่าทางอัฟกานิสถาน 
 
  อิสลามาบัด สหรัฐฯเพิ่งส่งสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งถึงความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าอีกครั้งที่จะทำลายแหล่งพักพิงหลบภัยของพวกตอลิบานและอัลกออิดะห์ ในพื้นที่ชายแดนระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถาน ด้วยการเปิดการโจมตีด้วยเครื่องบินไร้นักบิน (drone) ครั้งใหญ่โตที่สุดเท่าที่เคยปฏิบัติการกันมาในปากีสถาน 
 
 พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลปากีสถานเปิดเผยว่า เมื่อคืนวันอังคาร(2) เครื่องบินไร้นักบินของสหรัฐฯจำนวน 9 ลำ ได้ระดมโจมตียิงขีปนาวุธจำนวนรวม 19 ลูก เข้าใส่หมู่บ้านดัตตาเคล (Dattakhel) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดกัน (Degan) ของเขตนอร์ทวาซิริสถาน (North Waziristan) และอยู่ใกล้ๆ แต่คนละฟากพรมแดนกับจังหวัดโคสต์ (Khost) ของอัฟกานิสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อยที่สุด 31 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก 
 
 ขณะที่พวกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบอกกับเอเชียไทมส์ออนไลน์ว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของการโจมตีคราวนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็น สิรอจุดดีน ฮักกอนี (Sirajuddin Haqqani) ผู้นำคนหนึ่งของตอลิบานส่วนที่เป็นชาวอัฟกานิสถาน (Afghan Taliban) 
 
 การโจมตีอย่างเอิกเกริกมโหฬารเป็นพิเศษ โดยใช้เครื่องบินไร้นักบินเข้ากระหน่ำกันมากมายขนาดนี้ สามารถทำได้ก็เพราะได้ข่าวกรองมาจากพื้นที่ตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลังๆ มานั่นแหละ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงรายหนึ่งบอกกับเอเชียไทมส์ออนไลน์ โดยขอไม่ให้ระบุชื่อ 
 
 พวกอเมริกันกำลังติดสินบนให้รางวัลก้อนโตแก่พวกชาวชนเผ่า (ที่เป็นชาวอัฟกานิสถาน) เพื่อให้คอยส่งข่าวเกี่ยวกับกลุ่มหัวรุนแรง ตลอดจนที่ซ่อนตัวของพวกนี้ตามแนวชายแดนส่วนที่อยู่ในเขตพื้นที่ชาวชนเผ่าของปากีสถาน อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ การปฏิบัติการแบบเดียวกัน (การโจมตีด้วยเครื่องบินไร้นักบิน) ก็น่าจะใช้ไปเล่นงานพวกเป้าหมายทั้งที่อยู่ในเขตโอรัคไซ (Orakzai Agency) , เขตไคเบอร์ (Khyber Agency) , บาจาอูร์ (Bajaur) , และโมห์มันด์ (Mohmand) เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าว 
 
 จากรายงานหลายกระแสที่เอเชียไทมส์ออนไลน์ยังไม่สามารถได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ระบุว่าสหรัฐฯได้แจกจ่ายเงินทองเป็นจำนวนประมาณ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ชาวเผ่าชินวารี (Shinwari เป็นชนเผ่าที่มีอิทธิพลมากชนเผ่าหนึ่งของชนชาติปาชตุน Pashtun -ผู้แปล) ใน 6 อำเภอของจังหวัดนันการ์ฮาร์ (Nangarhar) ของอัฟกานิสถาน สิ่งที่พวกเขาจะต้องทำก็คือการให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับ กองกำลังอาวุธโตราโบรา (Tora Bora Brigade) ของกลุ่มตอลิบาน ซึ่งตั้งค่ายหลายๆ แห่งกระจายตัวจากอำเภอค็อกยานี (Khogyani) ของนันการ์ฮา ไปตามเทือกเขาโตราโบรา และข้ามชายแดนเข้าไปในหุบเขาเต-รา (Tera Valley) ในเขตไคเบอร์, ปาราชินาร์ (Parachinar) ในเขตคุร์รัม (Kurram Agency) และเขตโอรัคไซ ชาวเผ่าชินวารีนั้นตั้งถิ่นฐานอยู่ในทั้งสองฟากของเส้นดูรันด์ (Durand line) ที่เป็นเส้นแบ่งพรมแดนอัฟกานิสถานกับปากีสถาน และทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำการค้าที่มีเครือข่ายกว้างขวางมาก 
 
 วิธีการทำนองเดียวกันนี้ ยังกำลังนำมาใช้กับชาวชนเผ่าอัฟกานิสถานอื่นๆ ตามพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งเน้นที่การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายที่เป็นพวกหัวรุนแรงต่อต้านฝ่ายตะวันตก 
 
 ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรมประมวลข่าวกรองกลาง (Inter-Services Intelligence หรือ ISI) ของปากีสถาน และสำนักงานข่าวกรองกลาง (Central Intelligence Agency หรือ CIA) ของสหรัฐฯ ได้พยายามที่จะจัดตั้งเครือข่ายผู้ให้ข่าว ขึ้นมาตามพื้นที่ชาวชนเผ่าของปากีสถาน ทว่าพวกผู้ให้ข่าวเหล่านี้กลับถูกเปิดโปงอย่างเป็นระบบแล้วก็ถูกสังหารทิ้งโดยกลุ่มหัวรุนแรง ด้วยเหตุนี้เองในเวลานี้จึงกำลังมีการเปลี่ยนมาใช้ชาวอัฟกานิสถานที่มีเครือข่ายติดต่อสัมพันธ์ในทั้งสองฟากของชายแดน 
 
 การโจมตีด้วยเครื่องบินไร้นักบิน และการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองดังที่กล่าวมาเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการใน แทร็กที่ 2 (track two) ของสหรัฐฯ โดยที่จุดสำคัญของแทร็กที่ 2 ก็คือการเพิ่มการปรากฏตัวทางทหารของสหรัฐฯภายในดินแดนปากีสถาน 
 
 เมื่อวันพุธ(3) ทหารอเมริกัน 3 คนถูกสังหาร และอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์คนร้ายโจมตีด้วยระเบิด ในพื้นที่ของเขตโลเวอร์ ดีร์ (Lower Dir) ซึ่งอยู่ประชิดเขตบาจาอูร์ การโจมตีคราวนี้ซึ่งมีทหารปากีสถานคนหนึ่งและนักเรียนหญิงอีก 3 คนถูกสังหารด้วย แล้วยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน นับเป็นการปฏิบัติการของพวกตอลิบานที่มุ่งเล่นงานทหารสหรัฐฯจนถึงระดับมีการบาดเจ็บล้มตายครั้งแรกที่เกิดขึ้นในดินแดนปากีสถาน ทั้งนี้คนร้ายจุดระเบิดขึ้นขณะที่ขบวนทหารคุ้มครองรักษาความปลอดภัย เดินทางไปถึงโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กำลังเฉลิมฉลองการเปิดเรียนเปิดสอนขึ้นได้ใหม่ ภายหลังถูกทำลายเสียหายจากการถูกพวกหัวรุนแรงโจมตีก่อนหน้านี้ 
 
 เวลานี้กองทัพปากีสถานกำลังทำการสู้รบอย่างหนักกับพวกหัวรุนแรงในบาจาอูร์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในเส้นทางลำเลียงของพวกตอลิบานชาวอัฟกานิสถานกลุ่มที่ตั้งฐานอยู่ในจังหวัดคูนาร์ (Kunar) และจังหวัดนูริสถาน (Nuristan) เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พวกตอลิบานสามารถแผ่อำนาจในนูริสถานอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าเข้าควบคุมเอาไว้ได้ในทางเป็นจริง จนบังคับให้กองทหารอเมริกันต้องทิ้งค่ายหลัก 3 แห่งของพวกตนในจังหวัดนี้ 
 
 ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงอิสลามาบัดแถลงว่า ทหารอเมริกัน 3 คนที่ถูกสังหารคราวนี้ ได้รับมอบหมายภารกิจให้เป็นครูฝึกประจำเหล่าทหารพรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน (Pakistani Frontier Corps หรือ FC) หลักสูตรการฝึกอบรมในเรื่องการต่อสู้เอาชนะความไม่สงบของ FC นั้น ตามที่กำหนดกันเอาไว้จะจัดขึ้นในเมืองเปชวาร์ (Peshwar) เมืองเอกของแคว้นพรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือ (North-West Frontier Province) และในเมืองบูเนอร์ (Buner) ซึ่งอยู่ในแคว้นเดียวกัน 
 
 การที่ทหารอเมริกันซึ่งเสียชีวิตจากการระเบิดคราวนี้ อยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลมากพอดูจากศูนย์ฝึกอบรมที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้ไปประจำปฏิบัติภารกิจ จึงทำให้อนุมานได้ว่า พวกเขาอาจจะกำลังคอยกำกับดูแลการปฏิบัติการของ FC ในเขตโลเวอร์ ดีร์ หรือไม่ก็ในเขตบาจาอูร์ ซึ่งกำลังเกิดการสู้รบปราบปรามพวกตอลิบานและอัลกออิดะห์อย่างดุเดือด โดยที่เกิดการบาดเจ็บล้มตายอย่างหนักกันทั้งสองฝ่ายในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมา 
 
 สหรัฐฯกำลังปฏิบัติการในแทร็กที่ 2 โดยประสานไปกับการริเริ่มหาทางเปิดการเจรจากับหลายๆ ส่วนภายในกลุ่มตอลิบานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กระบวนการเช่นนี้ยังจะต้องเดินหน้าไปอีกยาวไกลทีเดียว และการที่สหประชาชาติกำลังดำเนินการถอดชื่ออดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตอลิบานจำนวน 5 คน ออกมาจากบัญชีดำผู้ที่ถูกลงโทษคว่ำบาตรของตน โดยที่มีการประโคมข่าวว่าเป็นความคืบหน้าระดับผ่าทางตันนั้น แท้ที่จริงแล้วไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้นเลย เนื่องจากบุคคลทั้ง 5 คือพวกที่ประกาศแปรพักตร์ในทันที ภายหลังระบอบปกครองของตอลิบานล่มสลายลงในปี 2001 
 
 ยูเอ็นแถลงว่าบุคคลทั้ง 5 จะไม่ตกเป็นเป้าหมายถูกห้ามไม่ให้เดินทางไปมาระหว่างประเทศ รวมทั้งทรัพย์สินของพวกเขาก็จะไม่ถูกอายัดอีกต่อไป ทั้ง 5 คนนี้ต่างก็เคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงอยู่ในคณะรัฐบาลตอลิบาน และถูกขึ้นบัญชีดำเมื่อปี 2001 โดยประกอบด้วย อับดุล วากิล มุตอวากิล (Abdul Wakil Mutawakil) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ, ฟาอิซ โมฮัมหมัด ไฟซาน (Faiz Mohammad Faizan) อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์, ชามส์-อุส-ซอฟา (Shams-us-Safa) อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ, โมฮัมหมัด มูซา (Mohammad Musa) อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงวางแผน, อับดุล ฮาคิม (Abdul Hakim) อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกิจการพรมแดน 
 
 ในบรรดาคนเหล่านี้ทั้งหมด ผู้ที่น่าสนใจที่สุดได้แก่ อับดุล ฮาคิม ซึ่งภายหลังหลบหนีออกจากอัฟกานิสถานแล้ว ได้จัดการแถลงข่าวขึ้นในปากีสถาน ร่วมกับอดีตผู้ว่าการจังหวัดของตอลิบานหลายต่อหลายคน โดยที่พวกเขาประกาศการจัดตั้งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า จามิอัต คูดดามุล โกราน (Jamiat Khuddamul Koran) ขึ้นมา กลุ่มดังกล่าวนี้ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากกรมประมวลข่าวกรองกลาง(ไอเอสไอ)ของปากีสถาน ได้ประณาม มุลลาห์ โอมาร์ ผู้นำตอลิบาน ที่ให้ที่พักพิงหลบภัยในอัฟกานิสถานแก่อุซามะห์ บิน ลาดิน และพวกอัลกออิดะห์ 
 
 แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน จามิอัต คูดดามุล โกราน ก็อันตรธานหายวับไป และ อับดุล ฮาคิม ไปปรากฏตัวในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน โดยได้กลายเป็นบุคคลผู้ไว้เนื้อเชื่อใจของประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซ สำหรับสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ได้หันไปเข้าร่วมกับพวกตอลิบาน ในการดำเนินการต่อสู้กับกองทหารต่างชาติในอัฟกานิสถาน 
 
 ไซเอด ซาลีม ชาห์ซาด เป็น หัวหน้าสำนักงานปากีสถานของเอเชียไทมส์ออนไลน์ สามารถติดต่อกับเขาได้ที่ saleem_shahzad2002@yahoo.com  
 

สรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ 30ม.ค.-5ก.พ.2553

February 6, 2010

                 

พบกับสรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ ระหว่างวันเสาร์ที่ 30 มกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2553 
 กระแสข่าวต่างประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา พุ่งเป้าไปที่วิกฤตที่เกิดกับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เริ่มจาก ฮอนด้า ที่ต้องเรียกคืนรถยนต์รุ่นฟิต/แจ๊ซและซิตี้ ราว 646,000 คันที่จำหน่ายทั่วโลกรวมทั้งไทย จากความขัดข้องของสวิทช์หน้าต่างไฟฟ้า ปัญหาที่ก่อความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ของบริษัทอย่างมาก 
 
 
 ทว่าที่หนักกว่านั้นกลับเป็นคู่แข่งสำคัญอย่างโตโยต้า ที่ต้องเรียกคืนรถยนต์รุ่นต่างๆ 8 รุ่นคืนจากทั่วโลกไปแล้วเกือบ 8 ล้านคัน จากปัญหาคันเร่งค้าง ซึ่งมากกว่ายอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2009 ที่ขายได้เพียง 7.8 ล้านคันเสียอีก 
 
 แม้ว่า โตโยต้า ย้ำความมั่นใจกับลูกค้าว่าไม่ได้นำเรื่องความปลอดภัยที่เป็นคุณสมบัติที่สั่งสมสร้างชื่อเสียงให้บริษัทมานาน ไปแลกกับการเร่งรีบขยายการผลิต แต่โตโยต้ายังคงถูกวิจารณ์ว่าบริษัทล้มเหลวในแง่ของการสื่อสารให้ข้อมูลกับลูกค้า และบริษัทยังใช้เวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจัดทำแผนการซ่อมอุปกรณ์ที่มีปัญหา หลังจากที่ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์ครั้งแรก 
 
 แถม โตโยต้า มอเตอร์ ยังต้องอยู่ในอาการ ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก โดยขณะที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับคันเร่งรถยนต์ที่เรียกคืนมาซ่อม กลับมีรายงานว่าผู้ร้องเรียนนับสิบรายทั้งในตลาดอเมริกาเหนือและในญี่ปุ่นว่า รถยนต์ไฮบริดยอดนิยมรุ่น พรีอุส ก็มีปัญหาเบรคไม่ทำงาน จนต้องเรียกคืนรถยนต์รุ่นนี้ 2.7 แสนคัน ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลสหรัฐฯ 
 
 ทั้งนี้ โตโยต้า มอเตอร์ แถลงยอมรับว่าระบบเบรกของ พรีอุส รถไฮบริดยอดนิยมของตนมีความบกพร่องในด้านการออกแบบ นับเป็นพายุใหญ่ลูกใหม่ที่พัดกระหน่ำใส่บริษัท หลังจากที่เพิ่งแถลงประมาณการว่า จะต้องสูญเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ในปีการเงินนี้ จากค่าใช้จ่ายในการเรียกคืนรถมาแก้ไขปัญหาคันเร่งค้าง ตลอดจนยอดขายที่ตกลงไปเพราะปัญหาดังกล่าว 
 
 ด้านความเคลื่อนไหวในเฮติ เกิดกรณีน่าผิดหวังขึ้น เมื่อ กองทัพสหรัฐฯ เผย ได้หยุดขนส่งเหยื่อแผ่นดินไหวไปทำการรักษาตัวที่สหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นในบางมลรัฐกังวลว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วก็กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หลังรัฐบาลสหรัฐฯได้เพิ่มความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร องค์กรเอกชน และรัฐต่างๆ เพื่อขยายการเข้าถึงสถานพยาบาล ที่จะดูแลรักษาชาวเฮติที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 
 
 นอกจากปัญหาการขนส่งผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว เฮติยังต้องผจญกับวิกฤตความช่วยเหลือที่เป็นไปอย่างล่าช้า จนก่อความกังวลว่าอาจเกิดความไม่สงบขึ้น จึงทำให้ประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวกันประท้วงตามจุดต่างๆในเมืองหลวง ขณะที่บางรายเรียกร้องขอความรับผิดชอบจากรัฐบาล 
 
 อีกด้านหนึ่งนายกรัฐมนตรีฌอง มักซ์ แบลเลอริฟ แถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวมีมากกว่า 200,000 รายแล้ว ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บมีราว 300,000 คน และมีผู้ประสบภัยที่ต้องถูกตัดแขนหรือขาอีกอย่างน้อย 4,000 ราย ขณะที่มีความกังวลต่อขบวนการค้าเด็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังตำรวจเฮติควบคุมตัวพลเมืองชาวสหรัฐฯ ไว้ได้ 10 คน ฐานต้องสงสัยเป็นแก๊งค้ามนุษย์ ขณะพยายามพาเด็กชาวเฮติ 31 คนแอบหนีออกจากประเทศ โดยไม่มีเอกสารรับรอง 
 
 ย้อนกลับไปที่ข่าวเศรษฐกิจอีกรอบ โดย ผู้นำธุรกิจธนาคารทั่วโลกออกเดินทางจากเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสภาพบอบช้ำจากการถูกรุมโจมตีหนักหน่วงจากฝ่ายต่างๆ ในระหว่างการประชุมประจำปีของ เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ว่าพวกเขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินทั่วโลกระลอกล่าสุด และจะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น 
 
 ในเวที WEF ที่ดาวอสปีนี้ ทั้งพวกผู้นำประเทศ, ผู้ว่าการธนาคารกลาง, และแม้แต่นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีพันล้าน ต่างโจมตีเรื่องความย่อหย่อนในการควบคุมธุรกิจธนาคาร และการที่ผู้บริหารธนาคารยังคงได้รับผลตอบแทนสูงลิบลิ่ว ทำให้ในที่สุดพวกผู้นำในตลาดการเงินการธนาคาร ก็ต้องเอ่ยปากยอมรับว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปกฎเกณฑ์บางอย่างบางประการ 
 
 ขณะที่ ดูไบ ที่ทำท่าจะแย่จากวิกฤตหนี้สิน ล่าสุดเปิดเผยว่าค้นพบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่อีกแห่งนอกชายฝั่งทะเล นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับรัฐแห่งนี้ ซึ่งทรัพยากรน้ำมันกำลังร่อยหรอ และยอดหนี้สูงราวกับเท่าภูเขา อย่างไรก็ตามไม่ได้เปิดเผยขนาดของแหล่งน้ำมันแห่งล่าสุดนี้ 
 
 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นับว่าเหตุความรุนแรงทั่วโลกนั้นลดลง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์อันน่าสลดใจเกิดขึ้นที่เม็กซิโก โดยเกิดเหตุกลุ่มมือปืนบุกบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งกำลังจัดงานปาร์ตี้ของเด็กนักเรียนมัธยม พร้อมกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีก 17 คน 
 
 จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เหตุกราดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นในเมืองซิวดัด ฮัวเรซ เมืองที่อยู่ติดกับชายแดนรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ เป็นเมืองที่เกิดเหตุนองเลือดมากที่สุดในเม็กซิโก โดยในปีที่ผ่านมามีคนเสียชีวิตไปมากกว่า 2,500 คนในอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติด 
 
 หลังเป็นคดีโด่งดังในมาเลเซียมานานนับปี อันวาร์ อิบรอฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านขึ้นศาลครั้งแรกในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดด้วยการร่วมเพศทางทวารหนักกับอดีตผู้ช่วยส่วนตัว ทั้งนี้เขาประกาศจะดึงตัวนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ผู้นำรัฐบาลเสือเหลืองพร้อมศรีภรรยา มาขึ้นให้การในฐานะพยานปากสำคัญ โดยเขามีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าอดีตผู้ช่วยของเขาได้เดินทางไปพบกับนาจิบ ไม่นานก่อนที่จะอดีตผู้ช่วยรายนี้จะไปแจ้งความกับตำรวจ 
 
 กระนั้นก็ดี อัยการเผยว่า มีตัวอย่างดีเอ็นเอและหลักฐานอื่นๆ ซึ่งยืนยันว่าอันวาร์ วัย 62 ปี มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับโมฮัมหมัด ไซฟุล บักฮารี อัชลัน อดีตผู้ช่วยวัย 24ปีในสำนักงานของเขา ซึ่งผิดกฏหมายมาเลเซีย แม้ว่าจะเป็นการยินยอมพร้อมใจในพวกผู้ใหญ่ หากมีความผิดจริง อันวาร์จะต้องติดคุกมากที่สุด 20 ปี 
 
 ถือว่าขายหน้าไม่น้อยสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ที่ทดสอบยิงต้านขีปนาวุธซึ่งเลียนแบบให้เหมือนกับอาวุธของอิหร่าน และเกาหลีเหนือในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเรดาร์ทำงานผิดปกติ แถมให้หลังไม่กี่วันทางเตหะราน ดันทดสอบจรวดนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จขึ้นมาอีก และยังเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจทำให้พวกชาติมหาอำนาจตะวันตกกังวล เพราะหวั่นเกรงว่าทางการเตหะรานกำลังพยายามสร้างระเบิดปรมาณูและระบบส่งขีปนาวุธ 
 
 ปิดท้ายที่ข่าวในกองทัพสหรัฐฯ เช่นกันแต่เป็นความเคลื่อนไหวแก้กฎหมาย “ห้ามพูด-ห้ามถาม” ซึ่งกำหนดให้ทหารต้องเก็บเงียบเรื่องความโน้มเอียงทางเพศของตนไม่เช่นนั้นจะถูกไล่ออกจากกองทัพ ซึ่งล่าสุดได้รับเสียงสนับสนุนจากพล.ร.อ.ไมก์ มุลเลน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมและรอเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหม ทว่าจะต้องใช้เวลาศึกษาทบทวนนานกว่า 1 ปี 
 
 พบกันอีกครั้งสัปดาห์หน้า… 

 

 



 

 

 

ฮอนด้าแจ๊ซ ถูกเรียกคืนจากปัญหาความขัดข้องของสวิทช์หน้าต่างไฟฟ้า

พรีอุส ไฮบริด เป็นรถยนต์ยอดนิยมรุ่นหนึ่งของโตโยต้า มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรก

เหยื่อแผ่นดินไหวในเฮติ บางรายโชคร้ายต้องตัดแขนตัดขา

 

 

 

การประชุมประจำปีของ เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic Forum – WEF) ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

ตึกระฟ้าในดูไบในยามผจิญวิกฤตหนี้สิน แต่เวลานี้มีข่าวดีค้นพบแหล่งน้ำมันแห่งใหม่

เจ้าหน้าที่ปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุในเมืองซิวดัด ฮัวเรซ เม็กซิโกเพื่อดำเนินการสอบสวน กรณีกราดยิงในงานปาร์ตี้

 

 

 

อันวาร์ อิบรอฮิม (คนซ้าย)โบกมือทักทายกลุ่มผู้สนับสนุนหลังจากเดินทางมาถึงที่ทำการศาล ต่อสู้คดีในข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก

เพรสทีวีของอิหร่านรายงานข่าว คาวอชการ์-3 หรือนักสำรวจ-3ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย

พล.ร.อ.ไมก์ มุลเลน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐฯ สนับสนุน’เกย์-เลสเบี้ยน’ในกองทัพเปิดเผยตนเอง

 

 

 



คาร์บอมบ์ถล่มกลุ่มนักแสวงบุญอิรักตาย41บาดเจ็บกว่า100

February 6, 2010

นักแสวงบุญยืมอยู่ล้อมรอบรถยนต์ที่คนร้ายใช้ปฏิบัติการคาร์บอมบ์

 เอเอฟพี – เกิดเหตุคาร์บอมบ์โจมตีฝูงชนนักแสวงบุญชีอะห์สองคันซ้อนในอิรัก หลังเสร็จพิธีทางศาสนา ณ วันสุดท้ายของเทศกาลสำคัญ เมื่อวันศุกร์(5) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 41 รายบาดเจ็บมากกว่า 140 คน เหตุทำลายสถานที่ศักด์สิทธ์ที่ถูกกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอัลกออิดะห์และผู้จงรักภักดีต่อซัมดัม ฮุสเซน 
 
 
 ผู้ว่าราชการจังหวัดคาร์บาลา บอกว่าคนร้ายจุดระเบิดขณะที่บรรดานักแสวงบุญกำลังแยกย้ายกลับจากเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงแบกแดดราว 110 กิโลเมตร ที่มีผู้ศรัทธากว่าล้านคนมารวมตัวกันในเทศกาล Arbaeen 
 
 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิต 41 รายและบาดเจ็บ 144 คน ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีหลักๆ 3 ครั้งต่อนักแสวงบุญที่เดินเท้ามายังจังหวัดคาร์บาลาเพื่อประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา พุ่งมากกว่า 100 ศพแล้ว 
 
 อะมัลฮีดดิน อัล ฮีร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดคาร์บาลาบอกกับเอเอฟพี “ผมคิดว่าเป็นฝีมือของอัลกออิดะห์ พวกหัวรุนแรงที่ได้รับการสนับสนุนโดยพรรคบาธ” อ้างถึงกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกกฎหมายของซัดดัม 
 
 เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีนักแสวงบุญหลายระลอก จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ตำรวจและทหารราว 30,000 รายถูกส่งไปประจำการยังพื้นที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยตามหลังเหตุนองเลือด 
 
 ก่อนหน้านี้ อัล ฮีร์ เปิดเผยว่ามีนักแสวงบุญทั้งในอิรักและต่างชาติราว 10 ล้านคนที่เดินทางมาสักการะอิหม่านฮุสเซนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเดินเท้าสู่จังหวัดคาร์บาลา ในสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา พร้อมมีการประกอบพิธีสำคัญในช่วงเที่ยงวันของวันศุกร์(5) 
 
 ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(1) เพิ่งเกิดเหตุมือระเบิดพลีชีพหญิง จุดชนวนระเบิดตนเองกลางฝูงชนนักแสวงบุญชีอะห์ใกล้กรุงแบกแดด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 41 รายและบาดเจ็บมากกว่า 100 คน 
 

โตโยต้ายันไม่ได้ปกปิดปัญหาคันเร่ง/มีสิทธิ์ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ

February 6, 2010

นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัทโตโยต้า โค้งคำนับแสดงความเสียใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า

 เอเอฟพี – โตโยต้ายืนยันเมื่อวันศุกร์(5) ไม่ได้ปกปิดปัญหาด้านความปลอดภัยของรถยนต์ในสังกัดและยืนกรานว่ารถยนต์ของบริษัทมีความปลอดภัยสำหรับขับขี่ ขณะที่ค่ายยักษ์ใหญ่แห่งนี้เริ่มต้นซ่อมแซมรถยนต์บางส่วนในหลายล้านคนที่เรียกคืนสืบเนื่องจากปัญหาคันเร่งค้าง ด้านเอสแอนด์พีเตือนอาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ 
 
 นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัท ออกมาแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตว่ารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อประเด็นต่างๆด้านคุณภาพที่ก่อความเศร้าหมองแก่ชื่อเสียงของบริษัทและจุดชนวนการฟ้องร้องคดีทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ 
 
 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ที่ต้องสูญเสียรายได้ราว 2,000 ล้านดอลลาร์ จากการเรียกคืนรถยนต์มากกว่า 8 ล้านคันทั่วโลก พอๆ กับยอดขายทั่วโลกในปีที่แล้ว คงต้องเผชิญกับ “วิกฤตต่อไปอีกระยะหนึ่ง” หลานชายผู้ก่อตั้งโตโยต้ากล่าว 
 
 ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง โตโยต้าเปิดเผยว่าพวกเขาเริ่มต้นซ่อมแซมคันเร่งในสหรัฐฯ หลังถูกฟ้องร้องในข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นรายนี้ทราบปัญหาเกี่ยวกับคันเร่งในรถยนต์บางรุ่นของบริษัทมานานหลายปี — ข้อกล่าวหาที่ทางบริษัทปฏิเสธอย่างหนักแน่น “บริษัทไม่เคยปิดบังกรณีนี้” ชินิชิ ซาซากิ รองประธานกล่าว 
 
 ปัญหาคันเร่งค้างถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นตอของอุบัติเหตุหลายครั้ง ในจำนวนนั้นรวมไปถึงเหตุการณ์ในแคลิฟอร์เรียเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งสมาชิกครอบครัวหนึ่ง 4 รายต้องจบชีวิตลง หลังรถยนต์เล็กซัสซีดาน คันเร่งค้างบนทางหลวงและประสบอุบัติเหตุ 
 
 ขณะเดียวกัน โตโยต้า ที่แซงหน้า เจเนรัลด์ มอเตอร์ส ครองตำแหน่งยอดขายยานยนต์สูงสุดในโลกในปี 2008 ต้องโซเซกับคำร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ไล่ตั้งแต่คันเร่งค้างไปจนถึงเบรกขัดข้อง 
 
 โตโยดะ กล่าวว่าเขา “รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเกี่ยวกับความไม่สะดวกสบายของลูกค้าสืบเนื่องจากการเรียกคืนรถในหลายภูมิภาค” แต่เขาบอกว่า “โปรดจงเชื่อผม รถยนต์ของโตโยต้ามีความปลอดภัย” 
 
 หนังสือพิมพ์นิเกอิรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี(4) รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ตัดสินใจเรียกคืนรถไฮบริดยอดนิยมรุ่น พรีอุส 270,000 คันในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อซ่อมแซมปัญหาเบรกไม่ทำงาน 
 
 อย่างไรก็ตาม โตโยดะ ยอมรับว่าบริษัทยังคงอยู่ระหว่างศึกษถึงวิธีการจัดการกับปัญหาเบรคนี้ “สำหรับรถยนต์พรีอุสที่อยู่ในมือลูกค้าแล้ว ผมสั่งการให้หาทางออกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเมื่อบริษัทได้ตัดสินใจแล้ว จะมีการแจ้งต่อสาธารณชนต่อไป” 
 
 ก่อนหน้านี้ โตโยดะ ระบุว่าตัวแทนจำหน่ายของบริษัททั่วสหรัฐฯ ได้รับชิ้นส่วน ข้อมูลข่าวสารและการฝึกฝนตามความจำเป็นเพื่อซ่อมแซมคันเร่ง และปฏิบัติการซ่อมแซมได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะที่ในยุโรปอะไหล่กำลังเดินทางไป และการซ่อมแซมอย่างจริงจังคาดหมายว่าจะเริ่มต้นได้ ณ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายต่างๆในสัปดาห์หน้า 
 
 ด้านกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เรียกร้องโตโยต้า จัดการปัญหาต่างๆให้รวดเร็วที่สุดและเตือนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับภาพลักษณ์ของบริษัทญี่ปุ่น “นี่คือปัญหาโดยรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับปัญหาความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น” 
 
 ขณะที่สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์(เอสแอนด์พี) เมื่อวันศุกร์(5) เตือนถึงความเป็นไปได้ในการลดอันดับความน่าเชื่อถือของโตโยต้า ระบุการเรียกคืนครั้งมโหฬารนี้ได้นำพาภาพลักษณ์ยี่ห้อและยอดขายของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง 
 
 สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ ได้ให้เครดิตพินิจแก่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดอันดับความน่าเชื่อระยะยาวของบริษัทผู้ผลิตรถรายใหญ่สุดของโลกรายนี้ หลังจากที่เกิดเหตุเรียกคืนรถครั้งใหญ่ทั่วโลกเกือบ 8 ล้านคัน โดยเครดิตพินิจเป็นตัวบ่งชี้ถึงการมีความเป็นไปได้ที่อันดับเครดิตจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นสืบเนื่องจากเหตุการณ์บางอย่าง 
 

หวั่น’แม้ว’สูญความเป็นไทย เขมรปัดข่าวมอบสัญชาติให้

February 6, 2010

 เอเจนซี – รัฐบาลพนมเปญเมื่อวันศุกร์(5) ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า “ทักษิณ ได้รับสัญชาติเขมรแล้ว คำกล่าวอ้างที่นำไปสู่คำขู่จากกรุงเทพฯ ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้อาจต้องสูญเสียความเป็นคนไทย 
 
 
 นายเขียว กัญฤทธิ์ (Khieu Kanharith) โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งปรากฏบนเว็บไซต์ข่าวที่ต่อต้านรัฐบาล “Khmer Intelligence News,” ในช่วงสัปดาห์นี้ “ไม่เป็นความจริง” 
 
 ”กัมพูชาไม่เคยมอบสถานะพลเมืองกัมพูชาแก่ทักษิณ” นายเขียว กันหะริด บอกกับสำนักข่าวเอพี “กระนั้นก็ดี แม้ว่ากัมพูชาจะมอบสถานะพลเมืองแก่เขา ผมคิดว่า ทักษิณ คงจะไม่รับมัน” ขณะที่ตัวแทนของอดีตนายกรัฐมนตรียังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ 
 
 เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว กัมพูชา แต่งตั้ง ทักษิณ ผู้หลบหนีกระบวนการยุติธรรมของไทย ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ โดยการแต่งตั้งดังกล่าวและการเยือนพนมเปญบ่อยครั้งของทักษิณ ได้ก่อความไม่พอใจต่อรัฐบาลกรุงเทพฯ์และเป็นสาเหตุให้ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกทูตกลับประเทศ 
 
 ทักษิณ ต้องเร่ร่อนอยู่ในต่างแดนนับตั้งแต่ถูกรัฐประหารโค่นล้มอำนาจในปี 2006 และในปี 2008 เขาถูกตัดสินจำคุก 2 ปีในความผิดละเมิดกฎหมายผลประโยชน์ขัดแย้ง ทั้งนี้พาสปอร์ตของอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ถูกยึด จึงเป็นผลให้เขาต้องเดินทางด้วยพาสปอร์ตของประเทศอื่น 
 
 ”ผมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ แต่ตามกฎหมายไทย เราให้อนุญาตพลเรือนถือสัญชาติเดียวเท่านั้น” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์(5) “หากเขาต้องการใช้สัญชาติกัมพูชา เขาต้องยกเลิกสัญชาติไทยก่อน” 
 
 ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทย ตกอยู่ในความตึงเครียด จากกรณีแย่งชิงกันอ้างสิทธิ์เขตแดนบางส่วนตามแนวพรมแดนใกล้กับประสาทพระวิหาร โดยนายฮุส เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีกำหนดเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวในวันนี้(6) ขณะที่ทหารจากสองประเทศมีเหตุปะทะกันประปรายอย่างน้อย 2 ครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา 
 
 อีกด้านหนึ่งเมื่อวันศุกร์(5) รัฐบาลกัมพูชา ได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังกูเกิล แสดงความขุ่นเคืองต่อความผิดพลาดของแผนที่ของกูเกิลเอิร์ธ ที่วางเส้นเขตพรมแดนใกล้กับชายแดนที่เป็นข้อพิพาทโน้มเอียงสนับสนุนคำกล่าวอ้างของไทย 
 

น้ำมันทรุดอีกสองวันรวมเกือบ$6-หุ้นมะกันขยับเล็กน้อย

February 6, 2010

ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯส่งผลต่อราคาน้ำมันและวอลล์สตรีท

 เอเอฟพี – ราคาน้ำมันดิ่งลงแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน หลังเมื่อวันศุกร์(5) ทรุดอีกเกือบ 2 ดอลลาร์ จากความกังวลรอบใหม่ต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอันมีสาเหตุมาจากปัญหาหนี้สินในยูโรเซนและข้อมูลภาคแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ก็ฉุดให้วอลล์สตรีทปิดลบเล็กน้อยเช่นกัน 
 
 สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 1.95 ดอลลาร์ ปิดที่ 71.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลงราว 4 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี(4) ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 2.54 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 
 
 ความวิตกที่มีอย่างต่อเนื่องจากเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสมาชิกบางประเทศในยูโรโซนและตัวเลขอันน่าผิดหวังของตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯที่เปิดเผยออกมาในวันศุกร์(5) จุดชนวนให้นักลงทุนหันไปถือดอลลาร์ และด้วยเหตุนี้เองยังส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าสุดเมื่อเทียบกับยูโร นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมปีก่อนเลยทีเดียว 
 
 ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันศุกร์(5) แกว่งตัวขยับขึ้นมาปิดในแดนบวกได้สำเร็จในช่วงท้ายท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผัวผวน หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่เปิดเผยออกมา ก่อภาพอันยุ่งเหยิงต่อภาคแรงงาน 
 
 ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 13.83 จุด (0.14 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,016.01 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 15.69 จุด (0.74 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,141.12 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 3.25 จุด (0.31 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,066.36 จุด 
 
 ความเคลื่อนไหวอันผันผวนของตลาด มีขึ้นตามหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่าในเดือนมกราคม เศรษฐกิจของอเมริกามีการปลดคนงาน 20,000 ตำแหน่ง ทว่าอัตราคนว่างงานกลับลดลงจาก 10.0 เปอร์เซ็นต์ในเดือนธันวาคม เหลือ 9.7 เปอร์เซ็นต์ ก่อภาพที่ผสมผสานเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 
 

สอนเด็กเรื่องเซ็กซ์แต่เล็กน้อย หลักสูตรผู้ดีกันชิงสุกก่อนห่าม

February 6, 2010

อังกฤษเตรียมบรรจุหลักสูตรเพศศึกษาใหม่ หวังช่วยลดแนวโน้มเด็กชิงสุกก่อนห่าม

 เอเจนซีส์ ทางการผู้ดีเสนอโรงเรียนทั่วประเทศให้คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กรู้สึกกดดันให้ชิงสุกก่อนห่าม ระบุควรให้ความรู้เรื่องเพศและความรุนแรงภายในบ้านตั้งแต่เด็ก 7 ขวบ ขณะที่เด็กอายุ 11 ขวบควรได้รับรู้ถึงความสำคัญของการแต่งงาน และวัยรุ่นได้รับบทเรียนเกี่ยวกับการเป็นพ่อ-แม่ 
 
  หลักสูตรเพศศึกษาฉบับปรับปรุงใหม่นี้มุ่งส่งเสริม การชะลอการแสวงหาประสบการณ์ทางเพศ และยังมีการเน้นย้ำเรื่องการแต่งงานและความสัมพันธ์อันมั่นคงว่าเป็นพื้นฐานของชีวิตครอบครัว 
 
  เด็กควรได้เรียนรู้เรื่องเพศ เช่น การแตกเนื้อหนุ่ม-สาว และพื้นฐานการเจริญพันธุ์ ตลอดจนถึงความรุนแรงในบ้านตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ขณะที่เด็กอายุ 11-14 ปีควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและความสัมพันธ์ของการแต่งงานและความสัมพันธมั่นคงสำหรับชีวิตครอบครัว และการเลี้ยงดูลูก 
 
  นอกจากนี้ ครูยังต้องส่งเสริมให้นักเรียนซักถาม เรื่องที่เล่าต่อๆ กันมา เกี่ยวกับเรื่องเพศที่ได้ยินได้ฟังมาจากเพื่อน  
 
  แนวทางล่าสุดเหล่านี้ซึ่งร่างโดยกลุ่มครู มูลนิธิสุขภาพ กลุ่มศาสนาและเยาวชน และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของทางการอังกฤษ จะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของวิชาพฤติกรรม สังคม สุขศึกษาและเศรษฐกิจ (พีเอสเอชอี) และรวมไว้ในหลักสูตรภาคบังคับทั่วประเทศในปีการศึกษา 2011 
 
  นักเรียนประถมและมัธยมจะต้องเรียนวิชานี้ ซึ่งหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับเพศศึกษาจะถูกประยุกต์เพื่อให้เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่มอายุ เช่น เด็กเล็กอายุเพียง 5 ขวบควรถูกกระตุ้นให้คิดถึงคำถามประมาณว่า ทารกมาจากไหน? และ ร่างกายเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายแตกต่างกันอย่างไร? เป็นต้น 
 
  การเรียนรู้เพื่อแนะนำเกี่ยวกับเรื่องเพศและความสัมพันธ์ฉบับปรับปรุงใหม่จะมีการเตือนนักเรียนเกี่ยวกับความกดดันของวัฒนธรรมสื่อ ที่เผยแพร่ภาพล่อแหลมอย่างแพร่หลายทั้งในโฆษณา อินเทอร์เน็ต วิดีโอเกม โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพลง ทีวี และนิตยสาร 
 
  สื่อเหล่านี้นำเสนอมุมมองที่บิดเบือนและไม่ถูกต้องในเรื่องเพศและความสัมพันธ์ และนำเสนอภาพเกี่ยวกับเพศและเพศสัมพันธ์โจ่งแจ้งเกินไป 
 
  ข้อเสนอใหม่ยังเตือนความเสี่ยงจากการที่เด็กส่ง ภาพที่เปิดเผยเกินไป ของตัวเองไปให้แฟน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีรังแกเด็ก รวมถึงมีการเน้นย้ำความสำคัญของการแต่งงาน และ ความท้าทายและความรับผิดชอบของการเป็นพ่อแม่ 
 
  หลักสูตรใหม่ยังระบุถึงการให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้เยาวชนสามารถยืนหยัดรักษาความบริสุทธิ์ของตนเองไว้ให้นานที่สุด 
 
  เด็กวันนี้เติบโตขึ้นมาในโลกที่ต่างไปจากที่พ่อแม่ของพวกเขาเคยรู้จัก เทคโนโลยีใหม่และสื่อตลอด 24 ชั่วโมงหมายความว่าเด็กมีโอกาสสัมผัสภาพและเนื้อหามากขึ้น และภาพและเนื้อหาเหล่านั้นอาจทำให้เด็กรู้สึกกดดันให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย ตลอดจนถึงเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการเติบโตผิดๆ 
 
  เรายังต้องการให้เด็กเข้าใจความสำคัญของการแต่งงานและความสัมพันธ์ที่มั่นคงอื่นๆ ซึ่งถือเป็นรากฐานของชีวิตครอบครัว วิธีที่ดีที่สุดในการเลี้ยงดูลูกและความสัมพันธ์แบบต่างๆ ที่เราต้องการให้เด็กนำไปประยุกต์ใช้เมื่อโตขึ้น เอ็ด บอลส์ รัฐมนตรีศึกษาอังกฤษแถลง 
 

เกาหลีเหนือปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนมะกันแล้ว

February 6, 2010

ปาร์ก ขณะให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวกลางเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือ เมื่อวานนี้(5)

 เอเอฟพี/เอเจนซี – โรเบิร์ต ปาร์ก มิชชันนารีชาวอเมริกันเดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ววันนี้ (6) หลังจากถูกทางการเกาหลีเหนือควบคุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมาในข้อหาลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย สำนักขาวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงาน 
 
 ปาร์กวัย 28 ปี เดินข้ามแม่น้ำตูเหมินจากฝั่งจีนเข้ามายังฝั่งเกาหลีเหนือ เมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา เพื่อนซึ่งช่วยเขาเคลื่อนไหวเผย ขณะที่ก่อนเดินทางข้ามพรมแดนเข้าไป ปาร์ก บอกกับรอยเตอร์ในกรุงโซลของเกาหลีใต้ ว่า เขาจะทำหน้าที่ของชาวคริสต์ โดยจะนำจดหมายไปขอให้คิมจองอิล ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือปล่อยตัวผู้ที่ถูกทารุณในค่ายทหารของเกาหลีเหนือ รวมถึงเรียกร้องให้คิมจองอิล ก้าวลงจากอำนาจด้วย 
 
 อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ ทางการเกาหลีเหนือประกาศจะปล่อยตัวเขา โดยระบุว่า นักเคลื่อนไหวรายนี้สำนึกผิดและยอมแสดงความเสียใจอย่างจริงใจที่เข้าใจเกาหลีเหนือผิดๆ ล่าสุดสำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า เขาได้รับอิสรภาพและเดินทางมายังกุรงปักกิ่งของจีนแล้วในวันนี้ (6) และน่าจะไปพบปะกับผู้สื่อข่าวก่อนจะถูกพาตัวไปสถานทูตสหรัฐฯ 
 
 อย่างไรก็ตามสถานทูตสหรัฐฯในกรุงปักกิ่ง ยังไม่ยืนยันการเดินทางมาของปาร์ก โดยระบุว่าเขาเป็นพลเมืองสหรัฐฯคนหนึ่งที่การกระทำใดๆ ขอเงขาเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับรัฐบาล 
 
 ทั้งนี้ สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางรายงานโดยอ้างคำพูดของปาร์กเมื่อวานนนี้ ว่า เขาเข้าใจผิดว่าเกาหลีเหนือละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยการกดขี่ประชาชน ซึ่งไม่เป็นความจริง เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของชาติวตะวันตก นอกจากนั้น เกาหลีเหนือยังให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ด้วย 
 
 ด้านนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การตัดสินใจปล่อยตัวปาร์กแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือกำลังแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อรัฐบาลวอชิงตันว่า เปียงยางกระตือรือร้นที่จะเปิดการเจรจากับสหรัฐฯ หลังจากถุกนานาชาติคว่ำบาตรจากมติของสหประชาชาติ และการเจรจา 6 ฝ่ายเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ก็หยุดชะงักด้วย 
 

ตั้งข้อหา 4 ส.ส.อังกฤษ เบิก “เงินหลวง” ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

February 6, 2010

สตาร์เมอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานอัยการสาธารณะ ประกาศตั้งข้อหากับสมาชิกรัฐสภา 4 ราย

 เอเอฟพี – อัยการอังกฤษตั้งข้อหาอาญากับส.ส.อังกฤษ 4 คนในคดีเบิกเงินจากรัฐสภาอย่างสุรุ่ยสุร่ายแล้ววันนี้ ซึ่งกลายเป็นข่าวอื้อฉาวที่กำลังสั่นสะเทือนการเมืองแดนผู้ดีมานับตั้งแต่มีการแฉพฤติกรรมของนักการเมืองพวกนี้ หากมีความผิดจริงพวกเขาจะต้องติดคุกกันถึง 7 ปี  
 
 เคอีร์ สตาร์เมอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานอัยการสาธารณะเผยว่า จะตั้งข้อหาปลอมแปลงบัญชีเบิกค่าใช้จ่ายต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร 3 ราย และสมาชิกวุฒิสภา 1 ราย หลังจากพบว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อพวกเขาได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอังกฤษ 
 
 ส.ส. 3 รายเป็นส.ส.จากพรรคเลเบอร์ของนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ การตั้งข้อหานี้ยิ่งจะซ้ำเติมให้การต่อสู้ทางการเมืองของผู้นำอังกฤษกับพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่เป็นผ่ายค้านยากลำบากยิ่งขึ้น ในขณะที่ใกล้จะถึงการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ และแม้ว่าส.ส.ฉาวทั้ง 3 รายจะยืนกรานว่าบริสุทธิ์ แต่พวกเขาก็ถูกห้ามไม่ให้เป็นตัวแทนพรรคเลเบอร์ลงชิงชัยในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้นายกรัฐมนตรีบราวน์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ 
 
 ”เราทำอะไรบางอย่างในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อเพิกถอนสิทธิของพวกเขาในการเป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้ง มันเป็นข้อกล่าวหาทางอาญาที่ร้ายแรงมาก” บราวน์กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าว และชี้ว่าขั้ตอนต่อไปป็นการทำงานของศาลแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า รัฐบาลของเขาได้ล้างบางระบบการเบิกง่ายเงินรัฐที่มีการฉ้อฉลแล้วด้วย 
 
 ลอร์ด แฮนนิงฟิลด์ สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่ถูกตั้งข้อกล่าวหานี้อีกคนยืนกรานว่า ตัวเองไม่ได้กระทำความผิดใดๆ เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขาลาออกทันทีจากตำแหน่งโฆษกด้านการพาณิชย์ของพรรค และสมาชิกภาพของเขาในพรรคก็ถูกระงับเป็นการชั่วคราวด้วย ตามการเปิดเผยของโฆษกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ 
 
 ข่าวอื้อฉาวของนักการเมืองอังกฤษแดงออกมาในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานเบิกง่ายเงินรัฐสภารั่วออกมาและมีการตีพิมพ์แฉให้เห็นว่าบรรดาสมาชิกรัฐสภาอังทรงเกียตริแห่งอังกฤษ เบิกจ่ายซื้อข้าวของทุกอย่าง ตั้งแต่ทีวีจอแบนไปจนถึงเก้าอี้นวดไฟฟ้า ทั้งนี้ ศาลจะเริ่มพิจารณาคดีผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในวันที่ 11 มีนาคมนี้ หากพบกว่ามีผความผิดจริง พวกเขาจะติดคุกมากถึง 7 ปี 
 

เขมรโวยกูเกิล ทำแผนที่ระบุ “เขาพระวิหาร” อยู่ในเขตไทย

February 6, 2010

ปราสาทเขาพระวิหารเป็นแกนกลางปัญหาบาดหมางระหว่างไทยและกัมพูชามาโดยตลอด

 เอเอฟพี – กัมพูชากล่าวหาว่ากูเกิล อิงค์ “ไม่มีความรับผิดชอบแบบมืออาชีพ” ในจดหมายร้องเรียนซึ่งเอเอฟพีได้รับมาด้วยวันนี้(6) หลังจากแผนที่กูเกิลเอิร์ธระบุว่า เขาพระวิหารอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติบาดหมางกันนานมนานแล้วเพราะปราสาทสมัยศตวรรษที่ 11 แห่งนี้  
 
 จดหมายของนายสวาย สิธา เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่า แผ่นที่ของกูเกิลระบุว่า ตัวปราสาทเขาพระวิหารเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในดินแดนของรัฐไทย ซึ่งเป็นแผนที่ที่ไม่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ดังนั้น รัฐบาลกัมพูชาขอเรียกร้องให้กูเกิลนำแผนที่ดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ เพราะเป็นแผนที่ที่ไม่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติดังกล่าว และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงด้วย 
 
 การร้องเรียนของรัฐบาลกัมพูชามีขึ้นหลัง ขณะที่นายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซน กำลังจะเดินทางไปเยือนปราสาทเขาพระวิหารเป็นครั้งแรกในวันนี้ 
 
 กัมพูชาและไทยขัดแย้งกันมาตลอดเรื่องเขาพระวิหาร ที่อยู่ระหว่างรอยต่อของพรมแดนของทั้งสองประเทศ ความตึงเครียดทางชาตินิยมก่อขึ้นจนกลายเป็นความรุนแรงในเดือนกรกฎาคม 2008 ที่ผ่านมา เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศให้เขาพระวิหารมีสถานะเป็นมรดกโลกของกัมพูชา โดยมีทหาร 4 คนเสียชีวิตจากการปะทะตามพรมแดนแถบนี้ในปี 2008 และอีก3 คนจากการยิงปะทะในเดือนเมษายนปีที่แล้ว นอกจากนั้น ยังมีรายงานการเผชิญหน้ากันอยู่บ่อยครั้งระหว่างกองกำลังของทั้งสองฝ่ายออกมาเรื่อยๆ ด้วย 
 
 อย่างไรก็ตาม ไม่มีการปักปันกำหนดเขตแดนระหว่างกันตามพรมแดนแถบเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวยังมีกับระเบิดฝังใต้ดินหลงเหลืออยู่จากสมัยสงครามกัมพูชาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านทั้งสองก็ตึงเครียดมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ประกาศแต่งตั้งให้อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้านเศรษฐกิจของเขา และรัฐบาลกัมพูชา ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งที่นายทักษิณเป็นนักโทษที่กำลังหลบหนีโทษจำคุก 2 ปีในคอร์หาคอร์รัปชั่น 
 
 ทั้งนี้ ศาลโลกในปี 1962 ตัดสินว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แม้ว่าทางเข้าหลักจะอยูุ่ตรงฐานภูเขาเขาในฝั่งไทย และการแบ่งปันเขตแดนอย่างชัดเจนกันก็กลายเป็นข้อพิพาทกันมาจนถึงทุกวันนี้ 
 

แนะดื่มน้ำหวานก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ

February 6, 2010

การมีน้ำตาลในเลือดสูงทำให้คนเราอดทนรอได้นานขึ้น

 เอเอฟพี หากกำลังเจรจาขอขึ้นเงินเดือน งานศึกษาล่าสุดจากอเมริกาแนะให้ดื่มเครื่องดื่มรสหวานก่อนเผชิญหน้ากับเจ้านาย 
 
  นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ดาโกตาขอให้นักศึกษา 65 คนเลือกระหว่างการรับเงินเล็กๆ น้อยๆ ในวันพรุ่งนี้ กับการรับเงินจำนวนมากกว่าในอนาคต 
 
  อาสาสมัครครึ่งหนึ่งตอบคำถามขณะท้องว่าง ส่วนอีกครึ่งได้ดื่มน้ำอัดลมปลอดคาเฟอีนทั้งที่ผสมน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม 
 
  มีการวัดระดับน้ำตาลในเลือดก่อนเริ่มการทดลอง และหลังจากที่อาสาสมัครกลุ่มที่สองได้ดื่มน้ำอัดลม 
 
  เซียวเทียนหวัง หนึ่งในนักวิจัยรายงานไว้ในวารสารไซโคโลจิคัล ไซนส์ว่า หลังจากดื่มน้ำอัดลมรสหวานได้เพียง 10 นาที อาสาสมัครสนใจในเงินก้อนใหญ่ที่จะได้รับในอนาคตมากขึ้น 
 
  การมีน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้เรารอกินข้าวได้นานขึ้น เราศึกษาเรื่องนี้เพื่อดูว่าระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมการกินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจด้วย ซึ่งเราพบว่าการมีน้ำตาลในเลือดทำให้คนเรารอได้นานขึ้นเพื่อรางวัลก้อนใหญ่ขึ้น ในทางกลับกัน การดื่มน้ำอัดลมไดเอ็ตบ่งบอกว่าร่างกายกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน จึงพยายามไขว่คว้าสิ่งที่สามารถได้มาในทันที จึงเป็นเหตุผลที่อาสาสมัครกลุ่มนี้มีแนวโน้มหุนหันพลันแล่นและยอมรับรางวัลก้อนเล็กที่จะได้เร็วขึ้น 
 

แฉ โตโยต้ารู้ปัญหาคันเร่งค้าง ตั้งแต่ปี 2007

February 5, 2010

โตโยต้าเรียกคืนรถหลายรุ่น รวมถึงรุ่นพรีอุส ไอบริด ด้วย

  
 เอเอฟพี – โตโยต้ามอเตอร์ ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก รู้ปัญหาเกี่ยวกับคันเร่งในรถยนต์บางรุ่นของบริษัทมาตั้งแต่ ปี 2007 หนังสือพิมพ์ในเยอรมนีรายงานวันนี้(5) 
 
 ผลการทดสอบของโตโยต้าในปี 2007 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า คันเร่งอาจติด ไฟแนเชียลไทม์สดอยช์แลนด์ (FTD)รายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดังกล่าวมา 
 
 เอกสารที่หนังสือพิมพ์รายงานวันฉบับนี้ได้รับ ระบุว่า รถยนต์โตโยต้า รุ่นออริส มีปัญหาคันเร่งค้างหลายครั้งในการช่วงการทดสอบระยะเวลา 1 เดือน โดยปัญหาดังกล่าวร้ายแรงยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในหน้าหนาว ซึ่งเกิดภาวะควบแน่นมากขึ้นภายในตัวรถยนต์ 
 
 เอฟทีดี ยังระบุว่า รถของโตโยต้า 3 รุ่น ได้รับการทดสอบในครั้งนั้น และบรรดาผู้อำนนวยการได้รับการแจ้งให้ทราบว่าปัญหาคันแร่งหลายต่อหลายครั้งด้วย ขณะที่หนังสือพิมพ์ธุรกิจ เวิร์ทชาฟต์สวอช ของเมืองเบียร์ ก็รายงานข้อมูลนี้เช่นกันในฉบับล่าสุด 
 
 โตโยต้า ต้องเรียกคืนรถยนต์มากกว่า 8 ล้านคันในทั่วโลกที่มีปัญหาเกี่ยวกับคันเร่งและพรมที่อาจหลุดเข้าไปติดคันเร่ง ทำให้เร่งความเร็วของรถยนต์เองโดยไม่ตั้งใจ 
 
 นอกจากนี้ข้อบกพร่องอื่นๆ ยังทำให้โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถรุ่นพรีอุสด้วย โดยในเยอรมนีมีรถยนต์ถูกเรียกคืนทั้งหมด 8 รุ่น รวมกว่า 215,000 คันจากข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด 
 
 การต้องเรียกคืนรถหลายล้านคัน ส่งผลต่อชื่อเสียงแบรนด์คุณภาพชั้นนำของโตโยต้า ที่ขณะนี้กลายเป็นบริษัทผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกอย่างหนัก โดยเชื่อว่าความเสียหายจะมีมูลค่าถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 
 

ดูไบขู่ลากคอนายกฯยิวเข้าคุก ข้อหาสั่งฆ่าฮามาส

February 5, 2010

โลกมุสลิมต่างเชื่อว่า เบจามิน เนทันยาฮู สั่งฆ่าสมาชิกระดับสูงของกลุ่มฮามาส

 เอเจนซี – ดูไบจะหาทางจับกุมตัวนายกรัฐมนตรีอิสราเอล หากพบหลักฐานว่าสำนักข่าวกรองมอสซาดของอิสราเอล อยู่เบื้องหลังการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์ ผู้บัญชาการตำรวจดูไบบอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในวันนี้(5)  
 
 ตำรวจในดูไบ หนึ่งในรัฐของสหรัฐอาหรับอมิเรตส์(UAE)บอกว่า สงสัยมานานแล้วว่า “กลุ่มอาชญากรต่างชาติ” เป็นผู้ลงมือสังหารมับเฮาห์ในห้องของโรงแรมแห่งหนึ่งในดูไบ และกำล้งสอบสวนว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่หน่วยสืบราชการลับของอิราเอลจะเกี่ยวข้องด้วย 
 
 ดาฮี คาลแฟนทามิม ผู้บัญชาการตำรวจรัฐดูไบ เผยกับหนังสือพิมพ์เนชั่นแนลเลดี้ว่า ผู้นำรัฐบาลอิสเอลอาจจะเป็นผู้รับผิดชอบข้อหาที่เกิดขึ้นหากลุ่มมอสซาดอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้ เขากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนตันยาฮู จะเป็นคนแรกที่ดูไบต้องการตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเขาอาจจะเป็นผู้ที่ลงนามการตัดสินใจสั่งฆ่าอัลมับเฮาห์โดยหากมีหลักฐาน ตำรวจดูไบจะออกหมายจับเขา 
 
 ผู้บัญชาการตำรวจดูไบ ไม่ได้มให้สิ่งบ่งชี้ใดๆ ว่าตำรวจมีหลักฐานมัดตัวกลุ่มมอสซาด แต่ความเห็นของเขาสะท้อนให้เห็นว่า โลกมุสลิมเชื่อว่าอิสราเอลเป็นผู้สังหารมับเฮาห์ ซึ่งเป็นผู้นำแผนการในการจับทหารอิสราเอลในระหว่างการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ในช่วงทศวรรษ 1980 
 
 เช่นเดียวกับรัฐอาหรับส่วนใหญ่ ยูเออี ไม่ได้ดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลที่เป็นรัฐของชาวยิว และโดยปกติแล้วก็ไม่รับชาวอิสราเอลให้เข้ามาในประเทศ เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่งเมื่อดูไบ ปฏิเสธไม่ออกวีซ่าให้แก่ ชาฮาร์ เพียร์ นักเทนนิสชาวอิสราเอล ที่ต้องการลงแข่งทัวร์นาเมนท์ชิงเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในดูไบ เมื่อปีที่ผ่านมา 
 
 อย่างไรก็ตาม ยูเออียังทำธุรกิจกับบริษัทของชาวอิสราเอล และยังเป็นเจ้าภาพต้อนรับเจ้าหน้าที่อิสราเอลด้วย ยูซี ลันเดา โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอล เพิ่งเดินทางไปเข้าร่วมประชุมเรื่องพลังงานทดแทนในยูเออี นับเป็นครั้งที่ที่มีรัฐมนตรีอิสราเอลเดินทางไปยูเออี 
 

หนุ่มญี่ปุ่นหวนคืนวิถีดั้งเดิม จัดดอกไม้ไล่พิษชีวิตเครียด

February 5, 2010

ศิลปะการจัดดอกไม้กลายเป็นหนึ่งในวิธีบำบัดความเครียดยอดนิยมของหนุ่มออฟฟิศญี่ปุ่นในวันนี้

 เอเจนซี ศิลปะการจัดดอกไม้ที่เคยเป็นกิจกรรมของผู้หญิงญี่ปุ่นมาแต่ไหนแต่ไร บัดนี้ได้หวนคืนรากเหง้าดั้งเดิมกลายเป็นวิธีบำบัดเครียดยอดนิยมสำหรับหนุ่มออฟฟิศ 
 
  อิเคะบะนะ หรือวิถีแห่งดอกไม้ มีต้นกำเนิดเมื่อกว่า 500 ปีมาแล้ว และระยะแรกเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ศิลปินและชนชั้นสูง 
 
  การจัดดอกไม้ที่ต้องอยู่ในบรรยากาศเงียบสงบ มีเป้าหมายเพื่อความผสานผสมกลมกลืนระหว่างคนกับธรรมชาติ ตลอดจนถึงกระตุ้นความชื่นชมต่อจังหวะของจักรวาล 
 
  การริเริ่มสร้างสรรค์และพลังแห่งจิตวิญญาณคือสิ่งดึงดูดหนุ่มญี่ปุ่นนับพันหวนกลับมาชื่นชอบศิลปะการจัดดอกไม้ 
 
  ทุกวันนี้มีคนมากมายพยายามหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองสบายใจ งานอดิเรกมีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน หมดสมัยแล้วที่คนจะคิดว่าผู้ชายจัดดอกไม้ไม่ได้ พวกเขามีอิสระในการเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ และผู้ชายที่เลือกดอกไม้มีมากขึ้นอย่างชัดเจน เกโฮ อิโซโนะ ผู้สอนศิลปะการจัดดอกไม้ของโซเกตสึที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1927 เล่า 
 
  สังคมญี่ปุ่นนับจากอดีตให้ความสำคัญอย่างมากกับการทำงานหนัก พนักงานใช้เวลาอยู่ออฟฟิศยาวนาน เพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้า 
 
  ญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่มีสถิติการฆ่าตัวตายสูงสุดของโลก มีกระทั่งศัพท์ที่หมายถึงการเสียชีวิตจากการหักโหมทำงาน (karoshi) ทำให้กิจกรรมบำบัดความเครียด เช่น การจัดดอกไม้ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ 
 
  ตามหลักการของอิเคะบะนะดั้งเดิม การจัดดอกไม้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสวรรค์ มนุษย์ และโลก 
 
  ปัจจุบัน มีโรงเรียนอิเคะบะนะราว 3,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น โดยมีผู้สนใจศึกษาศิลปะแขนงนี้ถึง 15 ล้านคน ส่วนใหญ่มองว่าการจัดดอกไม้เป็นวิธีถอนพิษจากชีวิตที่เคร่งเครียด 
 
  ทุกครั้งเมื่อคลาสเริ่ม ผมมักรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากงาน แต่พอเริ่มตั้งสมาธิกับการจัดดอกไม้ ความเหน็ดเหนื่อยกลับกลายเป็นความสุขสงบทันตา โคจิ ทาเคฮาชิ วัย 45 ปี บอก 
 
  ผู้ชายบางคนใช้เวลาฝึกฝนเป็นปีและตอนนี้พัฒนาขึ้นมาเป็นผู้สอนอิเคะบะนะเพื่อการบำบัด 
 
  มิโนรุ คากาตะ ผู้สอนวัย 61 ปี เสริมว่าศิลปะ การสร้างชีวิตให้ดอกไม้ ต้องใช้เวลาเรียนรู้กว่า 2 ปีในการจัดดอกไม้ให้งดงาม 
 
  การจัดดอกไม้เพิ่มรสชาติที่อาจไม่ใช่ความจริงให้ชีวิตผม และทำให้จิตใจผมล่องลายอย่างอิสระ ขณะเดียวกัน งานอดิเรกที่ต้องอาศัยศิลปะนี้ก็เป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงผมกับโลกแห่งความจริง 
 

ยอดตายแผ่นดินไหวเฮติล่าสุด 212,000 คน

February 5, 2010

เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติรักษาความปลอดภัย ขณะที่ชาวเฮติกำลังเข้าคิวรอรับแจกอาหารจากโครงการอาหารโลก(World Food Program)

 เอเอฟพี – นายกรัฐมนตรีเฮติเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวมื่อเดือนที่แล้วแตะ 212,000 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้ไร้ที่อยู่อาศัยอาจมีมากเกินที่ทางการประเมินเอาไว้ที่ 1 ล้านคน 
 
 นายกรัฐมนตรีฌอง มักซ์ แบลเลอรีฟ เผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพฤหัสบดี(4) ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดที่เขาได้รับจากหน่วยงานรัฐบาล คือ 212,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเก็บกู้ศพของพวกตามท้องถนน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 300,000 คน นับเป็นสถิติผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติสูงสุดกว่าประเทศใดในทวีปอเมริกา และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะยังมีร่างผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่งในพื้นที่ประสบถัยซึ่งเจ้าหน้าที่ยังกู้ออกมาไม่หมด 
 
 ทางการเฮติยังเผยว่า ประชาชนราว 1 ล้านคนกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ เฮติเป็นประเทศยากจนข้นแค้นชายทะเลแคริบเบียน มีประชากรราว 9 ล้านคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเฮติยังเสริมว่า ก่อนหน้าจะเกิดภัยพิบัติก็มีผู้ไร้บ้านอยู่แล้ว โดยเขาระบุว่า อาจจะมีคนราว 2 ล้านคนที่ต้องนอนอยู่กลางถนนเพราะไร้บ้านในขณะนี้ ขณะที่องค์กรด้านมนุษยธรรมต่างๆ ได้สร้างค่ายพักพิงชั่วคราวให้พวกเขาอาศัยอยู่ไปเป็นการชั่วคราวก่อน 
 

ฉลามไมอามีอาละวาด กัดนักโต้คลื่นตายแผลเหวอะ

February 5, 2010

ภาพจากสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์

 เอเอฟพี – ชายหาดทางเหนือของไมอามี ชายฝั่งทางตะวันออกของมลรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯยังไม่ค่อยมีคนมาเล่นน้ำหรือกีฬาทางทะเล หลังจากเมื่อวานนี้ เกิดเหตุการแปลกประหลาดเมื่อเหล่าฉลามออกมาอาละวาดและกัดนักเล่นไคท์เซิร์ฟจนเสียชีวิต.นสภาพมีแผลเหวอะไปทั่วตัว 
 
 ตำรวจไมอามีเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพพบ สตีเฟ่น ชาร์ฟเฟอร์ วัย 38 ปี อยู่ในวงล้อมของฉลาม และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือนอกชายหาดสจวร์ต ห่างไปทางเหนือของเมืองไมอามี จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำพาตัวเขาขึ้นฝั่งจนได้และเร่งพานำตัวส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยมีแผลตามตัวยาว 25 เซ็นติเมตร กล้ามแขนขวาถูกฉีกขาด และยังมีแผลลึกบนมือด้วย ซึ่งน่าจะมาจากการพยายามป้องกันตัวเองของเขา 
 
 เหตุระทึกขวัญดังกล่าวนับว่าแปลกประหลาด เพราะบนชายหาดที่เกิดเหตุม่เคยมีฉลามออกมาอาละวาดและทำร้ายคนคนจนตายแบบนี้มาก่อน ทำให้ต้องปิดชายหาดไปเมื่อวันพุธ(4) ก่อนจะเปิดอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฉลามขอให้ชาวฟลอริดาอยู่ในความสงบและอย่าตื่นตระหนก 
 
 นีล แฮมเมอร์สชแลก ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามจากคณะการทะเลและอากาศวิทยา มหาวิทยาลัยไมอามี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าสลด แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย โดยในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการถูกฉลามเข้าทำร้ายเพียง 4 รายเท่านั้น และโดยปกติแล้ว พวกมันจะไม่กัดคน เว้นเสียแต่ว่าพวกมันถูกยั่ว 
 
 อย่งไรก็ตาม เขากล่าวว่า เหตุการณ์คราวนี้ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นอย่างไร แต่ในช่วงเวลานี้จะมีฉลามอพยพเข้ามาแถบนี้เป็นจำนวนมาก บางทีอาจเป็นเพราะชาร์ฟเฟอร์บังเอิญเข้าไปอยู่ในกลุ่มฉลาม ซึ่งรู้สึกว่าต้องป้องกันตัว เพราะเห็นกระดานโต้คลื่นของเขาเป็นสิ่งคุกคามและต้องกัดเขา 
 
 แม้ผู้เชี่ยวชาญจะขอให้ประชาชนแถบบนั้นอย่าตระหนก อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านแถบนั้นก็ยังกังวล โดยทีค เทเลอร์ หนึ่งในเพื่อนของชาร์ฟเฟอร์ กล่าวว่า ยังรู้สึกตลอดเวลาว่าพวกฉลามยังอยู่ที่นั่น แม้ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฉลามพวกนี้เข้ามาล้อมคนและทำให้พวกเขาตายก็ตาม 
 
 ทั้งนี้ ไคท์บอร์ดเป็นกิจกรรมเล่นทะเล ซึ่งผู้เล่นจะอยู่บนกระดานโต้คลื่นโดยให้ว่าวขนาดใหญ่ลากไปมา 
 

Next Page »