ต้อล วอนแฟนคลับหยุดรังควาญ น็อตโตะ

January 27, 2010

   

 

 

ต้อล ออกปากขอแฟนคลับหยุดพฤติกรรมตามรังควาญ น็อตโตะ บอกทำไปก็ไม่มีประโยชน์ พร้อมบอกไม่ซีเรียสละครโดนดองตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นละครเย็นหรืออะไรได้ทั้งนั้น แต่คาดว่าปีนี้น่าจะได้เห็นกันแล้ว 
 
  กลายเป็นปัญหาปวดหัวให้ซะแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม ต้อล วันธงชัย อินทรวัตร จาก AF4 ที่ดูเหมือนจะถูกกลุ่มแฟนคลับทั้งสาวน้อย สาวใหญ่เกิดอาการหวงจนเกินเหตุ หลังเจ้าตัวไปประกาศว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับนักร้องสาว น็อตโตะ วรางคณิภา พวงธนะสาร 
 
 เป็นเหตุให้อีกฝ่ายโดนตามป่วน จนเจ้าตัวต้องออกมาขอวอนแฟนคลับตัวเอง 
 
  ตามถึงบ้านนี่ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เท่าที่คุยกันก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ ก็เป็นห่วงบ้างครับ เพราะมันเหมือนเป็นสิทธิส่วนตัวของเรา แต่บางทีเราเจออะไรที่มารบกวนชีวิตเราบ่อยๆ มันก็กระทบกระเทือนทางด้านจิตใจเหมือนกันครับ” 
 
 ”แต่ถึงขนาดตามไปฉีกรูปน้องเขาต่ออันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่เท่าที่รู้ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ อาจจะเป็นแค่เขียนเป็นพวกจดหมายมากกว่า แต่รายละเอียดต้อลไม่ได้ถามครับ ก็ประมาณต่อว่า ไม่ค่อยพอใจ 
 
 ถามว่าจะทำยังไง คือเราก็คงจะไปห้ามความคิดใคร หรือไปบังคับจิตใจใครไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไป เราไม่เอามาทำให้เสียการงานมากกว่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราไม่ต้องเก็บเอามาคิด ก็ปล่อยผ่านไป” 
 
 ”น้องเขาเครียดมั้ย เท่าที่คุยกันก็ปกตินะครับ เขาก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะว่าหลายๆ คนก็เป็นกำลังใจให้ดีนะครับ เพราะว่าทางผู้ใหญ่ด้วย และคนที่อยู่รอบข้างเขาก็เข้าใจ ตามไปถึงอาร์เอสสืบค้นประวัติกันเลยเหรอครับ(หัวเราะ)” 
 
 ”อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ถ้าถึงขนาดนั้นก็อยากให้หยุดเถอะครับ มันไม่มีประโยชน์อะไร ก็อยากให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดีกว่า ทำอย่างนี้ไปมันไม่ได้เกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย 
 
 ผมก็พูดบอกกับน้องเขาปกตินะครับว่าอย่าเอาเรื่องที่ไม่ดีมาใส่ใจ คิดแต่เรื่องดีๆ ดีกว่า คนที่ชมก็มีเยอะแยะ เอาคำชมมาทำให้จิตใจเราดีขึ้นดีกว่า” 
 
 บอกหากพูดไปเช่นนี้ถ้าแฟนคลับจะโกรธตนก็คงจะห้ามไม่ได้ 
 ”แฟนคลับบางคนเลิกเป็นแฟนคลับต้อลเหรอครับ ตรงนั้นก็อย่างที่ตอบไปครับเพราะว่าเราไม่สามารถไปบังคับจิตใจได้ อยู่ตรงนี้เพราะเขาติดตามเรา เขาเชียร์เราเพราะเขาคิดถึงตัวเรา แต่ว่าถ้าเกิดเรื่องพวกนี้มาทำให้เขาไม่ชอบเราก็เป็นสิทธิของเขาอยู่ดี” 
 
 ”เขาจะเดินไปจากเรา หรือว่าเขาจะไปรักใครอันนั้นก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลแล้ว เราไม่สามารถไปทำอะไรตรงนั้นได้ 
 
 เผยว่าโดยส่วนตัวตนไม่โกรธที่แฟนคลับมาทำอย่างนี้ และถ้าตนจะมีแฟนแล้วทำให้แฟนๆ คลับหนีหมดตนก็คงไปห้ามอะไรไม่ได้ 
 ถามว่าอึดอัดมั้ย โดยส่วนตัวปกติเฉยๆ ครับ เพราะต้อลก็สบายๆ อยู่แล้ว เราอยากจะทำอะไรเราก็ทำ แต่คือเราก็มีระยะนิดนึงกับแฟนคลับด้วย คือเราก็ไม่ได้จะต้องอยู่สูงอะไรขนาดนั้น เราก็จับต้องได้” 
 
 ”แคร์มั้ยก็แคร์ในส่วนนึงครับ เขารักและให้กำลังใจมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเขาจะไม่ชอบเราด้วยเหตุผลนี้ เราก็ไม่สามารถที่จะไปบอกว่าพี่ครับอย่าไปเลยครับอะไรอย่างนี้ได้ ก็ต้องปล่อยเขาเดินไป คือมันเป็นเรื่องของส่วนตัวจริงๆ เราก็ทำงานของเราให้เต็มที่ 
 
 คืออย่าว่าแต่ใครเลย ต้อลก็โดนครับ โดนเหมือนกันหมดเลย มันเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนที่เขาไม่ค่อยพอใจเรา แต่ว่าคนที่พอใจก็มี คนที่ชอบก็มีครับ อยากบอกอะไรแฟนคลับมั้ย ก็ให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดีกว่านะครับ(หัวเราะ)” 
 
 ”ก็ถ้าเกิดเขายังไม่หยุดหรือว่าเขายังทำอย่างนี้อยู่ก็ได้ครับ ยินดีครับ สบายครับ ต้อลใช้ชีวิตสบายอยู่แล้ว โดนส่วนตัวต้อลไม่มีปัญหา เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องปล่อยวาง แต่สำหรับบางคนที่เพิ่งเคยเจอก็อาจจะโดนกดดัน เครียดบ้าง 
 
 พร้อมเผยถึงละครเรื่อง เศรษฐีข้างเขียง ที่ถือเป็นละครเรื่องแรก ถ่ายเสร็จไปเรียบร้อยตั้งแต่ปีที่แล้ว จนข้ามมาปีนี้ก็ยังไม่มีวี่แววได้ออนแอร์สักที ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าปีนี้น่าจะได้เห็น แต่ที่ล้าช้าคงเพราะเป็นช่วงปรับผังของช่องพอดี 
 
 เรื่องละครโดนดองเหรอครับ(หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมก็ไม่ได้ติดต่อกับทางทีมงานเลย เพราะว่ามีละครซิทคอมที่ต้องเล่นอยู่ปกติ แล้วก็มีละครเวที มีหนังด้วยที่เพิ่งถ่ายไป แต่ถ้าออกก็ดีเหมือนกันเพราะว่าเราก็อยากดู แล้วเพราะเป็นละครเรื่องแรก” 

 

อู ไม่กล้ารุกจีบ ส้ม แต่รับคนนี้สเป็กสุดๆ

January 27, 2010

   

 

 

อู รับ ส้ม เป็นสาวในสเป็ก บอกเรียบร้อย น่ารักและคุยกันถูกคอ แถมยังเข้ากับแม่ฝ่ายหญิงได้ดีอีก แต่ยังไม่พร้อมจีบ เพราะยังไม่อยากบุกจู่โจมมากเกินไป กลัวพลาดอีก 
 
 เป็นพระเอกที่มีข่าวกับสาวๆ น้อยมาก สำหรับหนุ่ม อู ภาณุ สุวรรณโณ เพราะช่วงที่ผ่านมามักจะโดนแต่กระแสข่าวที่ว่าเป็นเกย์มาโดยตลอด ทำให้ว่างเว้นกับข่าวสาวๆ มาพักใหญ่เลยทีเดียว 
 
 แต่ล่าสุดกลับมีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังตามจีบดาราสาว ส้ม ธัญสินี พรมสุทธิ์ อย่างเอาจริงเอาจัง มีทั้งส่งเสบียงอาหาร แถมด้วยดอกไม้ช่อโตให้อยู่บ่อยๆ ซึ่งงานนี้หนุ่ม อู ก็ยอมรับว่าปลื้มดาราสาวจริงๆ เพราะเป็นสาวในสเป็กเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นจีบ 
 
 จีบน้องส้มเหรอครับ คือถามว่าจีบมั้ย ไม่ได้จีบนะครับ ถ้าดูก็ดูเหมือนคนบุญทุ่มน่ะ ผมว่ามาจากกล้วยไม้แน่ๆ เลย กล้วยไม้ช่อนั้น(หัวเราะ) คือเราคุยกันอยู่ในกองถ่าย ก็ถามว่าน้องส้มชอบปลูกต้นไม้อะไร ชอบกินอะไรอย่างเนี้ยครับ” 
 
 ”น้องเขาก็บอกว่าน้องชอบกล้วยไม้มาก แล้วพอดีผมไปเที่ยวประจวบ ไปชายแดนพม่าตอนช่วงปีใหม่ ก็ไปเจอกล้วยไม้ป่าสวยๆ ผมก็เลยนึกถึงน้องก็เลยโทรหาว่าเอามั้ยๆ ผมก็เลยหอบมาช่อโตเลย แล้วก็เอามาให้เขา แล้วเขาก็ชอบคลั่วกลิ้ง ก็เอาพวกเครื่องแกงมาให้เขา ก็คงมีคนเห็นอะไรสักอย่าง ก็เลยไปตีกันไป 
 
 ใส่ใจไปมั้ยเหรอ คือเขาเรียกคุยกันถูกกันมากกว่า คุยกับคุณแม่เขาก็ถูกคอ คุยกับคุณลูกก็ถูกคอ รู้สึกว่าเป็นคนคิดทางเดียวกันน่ะครับ เห็นมั้ยนักแสดงหลายคนทำไมไม่สนิทกัน แต่บางคนก็สนิทกัน” 
 
 ”อันนี้เราคุยแล้วรู้สึกว่าคลิก ไปด้วยกันได้ คุยด้วยกันได้ ก็เลยสนิทกัน คุยกัน ถามว่าสเป็กมั้ย ถ้าพูดตรงๆ ก็คือสเป็ก น้องเขาเป็นคนเรียบร้อย ถ้าใครที่ได้รู้จักกับน้องส้มก็จะรู้ว่าน้องเขาเป็นคนน่ารัก แล้วก็เป็นคนที่เรียบร้อย 
 
 ยอมรับคุยกันถูกคอ และไม่อยากรีบร้อนเร่งจีบ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พอมีข่าวว่าชอบใครปุ๊บ สาวคนนั้นเป็นอันหนีหายทุกที 
 ทำไมยังไม่จีบเหรอ คือเขาเรียกว่าคุยกันถูกคอมากกว่าครับ คือบางทีหลายๆ ครั้งพอมันมีข่าวอะไรออกไป ผมน่ะพังทุกที ถ้าพูดจริงๆ ก็คือพอเขารู้แล้วว่าเอ๊ยจะจีบอะไรอย่างเนี้ย เขาก็ไปหมด” 
 
 ”ก็เลยรู้สึกว่าอย่าเพิ่งไปบุกหรือไปทำอะไรให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของการที่จะคุยกัน แม้แต่จะไม่เป็นแฟนกันหรือว่าความสัมพันธ์คุยกัน ความเป็นเพื่อนมันคุยกันได้ทุกเรื่องมากกว่าต่อความเป็นแฟนอีกถูกมั้ยครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่อยากให้ก้าวกระโดดหรือว่าบุกอะไรขนาดนั้น อยากให้เนิบๆ ไปเรื่อยๆ จนละครปิดกล้องแล้วค่อยว่ากันว่าจะเป็นยังไง(หัวเราะ) 
 
 ถือว่าเป็นการเริ่มศึกษาเพื่อนใหม่อีกคนที่เข้ามาใจชีวิตมากกว่าครับ เพราะว่าไม่เคยร่วมงานกับน้องเขา ตามงานก็เจอกันห่างๆ แล้วก็จากกันไป แต่คราวนี้ได้ทำงานร่วมกันก็เลยรู้สึกว่านิสัยใจคอเขาคลิกเรา และคุณแม่เขาก็โอเค ทุกอย่างคือคุยกันรู้เรื่องมากกว่า ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้” 
 
 ”น้องเขาทราบมั้ยว่าแอบปลื้มเหรอ ผมก็ไม่รู้นะ(หัวเราะ) คือผมก็ทำตามนิสัยนะ ก็ถามว่าใครชอบอะไร อยู่ในกองถ่ายผมก็ซื้ออะไรมาให้คนอื่นเขากิน แต่พอดีน้องส้มเขาชอบกล้วยไม้มาก และพอดีเราไปเจอป๊ะกับกล้วยไม้พอดี ก็เอาไปให้ แล้วก็บอกว่าถ้าออกดอกก็ถ่ายรูปมาให้ดูบ้าง เพราะช่อใหญ่อยู่เหมือนกัน 
 
 โอกาสพัฒนาผมว่าเอาจริงๆ จากใจเลยนะ ผมไม่อยากให้ไปบุกถึงตัวหรือบุกคำว่าแฟนมากไปนะครับ อยากคบเป็นเพื่อนไปก่อน เพื่อนสนิทคิดซื่อด้วย ขอศึกษาความเป็นเพื่อนไปก่อนดีกว่า ดูๆ กันไปก่อน อย่าไปรีบร้อน เพราะว่าเดี๋ยวพอพัง แล้วจะรักร้อน ไปร้อน จบกันร้อน ไม่อยากให้มองหน้ากันไม่ติด 

 

มาตรฐานสูง เก๋ ยันหนุ่มใหม่ในภาพไม่ใช่แฟน

January 27, 2010

   

 

 

เก๋ ปัดภาพหลุดกับหนุ่มที่เห็นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นแค่คนผ่านมาและผ่านไป บอกตอนนี้ยังไม่พร้อมเปิดใจรับใครเพราะตั้งมาตรฐานความรักไว้ในใจแล้ว และคิดว่าคงไม่มีใครสมกับมาตรฐานที่ตั้งไว้ได้อีก ย้ำกับ หนึ่ง ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้เสมอ แต่สถานะคงแค่ความเป็นเพื่อนได้เท่านั้น 
 
  ตั้งแต่ออกมาประกาศว่าได้เลิกรากับหวานใจทายาทค่ายใบโพธิ์อย่าง หนึ่ง อัครพล เตชะรัตนประเสริฐ ตอนนี้นางแบบสาว เก๋ ชลลดา เมฆราตรี ก็กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง มีหนุ่มๆ มารุมเข้าคิวจีบไม่ได้ว่างเว้น แถมล่าสุดยังมีภาพหลุดถ่ายคู่กับหนุ่มนอกวงการคนหนึ่งหลุดออกมาอีกต่างหาก 
 
 หนุ่มในภาพเหรอ มีหลายภาพนะ(หัวเราะ) จริงๆ ต้องบอกว่าตอนนี้ไม่มีนะคะ ยังบอกเหมือนเดิมเลย ยังเป็นเพื่อน ไม่มีใครเป็นพิเศษค่ะ แต่ถ้าพูดถึงภาพกับที่ว่าเป็นไฮโซคู่พี่น้องที่อีกคนมีข่าวว่าตามจีบจั๊กจั่น อันนั้นต้องบอกว่าไม่ใช่นะคะ” 
 
 ”คือคลาดเคลื่อนมากเพราะเขาไม่ได้เป็นพี่น้องกัน เขาก็เป็นคนผ่านไปผ่านมานี่แหละค่ะ เป็นเหมือนลมที่พัดมาแล้วก็พัดไป ยังไม่มีอะไรพิเศษ ยังไม่พร้อมค่ะ ยังเหมือนเดิม คำตอบคือยังไม่พร้อม 
 
 เก๋เคยผ่านความรักที่มีคุณค่าและยิ่งใหญ่มาแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นรักครั้งต่อไปคงต้องตั้งใจอย่างดี และอยากให้มันเกิดขึ้นด้วยความที่มันคงต้องเป็นอะไรที่เหมาะสมและลงตัวทุกอย่างค่ะ มันคงไม่ใช่แบบหวือหวา พัดมาแล้วพัดไปเนอะ เราอยากมองความรักที่มีคุณค่ามากกว่านั้น ตอนนี้ก็ยังโสดค่ะ ถ้าใครเล่นเฟสบุ๊คจะเห็นว่าเก๋ขึ้นซิงเกิ้ลตลอด(หัวเราะ) ยังโสดค่ะ โสดสนิท 
 
  พร้อมเผยถึงอดีตหวานใจอย่าง หนึ่ง ว่าจนมาถึงตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่เสมอ และแม้ฝ่ายชายจะไปมีคนใหม่ตนก็ไม่มีสิทธิไปว่า ซึ่งหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบตนก็เป็นคนรู้จักของ หนึ่ง เยอะเหมือนกัน 
 
 กับหนึ่งก็อย่างที่บอกนะคะว่าเรายังรู้สึกดีต่อกันอยู่เสมอ อย่างเมื่อวันก่อนก็ยังมีโอกาสได้เจอกันอยู่เลย เก๋ไปงานคอนเสิร์ตการกุศลที่ช่วยเด็กเฮติ หนึ่งเขาก็มาช่วยร่วมบริจาคด้วย แล้วเขาก็ขับรถคันใหม่มาอวด ขับมาให้ดู” 
 
 ”ตุ๊กตาหน้ารถเหรอ เท่าที่เก๋ทราบไม่มีนะคะ คือเท่าที่เขาบอกให้เก๋ทราบนะคะ แต่ว่าที่เขาไม่บอกนี่เก๋ก็ไม่รู้ ต้องให้พี่ๆ สื่อช่วยดูแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้เขาจะมีหรือเปล่ามันเป็นเรื่องของเขาแล้วนะ เราก็ให้โอกาสเขาเต็มที่ค่ะ 
 
  หนึ่งเขาก็ทราบค่ะว่ามีหนุ่มๆ เข้ามาหาเก๋ ต้องทราบเพราะว่าบางคนก็เหมือนเป็นรุ่นพี่ของหนึ่งก็มี คนรู้จักหนึ่งก็มีค่ะ เขาหึงมั้ยก็ไม่นะ แต่แค่แอบแซวว่าก็ดีเนอะ ไม่มีใครเกรงใจเขาเลย(หัวเราะ) แต่คงไม่หึงหรอกค่ะ” 
 
 ”เพราะเก๋ว่าเราคงข้ามขั้นนั้นไปแล้ว คงจะเป็นห่วงมากกว่า หนึ่งเขาคงพูดแซวแบบจะช่วยสกรีนให้มากกว่า ก็จะแบบได้ข่าวว่ามีคนนี้มาจีบจริงรึเปล่า เก๋ก็จะบอกว่าคนนี้ไม่มีนะ ข่าวมั่ว ก็จะแซวกันมากกว่า 
 
  คือเก๋อยากจะบอกว่าตอนนี้ถ้าเห็นหนุ่มๆ คนไหนมายืนใกล้ๆ ก็อาจจะเป็นเพื่อนก็ได้นะคะ หรือบางทีเก๋อาจจะไปยืนกับใคร หรืออาจจะเป็นน้องชายเก๋ก็ได้ เพราะว่าน้องชายกับเก๋หน้าไม่เหมือนกันเลย จริงๆ ต้องบอกว่าตอนนี้ทุกคนเป็นเพื่อนหมดเลยค่ะ” 
 
 ”เพราะว่าด้วยสไตล์ของเก๋ถ้าคบใครก็จะบอก แต่ตอนนี้ยังไม่มี แต่เก๋ก็ทำตัวธรรมชาตินะคะ ไม่ได้ระวังตัวอะไรขนาดนั้น เพราะเก๋ก็รู้สึกว่าดาราก็เยอะแยะเลยเนอะ มีคนที่เป็นเป้าสายตา มีคนน่าเป็นข่าวอีกเยอะแยะ ก็เลยไม่ได้ระวังตัวอะไรเป็นพิเศษ 
 
  ยอมรับว่ายังไม่พร้อมเปิดใจรับใครใหม่ เพราะตั้งมาตรฐานความรักเอาไว้สูงแล้ว ถ้าเกิดไม่มีใครสามารถเทียบเท่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ได้ ตนก็พร้อมที่จะอยู่เป็นโสดอย่างนี้ต่อไป 
 
 ถามว่าเปิดใจมั้ย เก๋ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ พอเอาเข้าจริงๆ มันก็เหมือนก้ำกึ่งนะคะ ถ้าถามความรู้สึกตอนนี้ตอบไม่ได้จริงๆ เพราะเคยคิดว่าพร้อมแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ยังไม่พร้อม คือเรามีมาตรฐานความรักของเราในใจ เรามีความรู้สึกว่าเราเคยรักได้แบบนี้ ความรักมันต้องเป็นแบบนี้ๆ นะ” 
 
 ”เพราะฉะนั้นถ้าตอนนี้มันไม่ถึงมาตรฐานที่เราตั้งกฎเกณฑ์เอาไว้ ก็เลยไม่อยากจะเสียเวลาทั้งตัวเราและตัวคนอื่นที่เข้ามาคบเราด้วย คือเก๋ตั้งใจแล้วนะว่าถ้าเกิดสมมติถ้ามาตรฐานเป็นอย่างนี้จริงๆ คงต้องอยู่กับแม่กับน้อง(หัวเราะ) แล้วก็อยู่กับลูกๆ น้องหมาที่บ้าน ก็แซวกับเพื่อนๆ แล้วว่าไม่กลัวสถานภาพโสดนะคะ ก็ไปดูหมู่บ้านคานทองไว้บ้างแล้วเหมือนกัน ถ้าเป็นโสดก็คงไม่เป็นไร 
 
  ถามว่าเป็นเพราะลืมหนึ่งไม่ได้รึเปล่า คือเก๋ต้องตอบตรงๆ ว่าความรักยังคงอยู่นะคะ เพียงแต่ตอนนี้มันแปรสภาพเท่านั้นเอง แต่ความรักและความรู้สึกดีๆ ยังมีอยู่เสมอ เรามีความทรงจำด้วยกันเยอะมากค่ะ เรามีสถานที่ดีๆ ด้วยกัน มีภาพประทับใจเยอะมาก เพียงแต่ว่าเวลา ณ วันนั้นที่เราผ่านจุดนั้นมามันอาจจะไม่ลงตัว คือถ้าเกิดเขารอใจเย็นอีกนิดนึง และช้าอีกหน่อยนึงคำตอบมันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ 
 
 แต่อย่างที่บอกนะทุกอย่างบนโลกนี้ที่เกิดขึ้นมันต้องมีเหตุผลค่ะ เก๋ว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป ไม่ใช่ว่านึกจะเกิดมันก็เกิด ทุกอย่างมันเกิดเพราะมันมีเหตุผล ฉะนั้นตอนนี้ต้องยอมรับผลของมัน สถานะแฟนกับคุณหนึ่งก็ไม่ได้ใช้มาสักพักแล้วนะคะ ก็คงเป็นเพื่อนได้เท่านั้นค่ะ รักและเป็นห่วงเสมอเลย คือคนเราความรักมันไม่สามารถแปลสภาพได้ มันไม่สามารถเลิกรักได้ แต่ว่าก็ดูแลกันไปในอีกสถานะนึงน่ะค่ะ 

 

เปิ้ล ปฏิเสธแอบคบ กฤษณ์ บอกเป็นได้แค่เพื่อนสนิท

January 27, 2010

     

 

 

 

เปิ้ล เผยไม่ได้แอบคบกันดีเจ กฤษณ์ ยันฝ่ายชายยังเป็นได้แค่เพื่อนสนิท พร้อมแจงภาพหลุดควงหนุ่มช็อปปิ้งที่แท้เป็นแฟนของเพื่อน ส่วยอดีตแฟนหนุ่ม ณัต เจ้าตัสวรับยังคุยให้กำลังใจกันด้วยดีแม้สถานะความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไปแล้ว 
 
 เคยถูกแชะภาพกำลังเดินช็อปปิ้งดวยกันมาแล้วรอบนึงสำหรับสาว เปิ้ล ภารดี อยู่ผาสุก และดีเจหนุ่มตี๋ กฤษณ์ กฤษกร ภูมิรัตน์ ซึ่งตอนนี้สาวเปิ้ลก็ออกมาชี้แจงว่าดีเจหนุ่มเป็นเพื่อนชายที่สนิท 
 
 แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างโสด ก็มีข่าวเม้าท์เล็ดลอดออกมาจากคนสนิทใกล้ตัวหนุ่มกฤษณ์ว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังศึกษาคบหาดูใจกันอยู่หลังจากอกหักรักเฮิร์ตด้วยกันทั้งคู่ แต่งานนี้สาวเปิ้ลก็ยังยืนยัคำเดิมว่าฝ่ายชายยังคงเป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น 
 
 จริงแล้วเปิ้ลกับกฤษณ์มีข่าวด้วยกันมาตั้งนานแล้วซึ่งเราเองก็เป็นเพื่อนกันมานานมากๆแล้วด้วย แล้วก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ คือเพื่อนผู้ชายที่สนิทกับเปิ้ลจริงๆ ที่สามารถเล่นหัวเดินกอดคอกันได้ก็จะมีกฤษณ์นี่แหละค่ะ 
 
 ไม่ใช่ว่าพอเราโสดแล้วเราจะกลับมาคุยกับเขาหรือว่าอะไร แต่เราคุยกันมาตั้งนานแล้วอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้กฤษณ์เองเขาก็โสดด้วยเหมือนกันรึเปล่าอาจเป็นจังหวะเหมาะที่ต่างคนต่างโสดพอคนมาเห็นว่าเราไปไหนมาไหนด้วยกันคนก็จะมองว่าเรามาคบกันรึเปล่าซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่” 
 
 ”แต่เราสนิทกันมาตั้งนานแล้ว จะมีโอกาสมั้ยเหรอก็ถ้าถามกันจริงๆ คือเราเองก็รู้จักนิสัยรู้ไส้รู้พุงกันค่อนข้างหมดแล้ว เปิ้ลว่าตอนี้เป็นเพื่อนกันอยู่มันก็โอเคดี 
 
 แจงภาพควงหนุ่มช็อปปิ้งที่แท้คือแฟนของเพื่อน ลั่นอดีตแฟนหนุ่ม ณัต อาณัต ฬาพานิช ได้ยินข่าวแล้วขำ รับยังพูดคุยให้กำลังใจกันอยู่ ส่วนอนาคตจะกลับไปรีเทิร์นหรือไม่นั้นเจ้าตัวบอกให้เป็นเรื่องของอนาคต 
 
 อันนั้นเป็นแฟนเพื่อนค่ะ ยืนยันได้ 2 ขาเลย เปิ้ลเองอยากจะเอาเพื่อนมาช่วยยืนยันด้วยจังเลย ตอนแรกที่ได้ยินว่ามีภาพปาปารัสซี่หลุดเราเองก็ตกใจเหมือนกัน ก็ถามเพื่อนที่ดทรมาบอกว่าเรามีภาพหับใคร คือเพื่อนเปิ้ลที่เป็นแฟนกับคนที่เปิ้ลไปเดินด้วยเขาโทรมาแกล้งเปิ้ล เขาบอกว่ามีภาพหลุด” 
 
 ”เราก็ถามเขาไปว่ามีภาพอะไรกับใคร เขาก็บอกว่ากับแฟนฉันเอง เราก็เลยขำกัน ซึ่งเหตุการณ์วันในภาพเพื่อนเปิ้ลคนนี้ก็ไปด้วย แต่ว่าเขายังมาไม่ถึงเพราะเขาทำงาน แต่ว่าแฟนเขามาถึงก่อน พอดีว่าเปิ้ลทำงานถ่ายรายการที่เซนทรัลเวิร์ลอยู่ก็นัดเจอกัน แต่ในจังหวะที่พี่ๆ นักข่าวเห็นก็คือเปิ้ลยืนอยู่กับผู้ชายคนนี้ซึ่งเป็นแฟนของเพื่อนเปิ้ล คือจริงๆ วันนั้นมีเพื่อนยืนอยู่ด้วยหลายคนแต่เป็นเพื่อนนอกวงการ 
 
 ซึ่งผู้ชายคนนี้พี่อาณัตก็รู้จักเขาพอเขาเห็นข่าวเขาก็ขำใหญ่เลย คือเราเองก็ยังคุยกันตามปกติเพราะว่าตอนนี้เขาเองก็ป่วยไปผ่าเขามาเราก็ให้กำลังใจพี่เขา คือตอนนี้เปิ้ลเองก็ไม่มีใคร ก็เฉยๆ ไปเรื่อยๆ ยังแฮปปี้กับชีวิตแบบนี้อยู่” 
 
 ”เปิ้ลเองไม่ได้ปิดแต่ก็ไม่ได้เปิดซะเลยทีเดียว ตอนนี้คือเปิ้ลยังโอเคที่เป็นแบบนี้อยู่ เพราะเรามีภาระที่ต้องดูแลอีกเยอะแยะมากมาย คือถ้ายังไม่พร้อมที่จะให้ใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ยังไม่อยาก และด้วยคนที่เข้ามาก็ยังไม่คลิกกันมากด้วย 
 
 ที่เรายังไม่คิดมีใครไม่ใช่ว่าาเราจะตัดพี่ณัตไม่ขาดซะทีเดียว มันอาจจะเป็นด้วยเรื่องของความผูกพันเพราะเราคบกันมานาน เราเองก็ยังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน คือทุกวันนี้เราไม่ได้เลิกกันด้วยเรื่องที่ไม่ดีแต่เราเลิกกันด้วยความเข้าใจ เราก็คุยกันได้ด้วยดี เปิ้ลก็คงปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเผื่อเราจะกลับมาคุยกันได้เหมือนเด็ม อะไรจะเกิดมันก็คงต้องเกิด 

 

จ๋า ซวยเจอข้อหามือที่สาม จี๊ด-อนันดา ซ้ำ หยาดทิพย์ ก็ไม่อยากร่วมงานด้วย

January 27, 2010

     

 

 

 

จ๋า บ่นซวยเจอข้อหามือเสียบทำ จี๊ด-อนันดา เลิกกัน ลั่นเจออนันดาแค่ครั้งเดียว ไม่มีอะไรเกินเพื่อนแน่นอน ส่วนกรณีป๊ะหน้ากับโจทย์เก่า หยาดทิพย์ ในงานแห่งหนึ่ง จนฝ่ายคู่กรณีเอ่ยปากถ้ารู้ว่าจ๋ามาร่วมงานคงไม่รับงาน เจ้าตัวไม่ขอพูดถึงและยินดีร่วมงานด้วยเหมือนเดิม 
 
 
 มีข่าวชอบเป็นมือที่ 3 จอมเสียบอยู่เสมอสำหรับสาว จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ที่ล่าสุดก็มีชื่อไปพัวพันกลายเป็นเมือที่สามทำรักของ จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง กับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ล่ม แถมพอเจ้าตัวมาร่วมงานเดอะ เกรต ไชนีส นิว เยียร์ เซล บาย เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซ่า เซ็นทรัล เฟสติวัล ก็ยังต้องมาป๊ะหน้ากับ หยาดทิพย์ ราชปาล โจทย์เก่าซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าเกาเหลากันเพราะ ไผ่ วันพ้อยท์ หรือไผ่ ลิกค์ 
 
 ก็รู้สึกซวยค่ะ เพราะมันไม่เกี่ยวกับจ๋าเลย ยังไงก็ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยว เขาเลิกกันเราก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เหนื่อยแล้ว จ๋าไมได้ทำอะไรแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย จนวันนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับอนันดาเลย ตอนที่เจอกับอนันดาที่เชียงใหม่จ๋าก็ไม่ทราบว่าเขาเลิกกัน เขาจะไม่เคยพูด เคยเล่าอะไรให้เราฟัง วันที่เจอเขาก็ไม่ได้ดูเศร้า ก็แค่มาเจอทักทายกันแล้วก็มีเพื่อนๆ คนอื่นด้วย คือจริงๆแล้วจ๋าเจออนันดามาก่อนหน้านี้ประมาณ 5 6 เดือนที่แล้ว ตอนปีใหม่นั้นเป็นการเจอกันครั้งแรกหลังจาก 6 เดือน จ๋าก็เลยรู้สึกว่าอย่าโยนอะไรมาให้จ๋านักเลยจ๋าไม่ได้ทำอะไร 
 
 จ๋ากับอนันดาเป็นเพื่อนกันมาหลายปีมาก คือถ้าเขาอยากจะเล่าอะไรเขาก็เล่า มันก็ไม่ใช่ธุระเราที่จะไปถาม เราก็เห็นว่าเขาคบกับแฟนเขามาตั้งหลายปีไม่ได้คิดว่ามันจะมีเรื่องอะไรกันอยู่แล้ว ที่ไปเชียงใหม่เราก็ไม่ได้เจอกันโดยบังเอิญเรารู้อยู่แล้ววาเขาอยู่ที่นั้น พอเขารู้ว่าเราอยู่ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวมาเจอกัน มันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากที่เราจะแวะมาเจอกัน แต่พอมีข่าวมีเรื่องมีอะไรก็มาโยนให้เรา เราเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์สำหรับเราเลย แล้วเราเจอกันวันที่ 3 ม.ค. เราไม่ได้ไปเคาท์ดาวน์แฮปปี้นิวเยียร์อะไรด้วยกัน มันไม่ใช่อย่างนั้น 
 
 
 คือถ้าทุกคนได้เห็นเวลาจ๋าอยู่กับเขา และเขากับจ๋าเป็นยังไงกัน แบบว่าเฮ้ยเป็นเพื่อนคุยบางทีเขาก็พูดภาษาไม่เพราะกับเรา เราก็พูดไม่ได้ดีกันสักเท่าไหร่ จ๋าก็คิดว่าไม่มีใครจะมาคิดว่าเราจะไปมีอะไรกันหรอก คือจ๋าบอกตรงๆ ว่าไม่แฮปปี้กับข่าวนี้ เพราะว่าเราไมได้ทำอะไรแล้วทำไมต้องมาคอยรับเคราะห์ให้คนอื่น คือจริงๆ แล้วจ๋าไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดมาจากเรื่องของใคร แล้วใครเป็นยังไงกัน แต่จ๋าขอบอกว่ามันไมได้เกี่ยวกับจ๋าเลย 
 
 จริงๆ เราคบกันที่ใจมาตั้งนานแล้ว เราไม่ได้เจอกันบ่อยอย่างที่จ๋าบอกว่าจ๋าเจอเขาก่อนหน้านี้เมื่อ 5-6 เดือนที่แล้ว แล้วนี่มาเจอกันครั้งแรกหลังจาก 5 เดือน มันไม่แฟร์สำหรับเราเลยจริงๆ ครั้นจะมาบอกว่าต่างคนต่างโสดกันแล้วมันก็ไม่ใช่ เพราะจ๋าโสดของจ๋ามาอยู่แล้ว ส่วนเขามันก็เป็นเรื่องของเขาซึ่งจ๋าไม่รู้ไง เราไม่ได้อัพเดทเรื่องส่วนตัวกัน พอมารู้เรื่องนี้เพราะว่าถูกถามนี่แหละ จะมีพัฒนามั้ยคือเราเป็นเพื่อนกันไงค่ะ ยังไงก็เป็นแค่เพื่อน 
 
 เรื่องของอนันดาจ๋าไม่อยากจะพูดอะไร ถ้าเกิดเขามีความสุขมันก็ดี ถ้าเกิดเขาทำอะไรทั้งสองฝ่ายแล้วมีความสุขมันก็ดี อะไรก็ได้ ถามว่าเสียดายแทนมั้ยจ๋าเองก็อยากให้คนรักกันแหละ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา พอรู้ว่าเขาเลิกกันแล้วเราก็ไมได้โทรไปถาม ก่อนหน้านั้นมีโทรถามครั้งเดียวเรื่องข่าวว่านี่มันคืออะไร เพราะจ๋ารู้สึกว่าทำไมงานมันมาเข้าจ๋า เป็นครั้งเดียวที่โทรไปถามว่ามันคืออะไร อนันดาเขาก็บอกว่ายูก็ตอบแค่เรื่องที่เราเจอกัน พูดไปตามเรื่องจริงว่ามันคือยังไง แต่เรื่องอื่นขอเป็นเรื่องของเขาสองคน จ๋าก็โอเคไม่ยุ่งอยู่แล้ว ตอนแรกที่ได้ยินข่าวเราไม่ได้รู้สึกไรเลยคิดแค่ว่าพอดีกับข่าวเราเลยเนอะ แต่พอมันมาเป็นเรื่องยาวๆ แล้วจ๋ารู้สึกว่ามันไม่แฟร์เพราะจ๋าไม่ได้ทำอะไร แค่เจอกันวันเดียว กลับมาก็ไม่ได้เจอ โทรคุยก็ไม่ได้โทรคุยก็เลยรู้สึกว่ามันไปกันใหญ่แล้ว 
 
 คือถ้าคนที่ไปเจอไม่ได้เป็นจ๋าก็คงเป็นสาวนิรนาม ณ เชียงใหม่ค่ะ อย่างที่มีข่าวบอกว่าอนันดามีแฟนใหม่อยู่แล้วที่เชียงใหม่อันนี้ไม่ทราบ แต่จ๋าเจอเขาแค่คนเดียว คือด้วยความที่เราไม่ได้ถามไถ่อะไรมาก คือเขาก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เราฟัง ดังนั้นจ๋าเลยไม่รู้ ก็เห็นเขามาแค่คนเดียวนะไม่มีใครข้างมาด้วย แล้วเราก็ไม่ได้ถามอะไรเรื่องของเขาจริงๆ 
 
 ส่วนกรณีที่โคจรมาเจอ หยาด ในงานอีเว้นท์ ซึ่งฝ่ายหยาดพูดชัดเจนว่าถ้ารู้ว่า จ๋า มาร่วมงานนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่รับงาน ส่วนจ๋านั่นปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว 
 
 
 จ๋าขอไม่ตอบเรื่องนี้แล้วกันค่ะ ไม่มีอะไร ก็ไม่มีคุยกอะไรกันแต่ว่าขอไม่ตอบดีกว่า ก่อนรับงานก็ทราบค่ะว่าเขาจะมาร่วมงานด้วย เราก็ไม่มีปัญหาอะไรด้วยตัวเรา เราไม่มีอะไรอยู่แล้ว เราก็แต่งหน้าห้องเดียวกันไม่มีขอแยกห้องแยกอะไร ก็ไม่มีทักทายกัน เราก็อยู่คนละกลุ่ม คนละโซน จ๋าขอไม่ตอบอะไรแล้วกันเพราะไม่อยากให้มันเป็นเรื่องยาว 
 
 ที่ไม่พูดนี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดถึงชื่อเขานะ แต่ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องยาว ไม่ได้ลำบากใจอะไรนะ เพียงแต่ไม่อยากตอบเพื่อเป็นการต่อเรื่องเท่านั้นเอง เรื่องงานเราสามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว เพราะเราทราบตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ได้เป็นการที่เราไม่รู้ตัวว่าจะมาเจอกัน คือจริงๆ แล้วเราไม่มีอะไรไง เพราะจ๋าก็บริสุทธิ์ใจที่จะมาทำงาน แต่ถ้างานต่อไปถ้ามาเจอกันแล้วเขาจะขอดูก่อนว่าจะมาร่วมงานหรือเปล่าก็ไม่เป็นไร ขอไม่พูดเรื่องนี้แล้วกัน 
 
 
 ถามจ๋าว่ารู้สึกยังไงที่เขาค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าไม่อยากมาร่วมงานกับเรา คือจ๋าสบายใจที่เป็นแบบนี้ แล้วจ๋าขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า เราก็ชัดเจนเหมือนกันว่าทำงานกับใครก็ได้ จ๋าไม่ได้มีปัญหาและไม่อยากมีปัญหาด้วย เราก็ทำงานของเรา เอาให้เต็มที่ จริงๆ ปีนี้ไม่ใช่ปีชงของจ๋า จ๋าดวงชงไปตั้งปีที่แล้วก็น่าจะจบเรื่องไม่ดีได้แล้วนะ ก็ขอให้หายไปสักทีแล้วกันสำหรับอะไรชงๆ 

 

อนันดา เผยยังรัก จี๊ด แต่ยังไม่พร้อมมีอนาคตร่วมกัน ต่างคนต่างไปทำในสิ่งที่ต้องการดีกว่า

January 27, 2010

     

 

 

 

อนันดา รับเลิก จี๊ด 1 เดือนแล้ว เผยยังรักจี๊ดอยู่ แต่ยังไม่พร้อมที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่อนาคตก็เลยตัดสินใจเลิกกัน ต่างคนต่างไปทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการดีกว่า ยันไม่มีมือที่สาม 
 
 
 รักร้างรับต้นปีเลยทีเดียวสำหรับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับนางแบบสาว จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง ซึ่งคบกันมากว่า 4 ปี แต่ในที่สุดก็มีอันเลิกรากันจนได้หลังจากมีข่าวรักร้าวออกมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่อนันดาควง เจนสุดา ปานโต ไปนั่งทานข้าว ล่าสุดก็มีข่าวว่าควง จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ไปแฮบปี้นิวเยียร์ถึงเชียงใหม่ ตบท้ายด้วยข่าวอนันดาซุกกิ๊กนักศึกษาที่เชียงใหม่ 
 
 เมื่อหลายวันก่อนจี๊ดเปิดอกรับว่าเลิกกับอนันดาแล้ว พร้อมป้องฝ่ายชายว่าไม่ได้มีมือที่สาม พอเจอพระเอกหนุ่มในงาน ครบรอบ 30 ปี CPS CHAPS ที่สยามเซ็นเตอร์ เจ้าตัวก็เปิดใจถึงเรื่องราวรักร้าว 
 
 ความสัมพันธ์ตอนนี้ห่างกันอยู่ แต่เรื่องมือที่สามที่ว่าเป็นนักศึกษานี่ผมพอนึกออกว่าพูดถึงใครอยู่ แต่ว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนกัน ส่วนสาเหตุเพราะมันอาจจะต้องการเวลาที่ห่างกันเพื่อที่จะมาทำงานหรืออะไรประมาณนี้ มันหลายอย่างครับ สรุปสั้นๆ ก็คือเราได้คุยกันสักพักนึงแล้วว่าเราจะทำยังไงกันต่อ ก็ได้ข้อสรุปกันว่าเดี๋ยวคงต้องมีเวลาห่างกันสักพักนึง ก็จบด้วยดีครับ ไม่ได้ทะเลาะไม่ได้อะไรกันอย่างนั้นอยู่แล้ว มันก็ดีเท่ากับที่คนเขาเลิกกันน่ะ ก็ดีประมาณนั้น มันก็คงไม่ได้ดีมากหรอก 
 
 คือไม่ใช่ว่าตัดสินใจกันนานแล้วหรอก แต่ด้วยความที่เราคบกันมานาน พอมันมาถึงจุดหนึ่งมันก็ต้องพูดถึงอนาคตก่อนว่ายังไงต่อ แล้วก็บางทีด้วยวัยเราต้องมาดูด้วยว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตเราบ้าง ถ้ามันจะพัฒนาไปก็ได้ คือมันก็ต้องดูศักยภาพของตัวเองด้วยว่าเราพร้อมมั้ย ถ้าสมมติว่าเราจะไปต่อ ซึ่งมันค่อนข้างชัดว่าทั้งสองคนก็ไม่พร้อม ถามว่ายังคุยกันมั้ย ก็คุย แต่ว่าก็รู้กันอยู่นะ คนที่เลิกกันก็คงต้องให้เวลากันหน่อย เดี๋ยวพออะไรต่ออะไรมันดีขึ้นก็เดี๋ยวคุยกัน 
 
 ยอมรับต่างฝ่ายต่างมีโลกส่วนตัวสูง แต่บอกที่ตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่ใช่ตนเป็นฝ่ายขอเลิกก่อนแน่นอน 
 ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวสูง แต่ไอ้เรื่องจูนเข้าหากันลำบากมันก็ไม่ใช่ เพราะกว่าที่เราอยู่ เราคบกันได้นานขนาดนี้ก็เพราะว่าเราจูนเข้าหากันได้ เพียงแต่บางทีมันมีความต้องการของแต่ละฝ่ายที่อาจจะไม่เหมือนกัน และบางทีมันก็ต้องยอมรับสภาพด้วย บางทีมันคงต้องไปทำในสิ่งเหล่านั้นก่อน ก่อนที่จะมาโฟกัสเราสองคน 
 
 คือเราตกลงด้วยกันทั้งคู่ครับ ไม่มีใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ข่าวว่าผมขอเลิกเหรอ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะ ก็ยอมรับนะว่าเราก็คุยกันมาพักนึง เพียงแต่ว่ามันเพิ่งมาเป็นรูปเป็นร่าง คือมันคุยกันมาก่อนปีใหม่แล้ว แต่หลังปีใหม่เพิ่งมาสรุปว่าเราเอาอย่างนี้ก่อนแล้วกัน ก็เลยไม่ได้เคาท์ดาวน์ด้วยกัน คือเขาก็อยู่ที่เชียงใหม่ด้วย แต่ว่ากลับมาก่อน เขาก็อยู่กับเพื่อนแล้วก็ครอบครัวเขา ส่วนผมก็อยู่กับครอบครัวผม 
 
 ไม่เสียดายเวลาเลยครับ ถามว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ก็รู้สึกเหมือนกับคนที่เพิ่งเลิกกับแฟนน่ะ เฮิร์ทมั้ย ก็นิดหน่อย คือมันก็มากกว่านิดหน่อยแหละ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเราสองคนไม่มีคนอื่นมาเกี่ยวข้อง สำหรับเราที่คบกันมา 4 ปี ผมรู้สึกว่ามันจะจี๊ดมากเลยถ้าสมมติว่ามันจะต้องหยุดเพราะว่าคนอื่น ผมว่ามันไม่ใช่ มันไม่ใช่ผมน่ะ 
 
 แต่ไอ้รักน่ะมันยังรักกันอยู่ คือการตัดสินใจมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่ถ้าจะให้พูดกว้างๆ มันเหมือนความต้องการน่ะ แล้วก็อย่างที่ผมบอกว่าคนที่คบกันมา 4 ปี มันถึงจุดหนึ่งมันก็คงต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ และตอนนี้มันค่อนข้างชัดเจนว่าเราทั้งสองคนยังมีเรื่องส่วนตัวที่เรายังอยากจะทำให้กับตัวเองอีกเยอะ มันก็เหมือนกับต้องมาโฟกัสกับตัวเองก่อน แต่ไม่แน่ในอนาคตผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น 
 
 คือจริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการพูดคุย จริงๆ มันเป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เรายังต้องทำอะไรมากกว่านี้ และเราเพิ่งมาคุยกันชัดเจนก็คราวนี้ ก็เพิ่งห่างกันประมาณช่วงปีใหม่นี่แหละครับ ประมาณเดือนนึง โอกาสกลับมาเหรอ อนาคตมันมีโอกาสที่จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้นะครับ แต่ตอนนี้ผมก็โฟกัสอยู่กับปัจจุบันก่อน เรื่องงาน แล้วก็สติจิตใจของตัวเองก่อน คิดจะกลับไปหามั้ยเหรอ คือมันเร็วไปที่จะตอบคำถามนี้ มันยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมอยู่ ผมยังต้องปรับตัวก่อน ปรับตัวให้ชินกับการอยู่คนเดียว 
 
 ปัดไม่ใช่เพราะตนมีสาวคนใหม่ และไม่ใช่เพราะ จี๊ด มีข่าวว่าไปคบหนุ่มคนใหม่ที่เป็นนายแบบอย่างที่เป็นข่าว ส่วนโปรเจ็คงานภาพถ่ายของตน ยังคงมี จี๊ด ร่วมด้วยแน่นอน แต่ตอนนี้คงต้องขออนุญาตกันอีกที 
 สาวคนใหม่เหรอ(หัวเราะ) มันคงไม่มีหรอกครับ เพราะว่าเหตุผลหนึ่งที่เราห่างกันออกมาก็เพื่อที่เราจะมาโฟกัสที่ตัวเราเองซะมากกว่า ถ้าเราห่างออกมาโดยที่เรามีคนอื่นมันไม่ใช่ มันไม่ใช่ประเด็นตั้งแต่แรกที่เราเลิกกัน แต่กับข่าวว่าผมมีคนอื่นเนี่ย มันก็เป็นธรรมชาติของวงการอยู่แล้ว เวลาคนเขาห่างกัน เขาก็มักจะอยากให้มันมีเหตุผลมือที่สามที่มันเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะครับ 
 
 ส่วนที่มีข่าวว่าเลิกเพราะจี๊ดมีคนใหม่ ผมไม่รู้เรื่องนะ คือผมไม่ได้อ่านข่าวเลยไม่รู้ แต่เรื่องนี้ย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนอื่นเลย ไม่ได้มีมือที่สาม ไม่ได้อะไร คือมันไม่มีอะไรเป็นสิ่งข้างนอกที่มาเกี่ยวข้อง มันก็คือเราสองคนที่ตัดสินใจกันเองว่าดีที่สุด ณ ตอนนี้เราควรจะทำอย่างนี้ 
 
 งานที่ว่าจะทำร่วมกัน คืออันนั้นมันเป็นโปรเจ็คของผมเอง มันเหมือนคล้ายๆ เป็นไดอารี่ของผม 99 วันเป็นรูปส่วนตัว รูปที่ผมถ่ายเอง และแน่นอนว่าจี๊ดเขาเป็นส่วนหนึ่งในปีที่ผ่านมาในชีวิตผม เขาก็คงยังมีส่วนในหนังสือ แต่แน่นอนว่าต้องคุยกับเขาก่อนว่าเขายังโอเคมั้ย 

 

“บี” กรวดน้ำคว่ำขัน ป๋าต๊อบ อวยส่งขอให้ไปดีกับ ปีใหม่

January 27, 2010

       

 

 

 

 

บี ภรรยาเก่า ป๋าต๊อบ ไม่หวั่นร่วมงานกับ ปีใหม่ บอกเป็นนักแสดงก็ต้องก็ต้องทำหน้าที่ของตนเองแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว บอกปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเจียมตัวพูดว่ามาทีหลัง เพราะเรื่องของตนจบไปนานแล้ว พร้อมร้องเพลงกรวดน้ำคว่ำขันให้ไปดี 
 
 พึ่งจะประกาศแต่งงานฉิ่งฉับกันไปหยกๆ สำหรับ “ปีใหม่ สุมนรัตน์ วัฒนาเศลารัตต์” กับ “ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล” แต่สวีทกันได้ไม่นานก็มีประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมาจนได้ เมื่อปีใหม่ต้องโคจรมาเล่นละครสวยเริดเชิดโสดร่วมกับ บี ปุณิตา โยคะกุล อดีตภรรยาของป๋าต๊อบ ที่เคยก่อตำนานหญิงแต่งกับหญิงจนลือลั่นประเทศไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งปีใหม่ก็ให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีร่วมงานด้วยไม่มีปัญหา เข้าใจว่าตนเองมาทีหลัง และก็เคารพบีในฐานะรุ่นพี่ พอพูดถึงเรื่องมาทีหลังมาก่อน งานนี้ก็เลยเจอรุ่นพี่อย่างบีสวนทันที 
 
 ”ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องมาเล่นละครด้วยกัน แต่เราก็เฉยๆ นะเพราะว่าเราเป็นนักแสดง จะให้ตอบแบบจริงๆ หรือตอแหล พูดเล่น(หัวเราะ) เราเป็นนักแสดงเราก็ต้องทำให้ได้ทุกบทบาท ถ้าอีกแบบนึงไม่มีคำตอบ พูดเล่น พูดเล่นนะคะ คือตอนแรกไม่ทราบเลย เสร็จแล้วก็เจอน้อง อึ้งมั๊ยก็โอเคคะไม่มีปัญหา การเข้าฉากร่วมกันก็ยังไม่ทราบคะ เพราะเจอกันก็แค่ในการบวงสรวง แต่ถ้าเจอกันเราก็ต้องทำงาน เรี่องส่วนตัวเราก็ต้องแยกเอาไว้ เราเป็นอาชีพนักแสดงเราก็ต้องเป็นนักแสดง” 
 
 ”และอีกอย่างน้องเขาก็ไม่ได้อะไร เขาก็เป็นคนน่ารักนะ เจอก็ยกมือไหว้คะ น้องบอกน้องไม่มีปัญหามาที่หลัง เราไม่เคยมาไหนกับใครเลยนะ ไม่มีปัญหาคะ ไม่ต้องเจียมคะ เพราะว่าเราก็ไปตามทางของเราแล้ว เรามีความสุขของดี ไม่มีปัญหาไม่มีเขม่นคะ ไม่มีจะไปเขม่นทำไม คนเราชีวิตใครก็ชีวิตมัน ทุกคนก็มีทางเดินเป็นของตัวเอง ประสบการณ์อะไรทุกคนก็ต้องมี” 
 
 ร้องเพลงกรวดน้ำคว่ำขันพร้อมหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี 
 “ถ้าถามว่าไม่ถึงขนาดกรวดน้ำใช่มั๊ย กรวดน้ำทุกวันเลยนะ เพราะว่าตักบาตรไง เจ้ากรรมนายเวร(ทำเสียงร้องเพลง มากรวดน้ำคว่ำขันมารักกันชาติเดียว พร้อมหัวเราะ) เรากรวดน้ำอยู่แล้ว เพราะว่าเราทำบุญ” 
 
 เผยถ้า “ป๋าต๊อบ” มาส่งสาว “ปีใหม่” ที่กองก็เจอได้ เพราะตนไม่ได้คิดอะไรแล้ว 
 ”บางวันที่ป๋าต๊อบมารับมาส่งที่กองก็ไม่เป็นไรเพราะว่าเขาเป็นแฟนกัน เขาก็ต้องมารับมาส่งอยู่แล้ว ถ้าสมมุติเรามีแฟน ก็คงต้องมารับแฟนเพราะว่าเราก็ไม่อยากให้แฟนเราลำบากลำบน เจอก็เจอได้ เพราะว่าเราก็เฉยๆ เพราะว่าเราสายตาไม่ดี มองอะไรไม่ค่อยเห็น ถ้าเจอกันจะๆ ก็คุยกันได้ไม่ได้มีอะไร ถ้าไม่จะก็แล้วแต่สถานการณ์ เพราะว่าเราก็ไม่อยากอะไร ต่างคนต่างอะไรกันไปแล้วคะ” 
 
 ”ตอนนี้ไม่ได้คุยกันเลยคะ ไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่แยกไป ไม่เจอก็เฉยๆ แต่ถ้าเจอที่กองเขาเป็นมารยาทดี ถ้าเขามารยาทดีเขาก็คงเดินเข้ามาคุย เราก็เป็นคนพ่อแม่สอนมาดีเราก็คุยนะ” 
 
 พร้อมอวยส่ง ขอให้มีความสุข “เขาเลื่อนแต่งเหรอคะ(หัวเราะ) ก็ขอให้มีความสุขค่ะ” 

 

บอย เผยเหตุห่างคอนเสิร์ตเพราะกลัวคนเอียน ไม่เกี่ยวกับคบ เจี๊ยบ แล้ว เจ๊ฉอด ไม่ป้อนงาน

January 27, 2010

     

 

 

 

บอย พีชเมกเกอร์ เผยที่หายไป 5 ปีเพราะกลัวคนฟังเอียน ยันงานน้อยไม่เกี่ยวกับคบ เจี๊ยบ แล้ว เจ๊ฉอด ไม่ป้อนงาน เผยปลายปีเตรียมจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว พร้อมเตรียมสร้างบ้านอยู่ใกล้เจี๊ยบ 
 
 หายหน้าไปหลายปีเลยทีเดียวสำหรับ บอย พีชเมกเกอร์ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยได้ชื่อว่าเป็นลูกรักของ เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา มีงานคอนเสิร์ตให้เล่นไม่ขาดสาย แต่ล่าสุดบอยก็กลับมาทวงบัลลังค์ลูกรักอีกครั้งประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว PLAY BOY CONCERT BY BOY PEACEMAER ภายใต้การสนับสนุนของเอไทม์เจ้าเก่า 
 
 สำหรับคอนเสิร์ตนี้ก็ห่างจากครั้งที่แล้วประมาณ 4 ปีกว่าๆ ครั้งที่แล้วรู้สึกจะเป็นพาโนราม่าคอนเสิร์ต ตอนนั้นยังไม่ได้ออกอัลบั้มเดี่ยว ตอนนั้นน่าจะสักปี 2005 น่าจะสัก 5 ปีพอดีครับ แต่หลังจากนั้นก็จะมีขึ้นคอนเสิร์ตกับทางเอไทม์บ้าง มีคอนเสิร์ตของพี่นิ่ม สีฟ้าบ้าง เป็นแขกรับเชิญบ้าง ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้ห่างหายจากเอไทม์ไปสักเท่าไหร่ ก็ยังทำกิจกรรมร่วมกัน ทั้งกิจกรรมในส่วนของคลื่นวิทยุต่างๆ อยู่ด้วยครับ 
 
 คนจะมองว่าเป็นลูกรักตกกระป๋องมั้ย มันแล้วแต่คนจะคิดนะครับ แต่ตัวผมเองไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะว่าระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านไป เราก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และได้ขึ้นคอนเสิร์ตเรื่อยๆ อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าหายไป 5 ปีแล้วไม่ได้มีงานเลย มันก็ยังมีงานอยู่เรื่อยๆ แล้วทางเอไทม์ก็เรียกใช้บริการเราอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ซึ่งกับที่ว่าผมไม่ได้เป็นลูกรักพี่ฉอด จริงๆ แล้วผมว่าการทำงานของคนเรามันต้องมีการเลี่ยน การเอียนบ้าง ถ้าเกิดเป็นเราตลอดผมว่าคนดูก็คงจะรู้สึกเอียนบ้าง วันนึงก็คงไม่มาดูแล้ว แต่ก็มีเว้นวรรคให้ได้รู้สึกว่าเอ๊ะเริ่มอยากดูแล้ว ตัวผมเองถ้าให้ผมมีคอนเสิร์ตเดี่ยวๆ บ่อยๆ ตัวคนเล่นเองผมเชื่อว่าก็จะรู้สึกไม่อินมากกับคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองสักเท่าไหร่ ก็จะมีช่วงเว้นบ้าง 
 
 ปัดไม่เคยมีปัญหากับ เจ๊ฉอด ตามข่าว และไม่เกี่ยวกับที่ตนคบกับดาราสาว เจี๊ยบ พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ทำให้ความเอ็นดูลดลง 
 ผมไม่เคยมีปัญหาอะไรกับพี่ฉอดเลยครับ ข่าวไม่จริงเลย เพราะยังเจอกับพี่ฉอดอยู่ตลอด แล้วไปที่เอไทม์ก็ยังแวะเข้าไปสวัสดีแกตลอด ถ้าเกิดว่ามีปัญหาปีที่แล้วก็คงไม่มีโอกาสไปขึ้นคอนเสิร์ตของพี่นิ่มใช่มั้ยครับ ความจริงแล้วไม่เลยครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเจี๊ยบด้วยครับ ถ้าเกิดคนคิดว่าผมมีเจี๊ยบแล้วพี่ฉอดไม่รัก ไม่เอ็นดูคือมันเสียถึงพี่ฉอดเลย ผมว่าไม่ดีมากๆ เพราะว่าพี่ฉอดเป็นผู้ใหญ่พอ และผมเชื่อว่าพี่ฉอดเป็นคนที่มีคนต้องทำงานด้วยเยอะมาก ถ้าจะมาคิดแบบนี้ผมว่าไม่ยุติธรรมสำหรับตัวพี่ฉอดนะครับ ตัวเราเองมีหน้าที่ทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด 
 
 ส่วนทางพี่ฉอดหรือทางเอไทม์เรียกใช้งาน ผมว่าอยู่ที่ผลงานมากกว่า ถ้าช่วงที่เราได้รับมอบหมายทำหน้าที่มาเราก็ทำตรงนั้นให้เต็มที่ ถ้าเขาเห็นผลงานดีเขาก็เรียกมาใช้อีกครับ กับพี่ฉอดก็ยังดีครับ เมื่อกี้ยังยืนเม้าท์กันอยู่ อย่างที่พี่ฉอดบอกว่ายังไม่ถึงคอนเสิร์ตเลยยังมาถามอะไรเยอะแยะ คือไอเดียผมตอนนี้มันเยอะมาก เพราะคอนเสิร์ตนี้ผมเตรียมงานมานาน แล้วก็จะถามตลอดว่าพี่ฉอดตรงนี้ ตรงนั้นทำยังไงดีก็ยังถามแกอยู่ พี่ฉอดก็หันมาบอกว่านี่คอนเสิร์ตมันเดือน 10(หัวเราะ) จะรีบเตรียมไปไหน ไม่ได้มีขัดเคืองอะไรกันเลยครับ 
 
 ส่วนความสัมพันธ์กับสาว เจี๊ยบ ที่คบมากว่า 5 ปีแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร และไม่กลัวอาถรรพ์เพราะยังคุยกันอยู่ตลอดเกือบตลอดเวลา 
 กับเจี๊ยบก็ดีครับ เรื่อยๆ เรื่องการแต่งงานมันเป็นเรื่องของเวลามากกว่า ถ้าเรารีบเร่งเร็วไปก็ไม่ได้เจอกันอยู่ดี เพราะต่างคนก็ยังต้องทำงานกันอยู่ ผมก็ทำงานทางสายดนตรี เขาก็เป็นเรื่องของการแสดง เวลาที่เจอกันมันก็ค่อนข้างจะน้อย แต่ก็มีการคุยกันบ้างครับ แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของเวลา ถ้าเกิดแต่งไปแล้วไม่ได้อยู่ด้วยกันมันก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน 
 
 ตอนนี้คบกันเข้าปีที่ 5 แล้วครับไม่ได้รู้สึกกลัวเรื่องอาถรรพ์ เพราะว่าทุกวันเราก็จะถามไถ่กันเสมอ คือเวลาที่ไม่ได้เจอกันก็ไม่รู้สึกว่ามันห่างกัน รู้สึกว่าเราก็ยังมีการสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ไม่ค่อยมีข่าวคงเพราะเราไม่ค่อยได้ออกสื่อด้วยกันมากกว่า คือไม่ค่อยได้มีภาพว่ามางานด้วยกันก็เลยอาจจะมีคนเข้าใจว่าเลิกกันหรือเปล่า 
 
 ถ้าถามว่าแพลนงานแต่งไว้มั้ย คือถ้าจะเป็นเดือนไหน เมื่อไหร่นี่ยังไม่ได้แพลนนะครับ คือเราไม่อยากจะไปผูกมัดด้วยคำพูดแบบนี้ แต่ผมเชื่อว่าในใจถ้าพร้อมทั้งคู่ตรงนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อยู่แล้วเรื่องแพลนเรื่องอะไร แต่มีการคุยกันว่าถ้าพร้อมนะ ให้เขาดูแลที่บ้านเขาจนเรียบร้อย เราดูแลที่บ้านเราจนทุกอย่างพร้อมแล้ว ให้เราบริหารเวลาของทั้งคู่ได้ ตรงนี้ก็คงไม่มีปัญหา 
 
 เรื่องเรือนหอ จริงๆ แล้วอย่าไปเรียกว่ามันเป็นเรือนหอเลยครับ คือเขาเองกำลังจะหาซื้อบ้านให้คุณแม่ และตัวผมเองก็อยากจะสร้างบ้านขึ้นมา ก็เป็นโปรเจ็คนึง แต่บ้านใครบ้านมันครับ ยังไม่ได้สร้างร่วมกัน เขาก็อยากซื้อบ้านให้คุณแม่ก่อน ไม่งั้นมันก็คงดูเป็นลูกที่ไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่ ถ้าอยู่ดีๆ ไปซื้อบ้านเองยังไม่ซื้อบ้านให้คุณแม่เลย แต่ถ้าซื้อก็คงพยายามดูให้มันอยู่ในโลเกชั่นที่มันใกล้ๆ กันไว้ เวลาไปมาหาสู่กันมันจะได้ไม่ลำบาก ก็พยายามช่วยกันดูครับ 

 

แท่ง นับวันรอ หมดดูทักได้เนื้อคู่เป็นแม่ม่าย

January 27, 2010

 

 

แท่ง เผยหมอดูทักมีเนื้อคู่เป็นแม่ม่าย เจ้าตัวไม่ซีเรียสบอกเป็นข้อดีที่เคยผ่านชีวิตครอบครัวมาแล้ว ต่อไปจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาดอีก ปัดที่ผ่านมาหวงโสดเลยไม่มีแฟน ยันยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน 
 
 ครองโสดไม่ยอมมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักทีสำหรับพระเอกหนุ่ม แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็เปิดเผยกับผู้สื่อขาวด้วยตัวเองว่า ช่วงต้นปีตนได้มีโอกาสไปตรวจดวงชะตากับหมอดู ซึ่งหมอดูก็ทำนายว่าจะมีคู่ในปีนี้เป็นแม่ม่าย 
 
 หัวใจตอนนี้ก็เต้นปกติดีครับ ตอนนี้ก็กำลังดูที่หมอดูเขาทายครับว่าเดี๋ยวจะเจอเนื้อคู่ แต่เป็นแม่ม่าย(หัวเราะ) นี่ผมก็เริ่มนับตั้งแต่เดือนมกราคมมา ปีใหม่ก็เริ่มนับแล้ว จริงๆ เชื่อเรื่องนี้มั้ยก็ไม่รู้สินะ คุณหมอแต่ละท่านก็มีวิชา แต่ละท่านก็มีตำราน่าจะมีสถิติอะไรที่ใกล้เคียง แต่เราก็รอดู เพราะส่วนใหญ่เรื่องที่ทำนายจะเป็นเรื่องของอนาคตเราก็ต้องรอดู 
 
 สเปคของผมเมื่อก่อนต้องอ่อนกว่าหรือยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไงก็ต้องอ่อนกว่า แต่ถ้าเป็นคู่กัน หรือเรารู้สึกดีมาก ถูกใจชอบ คงไม่มีกฎเกณฑ์อะไร แต่ถ้าได้แม่ม่ายจริงๆ ก็ดีครับ แม่ม่ายก็คงน่ารักดี เขาคงเป็นคนที่มีชีวิตที่ผ่านหลักสูตรอะไรมา แล้วก็รู้ว่าควรดำเนินชีวิตยังไงถ้ามันเกิดอะไรที่ผิดพลาด เขาคงรู้วิธีว่าควรจะแก้ไขยังไง ยืดหยุ่นกับเรื่องอะไรบ้าง 
 
 ปัดหวงโสดเลยไม่มีแฟน เพื่อนๆ ก็พยายามหาคู่ให้ แต่ยังไม่คิดแต่งงาน 
 ผมก็ไม่ได้หวงชีวิตโสดอะไรหรอกครับ แต่มันยังไม่โอเค ยังไม่เจอ ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกมาก แต่กลัวมากขึ้นมั้งครับ พอยิ่งอายุมากขึ้นเราก็ยิ่งเกิดความกลัวขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกดดันขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าผ่านไปนานแล้วจะรีบ แต่เรายิ่งกังวลขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้กังวลเรื่องต่อไป จะทำยังไง หน้าที่ใหม่ เราจะทำตัว วางตัวยังไง เพราะมันเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ ผมก็เป็นคนกลัวแบบนี้ บางคนเค้าไม่กลัว ลุยเองลองเลย แต่ผมเป็นคนกลัว ข้างหน้ามืดๆ จะเดินไปทำไม โดดบันจี้จัมพ์จะโดดไปเอาอะไร 
 
 อย่างที่ผ่านมาก็ทุกคนก็พยายามจับคู่ให้ผมนะ ก็มีแม่สื่อแนะนำให้รู้จักน้องคนหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังเจอเขาอยู่ครับ น้องเขาก็น่ารักดี แต่ก็ยังไม่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวก็แค่แอบดู ยิ่งเขาดูน่ารักเรียบร้อย ยิ่งทำให้เขินไม่กล้าพูดกับเขา คือผมเวลาจะทำอะไรก็จะเอาจริงเอาจัง แต่ไม่ได้เรื่องหรอกนะครับ เก่งแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เขาเป็นสาวในวงการมั้ยก็เฉียดๆ ครับ อาจจะใกล้ตัวอยู่บ้าง แต่เขาไม่ใช่แฟนผมนะ แค่มีคนแนะนำให้รู้จักกัน เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด ปีนี้มีหมอดูเขาแนะนำเรื่องผู้หญิงของผมหลายเรื่อง แต่ผมเองก็ไมได้คิดว่าจะๆได้แต่งงานเลยหรอกนะครับ เคยแต่คิดว่าถ้าจะแต่งงานจะแต่งแบบไหน อยากแต่งในเรือ 

 

“คิมกีบอม” เผยสาเหตุไม่ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆซูเปอร์จูเนียร์

January 27, 2010

 

 

เรียกได้ว่าเป็นสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์ที่หายหน้าหายตาไปมากที่สุดของวงเลยทีเดียว สำหรับ”คิมกีบอม” ที่ทำเอาเหล่าสาวกแฟนคลับตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าอาจจะออกจากวงไปแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวยอมเผยเหตุผลที่หายหน้าหายตาเป็นที่เรียบร้อย 
 
 โดยงานนี้ คิมกีบอม หนึ่งในสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดปากเป็นครั้งแรก หลังแฟนๆออกอาการผิดหวังที่เขาไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมโปรโมทอัลบั้ม Sorry Sorry รวมถึงขึ้นคอนเสิร์ตเอเชียนทัวร์ งานนี้เจ้าตัวได้ให้คำตอบว่า “ผมไม่เสียใจที่ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในวงเพราะผมหันไปมุ่งมั่นเรื่องงานแสดง” 
 
 คีบอมเปิดตัวเป็นนักแสดงเมื่อปี 2004 และเป็นนักร้องในปี 2005 ซึ่งเรียกได้ว่าเขาเป็นนักแสดงนานกว่าเป็นสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์เสียอีก โดยเขามีฐานะเป็นสมาชิกวงซูเปอร์จูเนียร์และทำกิจกรรมในฐานะสมาชิกวงมาเป็นเวลานาน 6 ปี จนเมื่อเขาไม่ปรากฏตัวร่วมโปรโมทอัลบั้มที่ 3 ของพวกเขาอย่าง Sorry Sorry เหล่าแฟนคลับก็เริ่มเกิดคำถามขึ้นมามากมายว่าเขาถูกถอดออกจากวงแล้วหรือไม่ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวอธิบายว่าแม้เขาจะไม่ได้ปรากฏตัวบนเวทีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซูเปอร์จูเนียร์แล้ว 
 
 ”เพราะว่าผมไม่ได้ขึ้นเวทีบ่อย ผู้คนก็เลยพูดกันว่าผมเป็นสมาชิกวงที่ไร้ตัวตนของซูเปอร์จูเนียร์ จริงๆแล้วผมกำลังพุ่งความสนใจไปที่เรื่องงานแสดงดังนั้นผมเลยดูเหมือนเป็นบุคคลลึกลับ” 
 
 และเมื่อถูกถามถึงความฝันในอนาคตของเขาเจ้าตัวตอบว่า “ผมอยากเป็นคนดี เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ และแน่นอนผมอยากเป็นนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ ผมดูแบบอย่างจากซองคังโฮ, ซุลคยองกู และ ชอยมินชิคครับ” 

 

“สตีวีจี” เชื่อหงส์แนวโน้มดีมีลุ้นท้อปโฟร์

January 27, 2010

เจอร์ราร์ด

 สตีเวน เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์กัปตันทีม ลิเวอร์พูล ขอมองในแง่ดีแม้นัดล่าสุดทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 โดยเชื่อว่า “หงส์แดง” กำลังมีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการไม่แพ้ใครในเกมลีกมา 5 นัดติดต่อกันและจะสามารถจบฤดูกาล 4 อันดับแรกของตารางได้ พร้อมเผยรู้สึกยินดีที่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง 
 
 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสเก็บสามคะแนนเต็มในเกมพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่บุกไปเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 ทำให้รั้งอันดับ 5 ของตาราง มีคะแนนตามหลัง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนน 
 
 อย่างไรก็ตาม เจอร์ราร์ด มั่นใจ “หงส์แดง” จะสามารถคว้าตั๋วลุยยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า “ผลการแข่งขันนัดล่าสุดน่าผิดหวัง แต่มันเป็นเกมที่ยากอีกนัดหนึ่ง วูล์ฟส์ตั้งรับได้ดีและสภาพสนามทำให้ยากต่อการผ่านบอล” 
 
 ”เราพอใจกับการเล่นเกมรับของทีม นั้นเป็นเกมนัดที่ 4 หรือ 5 ที่เราไม่แพ้ใคร ตอนนี้เราเป็นทีมที่แพ้ยากมากขึ้น หากเป็นช่วงต้นฤดูกาล เราน่าแพ้ 1-0 แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนไปแล้ว” มิดฟิลด์วัย 29 ปีกล่าวต่อ “เราจะสู้ต่อไปเพื่อคว้าอันดับ 4 หากเราสามารถรักษาจุดเปลี่ยนของช่วงเวลานี้ไว้ต่อไปและเก็บคะแนนให้มากที่สุด เราจะทำได้สำเร็จ หากเราสู้ต่อไปและมีแนวรับเช่นเดียวกับที่ผ่านมา เราจะได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการ” 
 
 นอกจากนี้ เจอร์ราร์ด ยังรู้สึกยินดีที่ตนกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หลังหายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าและไม่มีปัญหาใดเมื่อลงสนามครบ 90 นาทีเต็ม “มันเยี่ยมมากที่กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง หมอบอกว่าผมต้องพัก 2 หรือ 3 สัปดาห์ในตอนนี้รับการสแกน แต่ผมหายเจ็บอย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหาในการลงสนามเกมที่ผ่านมา ผมมีความสุขจริงๆและตั้งตารอการลงสนามเกมต่อไป” 
 

“ฉลาม” เมินถูกยกม้ามืด ลั่นทวงแชมป์ไทยลีกคืน

January 27, 2010

ทัพนักเตะ ชลบุรี

 ASTVผู้จัดการรายวัน – “เดอะ มาสเตอร์” จเด็ด มีลาภ กุนซือทีม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์ไทยลีก เผยไม่หวั่นถูกบรรดาเกจิจากหลายสำนักออกมาฟันธงเป็นได้เพียงแค่ “ม้ามืด” ในการลุ้นแชมป์ฤดูกาล 2010 ยืนยันเป้าหมายมีอย่างเดียวคือถ้วยรางวัลเท่านั้น 
 
  หลังจากที่ทีม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี สโมสรดังจากภาคตะวันออก ต้องเข้าป้ายในตำแหน่งรองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกมา 2 ฤดูกาลติดกัน ซึ่งในฤดูกาล 2010 ที่เกมลีกสูงสุดของแดนสยามจะเริ่มกลับมาฟาดแข้งในเดือนมีนาคมนี้ รองแชมป์เก่าก็ยังถูกบรรดาเกจิลูกหนังสำนักต่างๆ มองว่าความสามารถของผู้เล่นเป็นรองทีมเต็งอย่าง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า และ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่เสริมทัพได้น่ากลัวในช่วงปิดฤดูกาล 
 
  อย่างไรก็ตาม “เดอะ มาสเตอร์” จเด็ด มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอนที่กลับมาร่วมงานกับ “ฉลามชล” อีกครั้ง ยืนยันว่าไม่รู้สึกหนักใจกับคำทำนายทั้งหลายแต่อย่างใด “สื่อมวลชนเขาก็มีหน้าที่รายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหว รวมถึงอาจจะทำนายอนาคตไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากว่าเขาบอกว่าเราไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์ ผมก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร เพราะทราบดีว่าเป็นหน้าที่ของสื่อ ส่วนหน้าที่การทำทีมให้ไปสู่จุดหมายเป็นหน้าที่ของผม และผู้เล่น ชลบุรี เอฟซี ทุกคน ดังนั้นเราก็จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายอย่างเดียวที่ต้องการคือ แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก” 
 
  ขณะเดียวกันอดีตกุนซือทีม พัทยา ยูไนเต็ด ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า “แต่การที่สื่อยกให้เราเป็นม้ามืดนั้นผมมองว่าเป็นเรื่องดีกับสภาพจิตใจผู้เล่นในทีมที่จะไม่กดดันในการไล่ล่าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกที่เราพลาดหวังมาใน 2 ฤดูกาลล่าสุด ซึ่งถึงวันนี้แล้วผมยังมั่นใจในศักยภาพของทีมว่ามีดีพอ เนื่องจากเกือบทุกตำแหน่งในทีมลงตัวหมดแล้ว เหลือเพียงตำแหน่งกองหน้าที่อาจจะยังเป็นปัญหาให้ต้องปรับจูนกัน แต่เราก็เตรียมแก้ให้ตรงจุดด้วยการมองหน้าศูนย์หน้าฝีเท้าดี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้เล่นชาวต่างชาติมาเสริมทีมต่อไป” 
 
  ทั้งนี้กุนซือ “ฉลามชล” ยังยอมรับด้วยว่าคู่แข่งในการแย่งแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2010 นอกจากทีม เมืองทองฯ แชมป์เก่า และ บางกอกกล๊าส เอฟซี แล้วยังมีอีกหลายทีมที่มีมาตรฐานดีไม่แพ้กัน “ต้องยอมรับว่าฟุตบอลลีกในฤดูกาลที่จะถึงนี้มีหลายทีมที่น่ากลัวไม่ว่าจะแชมป์เก่า หรือว่า บีจี รวมทั้งยังมีทีมที่เล่นได้ดีอย่าง การท่าเรือไทย เอฟซี และ บีอีซี เทโรศาสน ที่น่าเกรงขามเช่นกัน ดังนั้นเชื่อว่าการลุ้นแชมป์จะเปิดกว้างอย่างแน่นอน” 
 

แย้ม ไทยลีก 2010 ยิงสดฟรีทีวีทุกนัด

January 27, 2010

   

 

บรรยากาศภายในห้องประชุม

 

 

 

ดร. วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานไทยพรีเมียร์ลีก ออกมาเผยข่าวดีให้แฟนฟุตบอลไทยได้ชื่นใจ เมื่อเผยว่าเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก เวลานี้ใกล้ได้ข้อสรุปเต็มแก่แล้วโดย ช่อง 7, 9, 11และ ทีวีไทย จะเป็นผู้ร่วมกันถ่ายทอดสดให้แฟนบอลได้ชมเกมกันทุกนัด ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังเผยไอเดียสุดบรรเจิด เตรียมนำเพลงกีฬาในตำนานอย่าง “กราวกีฬา” มาเปิดก่อนเกมในฤดูกาล 2010 พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวโลโกใหม่ เชื่ออีกไม่เกิน 2 ปี ไทยลีกจะมีมาตรฐานตรงตามเงื่อนไขของ “เอเอฟซี” ทุกประการแน่ 
 
 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 มกราคม ณ ห้องประชุม สมาคมฟุตบอลฯ สนามกีฬาแห่งชาติ ดร. วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานไทยพรีเมียร์ลีก พร้อมตัวแทนทั้ง 16 สโมสร มาพูดคุยพร้อมถกปัญหา และมาตรการต่างๆในฤดูกาล 2010 ที่กำลังจะมาถึงนี้เพื่อให้ไทยลีกยกระดับมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดย “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาฯ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ “เสี่ยง้วน” ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ผู้ช่วยเลขาฯ ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยด้วย 
 
 โดยเป็นการตกลงเพื่อให้แต่ละสโมสรทำตามลีกสากล และเงื่อนไข สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) มากยิ่งขึ้น ตามหัวข้อต่างๆที่น่าสนใจดังนี้ 
 การบริหาร ไฟสนามของแต่ละสนามต้องปรับเปลี่ยนให้ 600 ลักซ์ขึ้นไป ,ฤดูกาลหน้าจะเริ่มมีการสุ่มตรวจโด๊ป, แฟนบอลที่นำกลองหรือ แตร เข้ามาในสนามห้ามนำมาเป่าหรือตีบริเวณใกล้โซนวีไอพี, เครื่องดื่มประเภท เหล้า และ เบียร์ หากนำเข้าไปจะต้องใส่ถุงพลาสติกเท่านั้น ส่วนบุหรี่ ต้องไปสูบในพื้นที่ที่กำหนดไว้ หรือที่ปลอดคนจำนวนหมู่มาก ปิดท้ายด้วย จะต้องไม่มีเหตุการณ์สมยอมกัน หรือล้มบอล เกิดขึ้นเป็นอันขาด 
 สโมสร ผู้เล่นต้องมีสัญญากับสโมสรเป็นลายลักษณ์อักษรทุกคน, ป้ายเปลี่ยนตัวอีเล็กโทรนิก ทางบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จะดำเนินการจัดซื้อให้ทุกสโมสร รวมถึงระดับ ด.1 และห้ามผู้บริหารของทีมทุกคนครอบครองทีมเดียวกัน 2 สโมสรเด็ดขาด รวมไปถึงบรรดาทีมสต๊าฟโค้ชด้วย 
 
 โดย ดร.ลูกหนัง ยังเอ่ยถึงลีกสำรองที่เตรียมเริ่มจัดในฤดูกาลถัดไป “ผมยืนยันได้เลยว่ามีแน่สำหรับลีกสำรอง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แจ้งเกิดในเวทีนี้ ซึ่งเวลานี้มีกว่า 10 ทีมที่ตอบรับเข้ามาเรียบร้อยแล้ว โดยจะจัดแข่งแบบโซน อาทิทีมพัทยา ราชนาวีระยอง ชลบุรี ศรีราชา อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน อย่างไรก็ตามทางไทยพรีเมียร์ลีก กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะนำทีมจากดิวิชั่น 1 เข้ามาร่วมด้วยหรือไม่ เพราะยังเห็นว่ามีทีมลงทะเบียนเข้ามาน้อยอยู่ 
 
 นอกจากนี้ภายในงานประชุม ยังถือฤกษ์เปิดตัวโลโก บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก เวอร์ชั่นใหม่ซึ่งจะใช้ติดบริเวณแขนเสื้อของทุกสโมสรในฤดูกาลที่จะถึงนี้เป็นต้นไป พร้อมอธิบายที่มาของ โลโกดังกล่าวว่า “ตัวโล่และมงกฏแสดงถึงความเกรียงไกร ดาวที่อยู่รอบๆนั้นหมายถึงทีมทั้ง 16 ในลีกมีลายกนกแสดงถึงความเป็นไทย และลูกบอลลายสีขาวแสดงถึงความโปร่งใส” 
 
 พร้อมกันนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของการประชุมอยู่ที่การเสนอไอเดีย ยกเลิกการถือธงแฟร์เพลย์ และเพลง โดยจะให้เปิดเพลงระดับตำนานของวงการกีฬาไทยอย่าง ‘กราวกีฬา’ ที่ประพันธ์คำร้องโดย ครูเทพ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2437ก่อนเริ่มการแข่งขันทุกนัด โดยเจ้าตัวมองว่าเพลงนี้มีเนื้อหาดีมาก และเป็นมรดกรุ่นปู่ที่สืบทอดกันมา แต่ปัจจุบันแทบไม่มีใครนำเพลงนี้มาเปิดเท่าไหร่ ขณะเดียวกัน ธารา พฤกษ์ชะอุ่มก็ได้เสนอว่า เห็นควร แต่อาจต้องเปลี่ยนทำนองให้ทันสมัยมากขึ้น 
 
 สำหรับเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ยังไม่ลงตัวในขณะนี้นั้น ดร. วิชิต ได้พูดถึงความคืบหน้าถึงเรื่องดังกล่าวว่า “เวลานี้มีที 4 เจ้านำโดย ช่อง 7, 9, 11, ทีวีไทย ที่กำลังเจรจากันอยู่กับบริษัทสยามสปอร์ตฯ ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์อยู่ ซึ่งคาดว่าไม่เกินสุดสัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป แต่ผมบอกได้เลยว่าแฟนบอลจะได้ดูกันทุกสัปดาห์แน่ 
 
 ทั้งนี้ วันที่ 12 ก.พ. บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก เตรียมเรียกตัวแทนของแต่ละสโมสร พร้อมหัวหน้าแฟนคลับ มาตกลงมาตรการต่างๆเพิ่มเติมร่วมกันอีกครั้ง ส่วนในวันที่ 19 ก.พ. จะเป็นคิวของสโมสรระดับดิวิชั่น 1 

 

มิลานขวางทีมผู้ดียัน “ฮุนเตลาร์” ไม่ย้ายช่วงปีใหม่

January 27, 2010

อนาคต “ฮุนเตลาร์” จะลงเอยที่ใด ?

 เอซี มิลาน รองจ่าฝูงกัลโช เซเรีย อา อิตาลี จัดการหักอกบรรดาทีมจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการประกาศว่า คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ดาวยิงชาวดัตช์จะไม่ย้ายไปไหนในช่วงเปิดตลาดนักเตะปีใหม่นี้ 
 
  ฮันเตอร์ ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมปิศาจแดง-ดำได้ ทำให้เล็งย้ายออกจากถิ่นซาน ซิโร ในรูปแบบยืมตัว เพื่อรักษาโควตาในทีมชาติฮอลแลนด์ ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้กลางปีนี้ โดยมีหลายทีมจากลีกผู้ดีอย่าง เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ รวมถึง อาร์เซนอล ที่ให้ความสนใจ 
 
  ทว่าล่าสุด อาเรียโด ไบรดา ผู้อำนวยการทั่วไปของรอสโซเนรีออกมาขัดขวางด้วยการประกาศผ่านเว็บไซต์ tuttomercatowebว่า ฮุนเตลาร์ จะอยู่ที่นี่ต่อไป การติดต่อเจรจาทั้งหลายจะไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องอาร์เซนอลเหรอ ? ลืมไปได้เลย เพราะผมจะย้ำอีกรอบว่านักเตะยังคงอยู่กับ มิลาน 
 
  อย่างไรก็ตาม อาร์โนลด์ ออสเตอร์เฟียร์ เอเยนต์ส่วนตัวของอดีตดาวเตะอาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม กล่าวแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เป้าหมายแรกของเขาคือการได้ลงเล่นให้ มิลาน มากขึ้น เพื่อมีส่วนร่วมกับทีมในการไล่ล่าแชมป์ หรือไม่ก็เล่นกับทีมอื่นในอิตาลี หรือย้ายไปเล่นที่เยอรมนีหรืออาจจะเป็นที่อังกฤษ 
 

“ซาลูซี่” มอบสิทธิ์ร่วมทดสอบ Battlefield : Bad Company 2

January 27, 2010

 “ซาลูซี่” มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าเกมซีรี่ส์สงครามชื่อดัง Battlefield : Bad Company 2 เวอร์ชันสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายของบริษัทซาลูซี่ โดยจะได้รับสิทธิ์ร่วมทดลองเกมเวอร์ชันเบต้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2553 เป็นต้นไป 
 
 Battlefield : Bad Company 2 Limited Edition จะวางจำหน่ายในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2553 ในราคา 1,199 บาท (มีวางจำหน่ายราคาเดียวเท่านั้น ผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าจะได้รับเกมในวันวางจำหน่าย) ภายในแพ็คเกจลิมิเต็ดอิดิชั่น ผู้ซื้อจะได้รับการปลดล็อค 4 คุณสมบัติพิเศษสำหรับพาหนะ + อาวุธสุดคลาสสิกอีก 2 ชนิดจาก Battlefield 1943 
 
 4 คุณสมบัติพิเศษสำหรับพาหนะที่ถูกปลดล็อค มีดังนี้ 
 
 1. เกราะพาหนะที่พัฒนาขึ้น – เกราะพิเศษจะถูกติดตั้งบนพาหนะทุกชนิดเพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากระเบิดและหัวรบเจาะเกราะต่างๆ ช่วยเพิ่มโอกาสรอดให้กับพาหนะเป็นอย่างมาก 
 2. อาวุธพิเศษสำหรับพาหนะ – เพิ่มการติดตั้งอาวุธในตำแหน่งพลขับของพาหนะยานเกราะทั้งหมด ช่วยเพิ่มพิสัยการยิงที่พาหนะสามารถต่อสู้และทำลายได้เป็นอย่างมาก 
 3. ตัวตรวจจับความเคลื่อนไหวบนพาหนะ – เซนเซอร์พิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจะช่วยให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของศัตรู ที่เข้ามาใกล้พาหนะได้ 
 4. ปืนลูกดอกติดตามเป้าหมาย – เมื่อถูกยิงด้วยอากาศที่อัดไว้ แม่เหล็กบนลูกดอกจะติดกับพื้นผิวของพาหนะทุกชนิด ทำให้ฝ่ายเดียวกันสามารถยิงจรวดโดยล็อคเป้ามาที่ลูกดอกและติดตามเป้าหมายที่ เคลื่อนที่ได้แม้ว่าจะอยู่นอกระยะมองเห็นก็ตาม 
 
 อาวุธสุดคลาสสิก 2 ชนิดจาก Battlefield 1943 
 
 ปืนกลเล็ก M1A1 – ปืนชนิดนี้นิยมใช้กันมากในหน่วยพลร่มและหน่วยคอมมานโดเมื่อสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เนื่องจากอัตราการยิงและอำนาจการหยุดยั้งที่ดี ทุกวันนี้ M1A1 ยังคงถูกพบเห็นได้ในมือของกองกำลังรบพลเรือนบางแห่ง แม้จะมีน้ำหนักมากแต่ด้วยประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ก็ทำให้อาวุธสุด คลาสสิกชนิดนี้มีอานุภาพมากเมื่ออยู่ในมือของผู้ที่ผ่านการรบมาอย่างโชกโชน 
 
 ปืนพก M1911 – ถูกนำมาใช้โดยกองทัพสหรัฐฯ ในปี 1911 และทำงานรับใช้ประเทศเป็นอย่างดีในสงครามโลกทั้งสองครั้ง รวมถึงสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ปืน M1911 ที่ถูกปรับแต่งพิเศษยังคงเป็นที่นิยมโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายหน่วย เนื่องจากการทำงานที่เชื่อถือได้และอำนาจการทำลายจากกระสุนขนาด .45 มม. 
 
 ข้อเสนอนี้จะหมดเขตในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2553 จำกัดการได้รับสิทธิ์หนึ่งครั้งต่อหนึ่งการสั่งซื้อที่ดำเนินการก่อนวันหมดเขตเท่านั้น 
 

โชว์แผนที่ยีนในเซลล์ยีสต์ ต้นแบบศึกษาโรคทางพันธุกรรมในคน

January 27, 2010

แผนที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนในเซลล์ของยีสต์ มีลักษณะโยงใยกันเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงกันระหว่างยีนต่างๆ ภายในเซลล์ และแสดงกลุ่มยีนที่มีบทบาทการทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน (บีบีซีนิวส์/Science)

 ทีมนักวิจัยแคนาดาพัฒนาวิธีทำแผนที่ยีนในเซลล์ยีสต์ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของยีนในเซลล์ และลักษณะภายนอกที่ปรากฏให้เห็น หวังพัฒนาสู่แผนที่ยีนในเซลล์มนุษย์ เป็นแนวทางใหม่ใช้ศึกษาโรคที่เกิดจากพันธุกรรมบกพร่อง และพัฒนายาใหม่ให้รักษาได้ตรงจุดยิ่งขึ้น 
 
 จีโนมเว็บนิวส์เปิดเผยว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) แคนาดา ได้นำข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างยีนในเซลล์ของยีสต์ ที่ได้จากการศึกษาทดลอง มาพัฒนาเป็นแผนที่ยีนในเซลล์ยีสต์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันของแต่ละยีนภายในเซลล์ และส่งผลถึงลักษณะภายนอกที่ปรากฏออกมา ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารไซน์ (Science) เมื่อไม่นานมานี้ 
 
 ”แผนที่ข้อมูลทางพันธุกรรมนี้ จะเป็นต้นแบบสำหรับการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจีโนไทป์ (genotype : ลักษณะของพันธุกรรมของแต่ละบุคคล) และฟีโนไทป์ (phenotype : ลักษณะที่แสดงออกอันเป็นผลของยีนของแต่ละบุคคล) และการหาข้อสรุปหลักการโดยทั่วไปของโครงตาข่ายความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพันธุกรรม ที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งรวมถึงโรคต่างๆ ของมนุษย์ด้วย” ศ.ชาร์ลส์ บูน (Prof. Charles Boone) นักพันธุศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยโตรอนโต เขียนระบุไว้ในรายงานการวิจัย 
 
 ทั้งนี้ ยีสต์มียีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตอยู่ราว 6,000 ยีน ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยได้ศึกษาไปแล้วประมาณ 1,712 ยีน และพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างยีนได้แล้วกว่า 170,000 ความสัมพันธ์ ซึ่งได้นำมาทำเป็นแผนที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันของยีนต่างๆ โดยยีนที่มีหน้าที่สัมพันธ์กันจะถูกจัดไว้ในกลุ่มเดียวกัน และจากการทดลองพบว่ากลุ่มยีนต่างๆ เหล่านี้สามารถช่วยทำนายหน้าที่ของยีนที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่ายีนมีบทบาทอย่างไร 
 
 นอกจาก สามารถสร้างแผนที่ยีนในเซลล์ของยีสต์ได้ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทำความเข้าในถึงสาเหตุของโรคทางพันธุกรรมแล้ว ทีมวิจัยยังพบความสัมพันธ์ระหว่างยีนและสารเคมีด้วย ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหาเป้าหมายของยารักษาโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงเข้าใจกลไกของยาที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ด้วย 
 
 ทีมวิจัยหวังว่า การพัฒนาแผนที่ยีนในเซลล์ยีสต์จะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาเป็นหนังสือแผนที่ความสัมพันธ์ระหว่างยีนในเซลล์มนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ในอนาคต และช่วยแปลความหมายหน้าที่หรือบทบาทของยีนจำนวนหลายพันยีนที่มีอยู่ในเซลล์ ช่วยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลพันธุกรรมและลักษณะที่ปรากฏภายนอก เพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจกับความผิดปกติของพันธุกรรมและการเกิดโรคต่างๆ รวมทั้งการพัฒนายาและวิธีรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 
 
 ”ด้วยแผนที่เหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ยารักษาโรคได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นในอนาคต” ศ.เบรนดา แอนดรูว์ (Prof. Brenda Andrews) หนึ่งในทีมวิจัย กล่าว. 
 

ชิงปธ. สอท.มันส์หยดไม่แพ้การเมือง “ปูนใหญ่”ถอดใจ-ลอยแพ”พยุงศักดิ์”

January 27, 2010

 

 

ศึกชิงเก้าอี้ประธาน ส.อ.ท. ซัดกันมันส์หยดไม่แพ้การเมือง กลุ่มทุนใหญ่ชิงไหวชิงพริบ-เดินเกมลึกทั้งใต้ดินบนดิน ผู้บริหารปูนใหญ่ ประกาศถอดใจไม่หนุน “พยุงศักดิ์” เพราะจะพ้นสภาพพนักงานในวันที่ 1 ก.พ.นี้ “กานต์” เปิดใจ ถูกทักท้วงจากผู้ใหญ่หลายฝ่าย หวั่นเกิดปัญหา เพราะถูกโจมตีว่าส่งคนไปคุมหอการค้าด้วย 
 
 
 นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCG กล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่มปูนใหญ่ส่งคนเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2553 นี้ และเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่าง 2 กลุ่มนั้น โดยระบุว่า กลุ่มปูนใหญ่มีข้อสรุปว่าจะไม่สนับสนุนนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ผู้บริหารเครือ SCG ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัครเลือกตั้งในตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.พร้อมทั้งจะไม่โหวตคะแนนให้ เนื่องจากในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ที่จะถึงนี้ นายพยุงศักดิ์ จะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของเครือซิเมนต์ไทย 
 
 ดังนั้น หากนายพยุงศักดิ์ ยังคงประสงค์จะลงสมัครในตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ แต่การแข่งขันชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเครือซิเมนต์ไทย 
 
 โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มปูนใหญ่เคยประกาศตัวชัดเจนที่จะให้การสนับสนุนนายพยุงศักดิ์ เข้าลงชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ โดยนายกานต์ เคยตอบคำถามผู้สื่อข่าวในการแถลงผลประกอบการครั้งที่ผ่านมา โดยระบุว่า นายพยุงศักดิ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและทำงานให้กับ ส.อ.ท.มาเป็นเวลานาน 
 
 ดังนั้น เมื่อเกิดกระแสข่าวความขัดแย้ง และการโจมตีการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่ามีความไม่โปร่งใส มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง จึงเป็นที่ตั้งข้อสังเกตุว่า น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิเสธให้การสนับสนุนนายพยุงศักดิ์ดังกล่าว และตามมาด้วยการพ้นสภาพการเป็นพนักงาน 
 
 ”โดยในไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา เมื่อเอสซีจีรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมฯคนใหม่ในปีนี้ จึงมีการหารือกันในทีมว่า จะส่งตัวแทนลงสมัครหรือไม่ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีคนลงสมัครในตำแหน่งนี้เลย เอสซีจีจึงเสนอคุณพยุงศักดิ์ ในฐานะผู้บริหารของเครือลงชิงตำแหน่งนี้ แต่ก็มีเสียงทักท้วงจากหลายฝ่ายว่า ในส่วนของหอการค้าไทยฯ เองก็มีตัวแทนของเอสซีจีเข้าไปนั่งในตำแหน่งประธานหอการค้าไทยอยู่ก่อนแล้ว” 
 
 นายกานต์ ยืนยันว่า อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้บริหารของเอสซีจี นั่งในทั้งสองตำแหน่งพร้อมกัน จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาได้ จากนั้นเราจึงมาพิจารณากันว่าเราควรจะสนับสนุนคุณพยุงศักดิ์กันต่อหรือไม่ 
 
 นายกานต์ กล่าวเสริมว่า หลังจากตนได้ประกาศให้เครือเอสซีจีสนับสนุนนายพยุงศักดิ์ ลงชิงตำแหน่งนั้น ตนได้รับการทักท้วงจากคณะกรรมการบริษัท และผู้ใหญ่หลายท่าน เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานความร่วมมือของภาคธุรกิจเอกชนอีกแห่ง คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีนายดุสิต นนทะนาคร ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บริหารของเครือเอสซีจี เป็นประธานสภาคนปัจจุบัน ซึ่งถ้าเครือเอสซีจีให้การสนับสนุนนายพยุงศักดิ์ และหากได้รับเลือก อาจถูกมองว่าเป็นการครอบงำหรือมีปัญหาในการทำงานร่วมกันของหน่วยงานและภาคเอกชนในอนาคตได้ 
 
 ดังนั้น นายพยุงศักดิ์จึงแสดงความประสงค์ที่จะดำเนินการในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธาน สอท.ด้วยตนเอง และได้ขอลาออกจากการเป็นผู้บริหารของเครือเอสซีจี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป ดังนั้น เครือเอสซีจีจึงขอประกาศไม่ให้การสนับสนุน รวมทั้งการลงคะแนนให้กับนายพยุงศักดิ์อีกต่อไป 
 
 ทั้งนี้ นายกานต์ ยังกล่าวอีกว่า บุคคลที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.ทั้ง 3 คน ซึ่งรวมทั้งนายสุรพร สิมะกุลธร ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กุลธรเคอร์บี้ จำกัด (มหาชน) และนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธาน ส.อ.ท. คนปัจจุบัน และรองประธานกรรมการบริหารระดับสูง บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกัน 
 
 ส่วนการพิจารณาลงคะแนนให้กับผู้ใด หรืองดออกเสียง ทางเครือเอสซีจีจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเครือเอสซีจีพร้อมที่จะร่วมงานและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยผ่านหน่วยงานต่างๆ ต่อไป 

 

ไลท์ติ้งเฮ้าส์สบช่องอสังหาฯฟื้น เปิดเบอร์กันดีฯจับตลาดโคมไฟไฮเอ็น

January 27, 2010

 ตลาดโคมไฟหรูเริ่มคึกคักตามตลาดอสังหาฯ ไลท์ติ้งเฮ้าส์ แตกแบรนด์ใหม่ เบอร์กันดี กรองเด้ จับกลุ่มลูกค้าไฮเอ็น ทั้งงานโครงการและลูกค้าทั่วไป ปีแรกตั้งเป้ายอดขายเกือบ 500 ล้านบาท อีก 3-5 ปีเตรียมรุกตลาดต่างจังหวัด 
 
 
 นายศุภกร ทั่งสกุลทอง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ไลท์ติ้งเฮ้าส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายโคมไฟ เปิดเผยว่า ไลท์ติ้งเฮ้าส์เป็นผู้จำหน่ายโคมไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้ามาเป็นเวลากว่า 28 ปี ซึ่งตนเป็นรุ่นที่ 2 และเนื่องจากโชว์รูมไลท์ติ้งเฮ้าส์จะรวมสินค้าทุกประเภทไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับบน ทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะแยกสินค้าโคมไฟตกแต่งจากต่างประเทศภายใต้แบรนด์ เบอร์กันดี กรองเด้ 
 
 ล่าสุดได้ใช้เงินลงทุนกว่า 300 ล้านบาทสร้างโชว์รูมเบอร์กันดีฯ ซ.ทองหล่อ 10 บนเนื้อนที่ 1 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารสูง 7 ชั้น โดยชั้น 1-3 เป็นโชว์รูมแสดงสินค้า ส่วนชั้น 4-7 พัฒนาเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ม.ค.นี้ เพื่อแนะนำสินค้าให้แก่ดีไซน์เนอร์จากบริษัทต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท 
 
 ทั้งนี้ ปี 53 ถือเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งทั้งสองเป็นปัจจัยหลักให้ตลาดโคมไฟโตตามไปด้วย โดยเฉพาะงานโครงการที่อยู่ระดับบน ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านที่เริ่มเปิดตัวกันบ้างแล้ว ส่วนตลาดโรงแรมก็เช่นกันเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวมาเป็นเวลากว่า 2 ปี จนทำให้ตลาดโคมไฟชะลอตัวตามไปด้วย 
 
 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายธุรกิจเพิ่มเติมไปสู่การจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ โดยร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ของไทย ที่ทำตลาดอยู่ในประเทศสหรัฐฯมากว่า 20 ปี ภายใต้ชื่อ DellaRobbia มาจำหน่ายที่สาขาทองหล่อด้วย 
 
 ทั้งนี้ คาดว่าในปีแรกบริษัทจะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากงานโครงการ 60% และรายได้จากลูกค้าทั่วไป 40% ส่วนเป้าหมายยอดขายของไลท์ติ้งเฮ้าส์ตั้งไว้ที่ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นสาขาทองหล่อ 200 ล้านบาท และที่ย่านวัดตึก คลองถมอีก 200 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมาไลท์ติ้งเฮ้าส์มียอดขายประมาณ 350 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้น 10% จากปี 51 
 
 เป้าหมายที่ตั้งไว้อาจจะดูสูง แต่หากพิจารณาจากราคาสินค้าส่วนใหญ่เกือบ 1 ล้านบาท ถือว่าเป้าหมายที่วางไว้ไม่มากจนเกินไป เนื่องจากบริษัทยังเน้นขายให้แก่ลูกค้าโครงการเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะโรงแรมผลงานที่ผ่านมาอาทิ โรงแรมในเครือดุสิตธานี, อินเตอร์คอนติเนลตัล, คลิสตัล ดีไซน์เซ็นฟเตอร์ คอนโดมิเนียมหรู,บ้านเดี่ยวของแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, คิวเฮ้าส์และแสนสิริ เป็นต้น ซึ่งในอีก 3-4 ปีข้างหน้าบริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดหัวเมืองสำคัญ เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เพราะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจำนวนมาก นายศุภกรกล่าว 
 
 นางสาว ศุภร ทั่งสกุลทอง ผู้จัดการฝ่ายจัดหาผลิตภัณฑ์ กล่าวเสริมว่า เบอร์กันดีฯ ค่อนข้างมีจุดเด่นในเรื่องของความครบวงจรทั้งสินค้าและบริการ ซึ่งนอกจากจะมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อรองรับการตกแต่ง การใช้งานแล้ว เรายังให้คำปรึกษา คำนวณความเหมาะสม ดีไซน์ให้ลูกค้าดูได้ทันที ว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการเมื่อติดตั้งแล้วเหมาะสมหรือไม่ ควรเปลี่ยนหรือปรับในส่วนใด 
 
  ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทางบริษัทฯให้ความพิถีพิถันในการคัดเลือกเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่นำเข้าจาก อิตาลี สเปน และนอกจากสินค้าที่นำเข้ามาแล้ว เรายังรับผลิตโคมคริสตัลตามแบบที่ลูกค้าต้องการด้วยเช่นกัน โดยในส่วนนี้เราได้พันธมิตรอย่าง STRASS? Swarovski? Crystal ภายใต้ บริษัท สวารอฟสกี้ (ประเทศไทย) จำกัด และรายอื่นๆเข้ามาช่วยเสริมความโดดเด่น ซึ่งในวันศุกร์ที่ 29 ม.ค.นี้ เราจะเปิดโชว์รูมอย่างเป็นทางการ นางสาวศุภร กล่าว 
 
 นอกจากนี้ เบอร์กันดี กรองเด้ ยังมีการขยายธุรกิจออกไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ภายใต้ชื่อ The Burgundy Place โดยมีจำนวนยูนิตรวมทั้งสิ้น 27 ยูนิต แบ่งเป็นห้อง 1 Bedroom จำนวน 6 ยูนิต และ 2 Bedroom จำนวน 21 ยูนิต ราคาค่าเช่าตั้งแต่ 55,000-85,000 บาท/ห้อง/เดือน คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้ โดยเน้นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งจะทำการตลาดผ่านเอเจนซี่โดยเฉพาะ 
 

LPN-Nobleเร่งขายคอนโด ชูใกล้รถไฟฟ้า-กิมมิคราคา

January 27, 2010

 ตลาดคอนโดฯยังแข่งดุเดือด ค่ายโนเบิลฯ มาแรง เปิดตัวแคมเปญเก๋ คอนโดกลางทองหล่อ Noble Solo ผ่อนเพียง 5,010 บาท / เดือน ส่วนLPNต่อยอดทำเลย่านบางแค เปิดขาย”ลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค” 30 ม.ค.นี้ ผ่อน 2,000 บาท/เดือน 
 
 
 นาย ธงชัย บุศราพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิลดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าทางบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ Noble Solo คอนโดฯดีไซน์ต่าง ใจกลางทองหล่อ ผ่อนเพียง 5,010 บาท/เดือน เป็นเวลา 24 เดือน สำหรับ 30 ยูนิต เท่านั้น ทุกห้องตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ทันที พิเศษเมื่อซื้อก่อน มี.ค. 53 ได้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมการโอนตามนโยบาลรัฐบาล 
 
 ทั้งนี้ ที่มาของแคมเปญผ่อนเพียง 5,010 บาท/เดือน สำหรับ Noble Solo เกิดจากคำว่า SOLO ที่มองแล้วเหมือนกับตัวเลข 5010 ไอเดียเก๋นี้จึงถูกนำมาเป็นจุดเด่นของเคมเปญ Noble Solo ซึ่งถือว่าเป็นโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับลูกค้าโนเบิลฯ 
 
 ” การที่ลูกค้าสามารถผ่อนคอนโดฯย่านใจกลางทองหล่อได้เพียง 5,010 บาท/เดือน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะทองหล่อถือเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมืองและเส้นทางการคมนาคมทางรถก็สะดวกสามารถใช้เส้นทางถนนพระราม 4 หรือเส้นเพชรบุรีตัดใหม่ นอกจากนี้ที่ตั้งของ Noble Solo ยังใกล้กับบริการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่ออีกด้วย “ 
 
 โครงการดังกล่าวเป็นอาคารสูง 24 ชั้น 1 อาคาร รวม 408 ยูนิต ทุกห้องตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. ไปจนถึง 80 ตร.ม. 
 
 ด้านนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่าเพื่อต่อยอดฐานลูกค้าในโซนบางแค ทางบริษัทฯเตรียมเปิดขายในวันเสาร์ที่ 30 ม.ค.นี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ใกล้กับโครงการลุมพินี วิลล์ บางแค 
 
 ”การเปิดขายลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค นับเป็นการปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการของLPN ให้สอดรับกับความต้องการของผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต สำหรับคนในย่านภาษีเจริญและบางแคนั้นอยู่ในเขตที่มีประชากรและแหล่งงานหนาแน่น ทำให้คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องเช่าที่พักอาศัยเพื่อความสะดวกในการทำงานบริเวณดังกล่าว เพื่อเดินทางเข้าไปทำงานในเขตธุรกิจชั้นใน “ 
 
 โดยลุมพินี คอนโดทาวน์ บางแค เป็นการปรับรูปแบบให้เป็นการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ในบริเวณที่มีความต้องการที่พักอาศัยสูง ซึ่งบางแคถือเป็นทำเลทองที่มีศักยภาพ ด้วยโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสาย รวมทั้งยังรองรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2554 และส่วนต่อขยาย BTS ตากสิน-บางหว้า ตามแผนงานในอนาคต 
 
 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว สูง 8 ชั้น 4 อาคาร มีห้องชุดทั้งสิ้น 800 ยูนิต บนเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ริมถนนสุขาภิบาล 1 ห่างจากตลาดบางแคประมาณ 100 เมตร สมบูรณ์แบบด้วยห้องชุด COMPACT SIZE FULL FUNCTION ในขนาด 26 ตร.ม.ที่ราคาไม่ถึงล้านบาท ผ่อนเดือนละ 2,000 บาท 
 
 อนึ่ง ก่อนหน้านี้ LPN ได้ทยอยเปิดโครงการในโซนปิ่นเกล้าและบริเวณทางขึ้นสะพานพระราม 8 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีโครงการของบริษัทฯประมาณ 5 โครงการ มีซัพพลายระบายออกสู่ตลาดประมาณ 1,000 ยูนิต 
 

“สคิบ-เอไอเอ”เปิดกรมธรรม์ เร่งปั๊มยอดขายประกันโต85%

January 27, 2010

 สคิบหันเร่งเครื่องแบงก์แอสชัวรันส์ตั้งเป้าเบี้ยปีแรก 1615 ล้านบาท หรือโต 85% จากเบี้ยเดิมที่มีแค่ 600 ล้าน ล่าสุดจับมือเอไอเอออกกรมธรรม์ชุดที่ 3 “SCIB Platinum Savings 15/7″ชำระเบี้ยประกัน 7 ปี วงเงินเริ่มต้นขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท รับประกันถึงอายุ 70 ปี 
 
 
 นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2553 ธนาคารมีแผนที่จะขยายธุรกิจด้านบริการประกันชีวิตผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์(Bancassurance)อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีเบี้ยประกันชีวิตในปีแรกประมาณ 1,615 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 85% ต่อปี จากก่อนหน้านี้ที่เคยมีเบี้ยประกันปีแรกเพียง 600 ล้านบาทเท่านั้น พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนพนักงานที่มีใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตเพิ่มต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 800 ราย โดยปัจจุบันมีพนักงานที่มีใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันชีวิตที่ขึ้นทะเบียนกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้วกว่า 2,000 คน หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของพนักงานธนาคารทั้งหมด 
 
 ล่าสุดธนาคารร่วมกับ บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) เปิดให้บริการประกันชีวิต “SCIB Platinum Savings 15/7″ ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 15 ปี ชำระเบี้ยประกัน 7 ปี คุ้มครองทวีคูณ พร้อมมีเงินคืนรายงวดให้ทุกปี วงเงินประกันภัยเริ่มต้นขั้นต่ำเพียง 5 หมื่นบาทเท่านั้น โดยผู้ทำประกันไม่ต้องตรวจสุขภาพ (Guaranteed Issue) และรับประกันภัยถึงอายุ 70 ปี ซึ่งผู้ทำประกันจะได้รับเงินจ่ายคืนตามกรมธรรม์สูงสุด 141% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นเมื่อสิ้นปีกรมธรรม์ปีที่ 14 และจะได้รับผลตอบแทนสูงสุดถึง 725% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นเมื่อครบกำหนดสัญญา รวมทั้งเมื่อรวมกับเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายเมื่อครบกำหนดสัญญาจะทำให้ผู้ทำประกันชีวิตได้รับผลตอบแทนสูงถึง 866% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทำประกันชีวิตโดยมีวงเงินประกันภัยในอัตราที่ไม่สูงจนเป็นภาระค่าใช้จ่ายหรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตในช่วงเริ่มแรก ตลอดจนกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำประกันชีวิตเพิ่มเติม 
 
 ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารร่วมกับเอไอเอเสนอบริการประกันชีวิตภายใต้โครงการ “SCIB Platinum Bancassurance” 3 บริการ ได้แก่ 1.บริการประกันชีวิต “SCIB Platinum Life” ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันในครั้งเดียวแต่คุ้มครองตลอดชีวิต 2.บริการประกันชีวิต “SCIB Platinum Savings 21/7″ ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 21 ปี ชำระเบี้ยประกัน 7 ปี และ 3. บริการประกันชีวิต “SCIB Platinum Savings 15/7″ กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 15 ปี ชำระเบี้ยประกัน 7 ปี 
 

Next Page »